สินเชื่อ
Funding Societies หนึ่งในแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลสำหรับเอสเอ็มอีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มองเห็น “โอกาสสำคัญ” ของความต้องการสินเชื่อในกลุ่มผู้ประกอบการ SME ที่เกี่ยวข้องกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งยังเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก นายวิกาส เจน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Funding Societies ประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการ SME มีบทบาทสำคัญในโครงการภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ครอบคลุมตั้งแต่ผู้จำหน่ายวัสดุ ผู้ให้บริการระบบวิศวกรรม ผู้รับเหมาก่อสร้าง ไปจนถึงผู้รับเหมาช่วง ซึ่งเป็นกำลังหลักของการดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โครงการที่ดำเนินการโดยหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยงบประมาณแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 3.78 ล้านล้านบาท* สะท้อนขนาดและศักยภาพของอุปสงค์ภาครัฐในระบบเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการ SME ในห่วงโซ่อุปทานดังกล่าวโดยทั่วไปดำเนินงานภายใต้สัญญาที่เป็นทางการ ซึ่งกำหนดเงื่อนไขการส่งมอบงานและโครงสร้างการชำระเงินไว้อย่างชั
เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 กรุงศรี ออโต้” ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประกาศแผนการดำเนินงานประจำปี 2569 ชูกลยุทธ์ “Resilient Growth” ผ่าน 3 แผนธุรกิจสำคัญ ทั้งการยกเครื่องนวัตกรรมวงเงินสินเชื่อดิจิทัล “กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท” การปักธงสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้ามือสองครบวงจรรายแรกในไทย รวมถึงการยกระดับความผูกพันกับลูกค้าในระยะยาว เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงแข็งแกร่ง และยั่งยืน โดยตั้งเป้าดันยอดสินเชื่อใหม่โต 6% หรือ 162,000 ล้านบาทภายในสิ้นปี นางสาวชญาน์ธิป พันธุ์มณี ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน โดยวิจัยกรุงศรี คาดการณ์ว่า GDP ปีนี้จะขยายตัวราว 2% และอาจปรับลดลงอีก 0.6–0.9% หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรงมากขึ้น ขณะที่ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้ กรุงศรี ออโต้ คาดการณ์ว่ายอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่จะอยู่ที่ประมาณ 600,000 คัน หรือลดลงราว 3% และยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ใหม่จะอยู่ที่ประมาณ 1,720,000 คัน หรื
SME D Bank เปิดตัวสินเชื่อ “เถ้าแก่แฟรนไชส์” เปิดโอกาสผู้สนใจมีเงินลงทุนซื้อแฟรนไชส์ชั้นนำที่มีมาตรฐาน ชูดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุดถึง 3 ล้านบาท หากกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และไม่ต้องมีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจมาก่อน ช่วยกระตุ้น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดตัว สินเชื่อ “เถ้าแก่แฟรนไชส์” สร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการรายเล็ก หรือผู้ประกอบการรายเดิม ให้สามารถเป็นเจ้าของกิจการ หรือต่อยอดขยายการลงทุนสร้างธุรกิจใหม่ ด้วยการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อลงทุนเป็นแฟรนไชซี (Franchisee) กับเจ้าของแบรนด์แฟรนไชส์ (Franchisor) ที่มีชื่อเสียงและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน และหากกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจมาก่อน ในโครงการสินเชื่อนี้ ธนาคารจับมือกับเจ้าของแบรนด์แฟรนไชส์ (Franch
SME D Bank จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท สนับสนุนให้เอสเอ็มอีไทยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุนพลังงาน ด้วยการลงทุนหรือเสริมสภาพคล่อง เพื่อใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม ยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียว สร้างประโยชน์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลักดันธุรกิจเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความขัดแย้งเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ประกอบกับกฎระเบียบและมาตรการทางการค้าของต่างประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ต้นทุนธุรกิจ โดยเฉพาะค่าพลังงานปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี ต้องเร่งปรับตัวเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) นำเทคโนโลยี นวัตกรรม มายกระดับปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน ดังนั้น SME D Bank สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ได้มีการแถลงผลการดำเนินงานปี 2568 และการขับเคลื่อน SME D Bank ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย ปี 2569 คุณพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2568 ว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ใหม่นับตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารมา 23 ปี โดยมียอดเบิกจ่ายสูงสุดอยู่ที่ 79,043 ล้านบาท และมียอด NPLs หรือหนี้เสีย ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์เช่นกัน โดยมียอดอยู่ที่ 7.9% โดยสอดคล้องเป็นไปตามพันธกิจของธนาคารที่มุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่และขนาดเล็ก วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาท สูงถึงกว่า 70% ของการเติมทุนทั้งหมด ช่วยสร้างประโยชน์ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 362,010 ล้านบาท รักษาการจ้างงานประมาณ 620,360 ราย สวนทางกับแนวโน้มสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีในระบบ ที่ติดลบต่อเนื่องมา 13 ไตรมาส ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding) ของธนาคาร ขยายตัวอยู่ที่กว่า 99,564 ล้านบาท เติบโต 0.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ 2567 
SME D Bank เคียงข้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ทุ่ม 3,500 ล้านบาท ออก 2 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ ได้แก่ “Smile Biz ธุรกิจยิ้มได้ (2568)” และ “จิ๋วสุดแจ๋ว Plus” มุ่งเติมทุนครอบคลุมทุกกลุ่มเอสเอ็มอี นำไปใช้ลงทุน หมุนเวียน เสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่ยกระดับพัฒนาครบวงจร ช่วยเสริมแกร่ง ยืนหยัดและปรับตัวได้ในช่วงสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า ธนาคารมีความห่วงใยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และคู่ค้าที่เป็น Supply Chain ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว จากความไม่แน่นอนของสงครามการค้า การล้นทะลักของสินค้าจากต่างประเทศ สถานการณ์ภัยพิบัติ แผ่นดินไหว ส่งผลต่อความเชื่อมั่น รวมถึง ในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องที่ได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ดังนั้น SME D Bank จัดวงเงิน 3,500 ล้านบาท ออก 2 สินเชื่อใหม่ สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในภาคผลิต บริการ และค้าส่งค้าปลีก ทั้งรายย่อย รายย่อม และรายกลาง ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน นำไปเสริมสภาพคล่องกิจการ สามารถรับมือและก้าวผ่
ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง หลายครัวเรือนเริ่มรู้สึกว่า “เงินเดือนออก หนี้ก็เข้า” จนสภาพคล่องสะดุด การกู้เงินอาจดูเหมือนทางรอดระยะสั้น แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นกับดักดอกเบี้ยที่พองโตไม่รู้จบ ทำให้เกิด “หนี้หลายก้อน” กลายเป็นปัญหาใหญ่ของครัวเรือนไทย ภาระดอกเบี้ยที่กระจายหลายบัญชีคือศัตรูตัวฉกาจของเงินออม แต่เมื่อดึงมากองรวมกันแล้วจัดแผนชำระใหม่ จะเห็นเส้นทางสู่การปลดหนี้ได้ชัดและเร็วขึ้น การรวมหนี้ คือกลไกทางการเงินที่นำหนี้ทุกประเภทที่มีอยู่ไปรวมไว้กับสถาบันการเงินเดียว เพื่อให้เห็นยอดคงค้างชัดเจนและลดภาระดอกเบี้ย สัญญาณอันตรายทางการเงิน หนี้พุ่ง-เช็กให้ชัดก่อนสาย – จ่ายขั้นต่ำยาวนาน การชำระขั้นต่ำเป็นเพียง “ดอกเบี้ย + เงินต้นเล็กน้อย” ทำให้ยอดหนี้แทบไม่ขยับ หากลากยาวเกิน 3–4 รอบบิล แปลว่าคุณกำลังจ่าย “ค่าพักหนี้” มากกว่าตัดเงินต้น ซึ่งอาจส่งผลให้ดอกเบี้ยทบต้นสูงขึ้นทุกเดือน และเสี่ยงเสียเครดิตหากเริ่มจ่ายไม่ทัน – ลืมบิลบ่อยเพราะบัตรหลายใบ บัตร 3–4 ใบขึ้นไปเพิ่มภาระ “ค่าธรรมเนียมพลาดชำระ” (Late Fee) และคะแนนเครดิตจะถูกหักทันที ที่สถานะ Overdue เกิน 30 วัน ทำให้ค่างวดเพิ่มจากค
