ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ได้มีการแถลงผลการดำเนินงานปี 2568 และการขับเคลื่อน SME D Bank ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย ปี 2569

คุณพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2568 ว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ใหม่นับตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารมา 23 ปี โดยมียอดเบิกจ่ายสูงสุดอยู่ที่ 79,043 ล้านบาท และมียอด NPLs หรือหนี้เสีย ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์เช่นกัน โดยมียอดอยู่ที่ 7.9%
โดยสอดคล้องเป็นไปตามพันธกิจของธนาคารที่มุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่และขนาดเล็ก วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาท สูงถึงกว่า 70% ของการเติมทุนทั้งหมด ช่วยสร้างประโยชน์ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 362,010 ล้านบาท รักษาการจ้างงานประมาณ 620,360 ราย สวนทางกับแนวโน้มสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีในระบบ ที่ติดลบต่อเนื่องมา 13 ไตรมาส ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding) ของธนาคาร ขยายตัวอยู่ที่กว่า 99,564 ล้านบาท เติบโต 0.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ 2567
ภายในงานคุณพิชิตได้กล่าวถึงภาพรวมขอตลาดสินเชื่อไว้ว่า จากที่สังเกตว่าสินเชื่อ SMEs จากหลายๆ ผู้ประกอบการ เห็นได้ว่ามีข้อจำกัดค่อนข้างมากในการส่งเสริมและสนับสนุน เนื่องจากคนเหล่านี้เป็นกิจการที่เริ่มต้นใหม่หรือเป็นกิจการที่จะต้องคอยประคับประคอง จึงเป็นเหตุหนึ่งทำให้ตั้งแต่ปี 2565 สินเชื่อ SMEs หดตัวอย่างต่อเนื่อง หลายๆ ธนาคารมีความต้องการที่จะช่วยเหลือเอสเอ็มอี แต่ด้วยข้อจำกัดจากบริบทต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการค้าต่างประเทศ นโยบายการค้าระหว่างประเทศต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงปัญหาข้อขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้สถาบันการเงินต่างๆ ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอย่างครอบคลุมในหลายๆ มิติ
“เราเข้าแผนฟื้นฟูครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นช่วงสำคัญในการปรับเปลี่ยนบทบาท SME D Bank ปี 2568 เราเคยปล่อยสินเชื่อลิมิตที่ 500 ล้านบาทต่อราย ถูกปรับระดับลงมาที่ 15 ล้านบาทต่อราย เพื่อให้เข้ากับพันธกิจของธนาคารการ แน่นอนว่า ความยากเกิดขึ้น เพราะการปล่อยสินเชื่อรายเล็กๆ มีความซับซ้อนมากกว่ารายใหญ่ๆ ที่สามารถที่จะเห็นข้อมูลทางการเงินของลูกค้าได้ง่ายขึ้น แต่เราสามารถที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ไม่น้อยไปกว่าปีผ่านๆ มาเช่นกัน”
ในปี 2568 ที่ผ่านมา เอสเอ็มอีไทยต้องเผชิญความท้าทายมากมาย เช่น ภัยพิบัติธรรมชาติ มาตรการภาษีสหรัฐฯ การล้นทะลักของสินค้าต่างประเทศ และสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เป็นต้น ส่งผลให้สถาบันการเงิน โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ กังวลความเสี่ยง เข้มงวดการปล่อยกู้แก่ภาคธุรกิจ ทำให้เอสเอ็มอียากจะเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ
“เราเข้าแผนฟื้นฟูครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นช่วงสำคัญในการปรับเปลี่ยนบทบาท SME D Bank ปี 2568 เราเคยปล่อยสินเชื่อลิมิตที่ 500 ล้านบาทต่อราย ถูกปรับระดับลงมาที่ 15 ล้านบาทต่อราย เพื่อให้เข้ากับพันธกิจของธนาคาร แน่นอนว่า ความยากเกิดขึ้น เพราะการปล่อยสินเชื่อรายเล็กๆ มีความซับซ้อนมากกว่ารายใหญ่ๆ ที่สามารถที่จะเห็นข้อมูลทางการเงินของลูกค้าได้ง่ายขึ้น แต่เราสามารถที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ไม่น้อยไปกว่าปีผ่านๆ มาเช่นกัน” คุณพิชิตกล่าว
ในปี 2569 SME D Bank ได้ปักเรือธงไว้ 3 เรื่องสำคัญดังนี้
- มุ่งส่งเสริมสนับสนุน SMEs รายเล็ก
- มุ่งยกระดับสร้างความเข้มแข็ง SMEs และส่งต่อ
- มุ่งตอบสนอง สินเชื่อนโยบายรัฐ
โดยแนวทางการดำเนินงานของ SME D Bank ในปี 2569 ธนาคารมุ่งมั่นเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ผ่านบทบาทการเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใน 3 อุตสาหกรรมหลักที่เป็นอนาคตของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ อาหาร สุขภาพ และเกษตรแปรรูป ให้สามารถยกระดับปรับเปลี่ยนพัฒนาสู่ธุรกิจใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม มาตรฐาน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มศักยภาพธุรกิจ พัฒนาสู่การเป็นเอสเอ็มอีที่มีคุณภาพ แข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน เป็นกำลังสำคัญสร้างระบบเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยเช่นกัน
สำหรับเอสเอ็มอีรายใหม่ขนาดเล็กที่อยากเข้าถึงเงินทุน SME D Bank จัดเตรียมบริการสอดคล้องกับพันธกิจธนาคารที่มุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอีผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำคัญ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี วงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้
สินเชื่อปลุกพลัง SME
สินเชื่อที่สร้างโอกาส SMEs รายเล็ก “ผลิต บริการ ค้าปลีก ค้าส่ง” ดอกเบี้ยเพียง 3% คงที่ 3 ปีแรก ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน บสย.ค้ำเต็มจำนวน วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี เปิดกล้างกู้ได้ทั้งลงทุน หมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง
สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME
เปิดโอกาส SMEs “ผลิต บริการ ค้าปลีก ค้าส่ง” ดอกเบี้ย 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน
สินเชื่อ SME GREEN Productivity
ถึงเวลาเปลี่ยนเพื่อไปต่อ ดีต่อธุรกิจ ดีต่อโลก วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระเงินต้นนาน 12 เดือน
สุดท้ายคุณพิชิตกล่าวว่า หัวใจของ SME D Bank ต้องการที่จะช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้สมกับพันธกิจของธนาคารและให้สมกับที่เราตั้งใจที่อยากจะยกระดับทั้งภายในแบงก์และภายนอกแบงก์ เพื่อให้เกิดการรับรู้อย่างทั่วไปว่าธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) มีหน้าที่ในการช่วยเหลือเอสเอ็มอีรายเล็ก สร้างความเข้มแข็ง ต่อยอดให้พวกเขาสามารถไปสู่สถาบันการเงินที่มีบริการที่หลาหลายมากขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงแหล่งทุนมากขึ้นด้วย แต่หากเอสเอ็มอีมีผลกระทบเราต้องยื่นมือเข้าไปช่วย เพราะมองว่า “ถ้าเอสเอ็มอีล้มลงไป การฟื้นขึ้นมานั้นยากมาก แต่การที่จะทำให้เอสเอ็มอีค่อยๆ ฟื้นกลับมาเป็นสิ่งสำคัญ”

