จากแรงบันดาลใจในร้านสะดวกซื้อที่ญี่ปุ่นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว สู่ธุรกิจขนมเพื่อสุขภาพนี่เป็นเรื่องราวของสองนักธุรกิจจากรัฐแอริโซนา Jeff Taylor Yauck (เจฟฟ์ เทย์เลอร์ ยอค) อายุ 38 ปี และ Ben Glick (เบน กลิค) อายุ 36 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ PancakeNow แซนด์วิชแพนเค้กพร้อมทาน ที่อัดแน่นด้วยโปรตีน
จุดเริ่มต้นของธุรกิจเสริม
เจฟฟ์ เล่าว่า ธุรกิจเสริมนี้เริ่มต้นเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2024 โดยได้แรงบันดาลใจมาจากตอนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นในปี 2014
“ตอนผมไปญี่ปุ่นแล้วทึ่งกับแพนเค้กในร้านสะดวกซื้อที่นั่นมาก ผมฝันอยากทำอะไรที่คล้ายกันในอเมริกา แต่ต้องใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติและเพิ่มโปรตีนเข้าไป กระทั่งสิบปีต่อมา ได้เปิดตัว 4 รสชาติแรก รสเมเปิ้ล, คุกกี้แอนด์ครีม, ซินนามอนบัน และช็อกโกแลตพีนัทบัตเตอร์”
เขาใช้เวลาหลายปีในการปรับสูตรแพนเค้กพร้อมทานนี้ให้สมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นการใช้ระยะเวลากว่า 10 ปี
สิ่งที่เขาทำเป็นอย่างแรกคือ การออกแบบภาพลักษณ์แบรนด์ (Branding), บรรจุภัณฑ์ และโลโก้ ซึ่งค้นพบว่านี่คือขั้นตอนแรกที่ดีที่สุด เพราะมันช่วยสร้างความตื่นเต้นและแรงผลักดันให้ทำอย่างอื่นๆ ต่อได้สำเร็จ
ต่อมาใช้เงินลงทุนประมาณ 45,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.5 ล้านบาท จ้างนักวิทยาศาสตร์การอาหาร (Food Science) เพื่อพัฒนาสูตรและปรับรสชาติให้กับแบรนด์ หลังจากนั้นไม่นาน เขาทุ่มเงินอีก 150,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 5 ล้านบาท สั่งทำเครื่องจักรเฉพาะทางจากประเทศจีนเพื่อใช้ผลิตแพนเค้ก
จากธุรกิจเสริมก็กลายมาเป็นงานหลัก เพราะมีการใช้เงินลงทุนจำนวนมาก เพื่อเช่าคลังสินค้าขนาดใหญ่ และจ้างทีมงานมาดูการดำเนินงาน หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งปีครึ่ง พวกเขาใช้เงินลงทุนไปแล้วทั้งหมด 1.4 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 47 ล้านบาท
โดยสิ่งที่เป็นตัวช่วยในการทำธุรกิจครั้งนี้ คือการที่เขานำ ChatGPT มาช่วยวิเคราะห์และพัฒนาสูตรแพนเค้ก
“ChatGPT ช่วยชีวิตเราไว้มากครับ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การอาหาร เพราะ AI เป็นทรัพยากรที่น่าเหลือเชื่อมาก มีหลายอย่างที่ไม่เข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาสูตรแพนเค้กให้เก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็น แต่การที่มีเครื่องมือที่อย่างน้อยก็สามารถช่วยคาดการณ์ปัญหาและแนวทางแก้ไขได้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับเรา”
ปัญหาและอุปสรรค