ปัจจุบันรูปแบบของสินเชื่อออนไลน์มีให้เลือกมากมาย ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค โดยมีทั้งการให้บริการผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ซึ่งสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่การสมัคร อนุมัติ ไปจนถึงการเบิกถอนและชำระเงินโดยไม่ต้องไปธนาคาร แต่ก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการ เราควรทำความเข้าใจกับรูปแบบต่างๆ เหล่านี้ให้ชัดเจน 7 รูปแบบของสินเชื่อออนไลน์ รูปแบบของสินเชื่อออนไลน์มีความหลากหลายและแตกต่างกันไปตามลักษณะการให้บริการและเงื่อนไขการชำระเงิน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการที่มีพฤติกรรมทางการเงินแตกต่างกัน ทั้งนี้ แต่ละรูปแบบมีข้อดีและข้อควรระวังที่แตกต่างกัน เราควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการให้เหมาะกับความต้องการของเรา 1. แบบ E-Commerce and Social Platform สินเชื่อออนไลน์รูปแบบนี้มักผูกอยู่กับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหรือโซเชียลมีเดีย โดยให้ผู้ใช้ซื้อสินค้าก่อน แล้วจ่ายทีหลังในลักษณะ Pay Later เหมาะสำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าออนไลน์เป็นประจำ ข้อดีคือสมัครง่าย และมักมีโปรโมชันส่วนลดร่วมกับร้านค้า แต่ต้องระวังเรื่องการซื้อสินค้าเกินความจำเป็นเพราะความสะดวกในการชำระเงินอาจทำให้ใช้จ่ายฟุ่ม
เคทีซี ตอกย้ำแนวคิดสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย และผู้อยากทำธุรกิจเสริม ส่ง “เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” ทางเลือกของคนไม่ท้อ ร่วมมือกับ “แตงไทยโพสต์” แฟรนไชส์ไปรษณีย์ชุมชน ธุรกิจแฟรนไชส์ที่กำลังเติบโต การันตีด้วยรางวัล SMEs Award สาขาอาชีพทำเงินแห่งปี ประจำปี 2567 เปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจไปรษณีย์เอกชน สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ชูจุดเด่นอนุมัติไวภายใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที ด้วยวงเงินใหญ่สูงสุด 1 ล้านบาท และไม่ต้องมีคนค้ำประกัน นางสาวเรือนแก้ว เกษมสวัสดิ์ศรี ผู้บริหารสูงสุด สายงานสินเชื่อรถยนต์ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เคทีซีให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ที่มีฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง หรือหาช่องทางมีรายได้เสริม เราเชื่อว่าการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่รวดเร็ว เหมาะสมและถูกกฎหมาย เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยตอบโจทย์ความต้องการของคนที่มองหาธุรกิจและเงินทุนเพื่อไปต่อยอดความฝัน ความร่วมมือกับ “แตงไทยโพสต์” ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ไปรษณีย์ชุมชนในครั้งนี้ เรามองเห็นศักยภาพของธุรกิจตัวแทนรับส่งพัสดุที่มีการเติบโตต่อเนื่อง และมีความหลากหลายในการบริการมาก
เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน x ไปรษณีย์ไทย นำร่อง 45 แห่ง อนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท เคทีซีเดินหน้าสร้างโอกาสทางการเงินให้กับคนไม่ท้อ ผนึกความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยเปิดโครงการนำร่อง ขยายช่องทางให้คนไทยเข้าถึงแหล่งสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ “เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” ได้สะดวก รวดเร็ว ครบจบ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ไทย 45 แห่ง ในพื้นที่ 5 จังหวัด ผ่านเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ เพียงลูกค้าเตรียมเอกสารสมัครให้พร้อม อนุมัติไวภายใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที วงเงินใหญ่สูงสุด 1 ล้านบาท ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน พร้อมตั้งเป้า ปี 68 ยอดสินเชื่อใหม่อยู่ที่ 3 พันล้านบาท นางสาวเรือนแก้ว เกษมสวัสดิ์ศรี ผู้บริหารสูงสุด สายงานสินเชื่อรถยนต์ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในปี 2568 นี้ สภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังมีการชะลอตัวต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า ซึ่งอาจส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินต่างๆ ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย อย่างไรก็ดี พอร์ตสินเชื่อธุรกิจ “เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” ในปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบันยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ด้วยการใช้กลยุทธ์ที่เน้นการเติบโตในเชิงคุณภาพตั้งแต่การคัดกรอง