ช่วงแรกเจอปัญหาเยอะมาก ทั้งเรื่องการติดตั้งเครื่องจักรและเครื่องจักรขัดข้อง แถมยังมีปัญหาเรื่องสูตรอาหารที่ทำให้เราเสียเวลาไปถึง 7-8 เดือน กว่าจะได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
“เราประเมินพลาดไปว่าการทำแพนเค้กแบบพร้อมทาน (ready-to-eat) ที่ยังคงความนุ่มชุ่มชื้นนั้นมันยากแค่ไหนกว่าจะทำให้ลงตัวได้”
ตัวอย่างเช่น ถ้าใส่ช็อกโกแลตชิปลงในแพนเค้ก พบว่ามันจะไปติดในเครื่อง และทำให้ไม่สามารถคุมขนาดแพนเค้กให้เท่ากันทุกชิ้นได้
เขาเล่าต่อว่า การทำเบเกอรี่พร้อมทานที่ดีต่อสุขภาพ มีความนุ่มชุ่มชื้น โดยที่ต้องรักษาความชื้นนั้นไว้ให้ได้ แถมรสชาติต้องไม่เปลี่ยนและไม่มีปัญหาเรื่องเชื้อรา มันคือวิทยาศาสตร์ขั้นสูงและเป็นฝันร้ายชัดๆ เลยครับ และในตลาดก็ไม่มีสินค้าแบบเดียวกันให้ดูเป็นแนวทางเลย แถมยังไม่ใช้สารกันบูดสังเคราะห์ หรือสารให้ความหวานสังเคราะห์ ซึ่งมันยิ่งเพิ่มความซับซ้อนเข้าไปอีก
ถ้าคุณอยากจะเข้ามาในวงการ CPG (สินค้าอุปโภคบริโภค) ต้องเตรียมตัวลองผิดลองถูกเป็นร้อยๆ สูตร และรอเป็นเดือนๆ เพื่อดูผลลัพธ์ว่าสินค้าของคุณจะมีสภาพเป็นอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป
“คำว่า Food Science เมื่อก่อนผมคิดว่ามันเป็นแค่คำเก๋ๆ เราค้นพบว่าการเปลี่ยนส่วนผสมในสูตรเพียงแค่ 1% แม้มันจะฟังดูน้อยนิด แต่มันส่งผลกระทบมหาศาลต่อผลิตภัณฑ์ตอนจบได้เลย และวัตถุดิบ บางอย่างต้องใส่ตามเวลาที่กำหนดเป๊ะๆ ไม่ใช่แค่โยนๆ ลงไปผสมกันเฉยๆ”
พอแพ็คลงบรรจุภัณฑ์แล้วความชื้นจะถูกล็อคไว้ข้างใน แต่หลังจากที่ทำแพนเค้กออกมานับพันชิ้นเพื่อส่งให้ลูกค้าที่พรีออเดอร์ไว้ กลับพบว่าสูตรนี้มันจะแข็งตัวภายในไม่กี่วัน แถมรสชาติยังหายเกือบหมดภายในสัปดาห์เดียว
“เราต้องอีเมลแจ้งลูกค้าทุกคน และเสียเวลาไปอีก 4-5 เดือนเพื่อปรับสูตรใหม่กว่า 50 ครั้ง ซึ่งนี่เป็นเพียงหนึ่งในบรรดาสารพัดปัญหาใหญ่ที่เราเจอ”
เบนเล่าว่า ทั้งเขาและเจฟฟ์ต่างก็เคยทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซมาหลายอย่าง ทำให้ภายในเดือนแรกทำยอดได้ประมาณ 10,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 300,000 บาท และมีการนำเครื่องมือ Meta ของ Facebook/IG มาช่วยหาลูกค้าใหม่
พอเดือนที่สองขยับขึ้นมาเป็น 20,000 ดอลลาร์ ประมาณ 6.3 แสนบาท และตอนนี้ในเดือนมกราคม คาดการณ์ไว้ว่าจะทำได้ประมาณ 45,000 ดอลลาร์ ประมาณ 1.4 ล้านบาท
คำแนะนำในการทำธุรกิจ
“จงสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และทุ่มเท 100% ไปกับการทำให้โปรดักต์ให้ไร้ที่ติ เพราะถ้ามันดีไม่พอ คุณจะไม่มีทางมีธุรกิจที่ยั่งยืน หรือมีลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำได้เลย แต่ถ้าคุณทำได้ การเติบโตหลังจากนั้นจะง่ายขึ้นมหาศาล ซึ่งกฎนี้ใช้ได้จริงทั้งกับบริษัทที่ขายสินค้าและบริษัทที่เน้นงานบริการครับ”
ที่มา : Entrepreneur
