ใครจะเชื่อว่าความวุ่นวายในการจัดงานแต่งงาน จะกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ทำเงินได้จริง รู้หรือไม่ว่าการเตรียมงานแต่งงานแต่ละครั้งนั้นไม่ได้ง่าย บ่าวสาวจะต้องเจอกับปัญหาสารพัดที่บางครั้งทำให้กังวลจนหัวหมุน แต่ท่ามกลางปัญหาเหล่านี้ มีหนึ่งอาชีพที่สร้างขึ้นมาเป็นตัวช่วยลับ ในฐานะผู้ช่วยและเพื่อนเจ้าสาวที่ไว้ใจได้
วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเจน แกลนซ์ (Jen Glantz) สาววัย 37 ปี ผู้เปลี่ยนประสบการณ์การถูกเพื่อนชวนไปงานแต่งงานบ่อยๆ ให้กลายเป็น Bridesmaid for Hire ธุรกิจ“รับจ้างเป็นเพื่อนเจ้าสาว” ที่พาเธอไปร่วมงานแต่งมาแล้วกว่า 100 งาน
จุดเริ่มต้น
ในปี 2010 เธอเล่าว่า ตอนนั้นไม่รู้ว่าจะทำอาชีพอะไรดี ซึ่งก็ลองทำมาแล้วหลายอย่าง ตั้งแต่เป็นที่ปรึกษาชมรมสตรี ทำงานด้านประชาสัมพันธ์ให้องค์กรไม่แสวงหากำไร ไปจนถึงการเป็น Copywriting ให้กับธุรกิจสตาร์ทอัพ
กระทั่งต่อมาในปี 2014 เธอเริ่มสังเกตเห็นเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในชีวิตของเธอ นั่นคือการที่เพื่อนๆ มักจะขอให้เธอไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวอยู่บ่อยครั้ง
ทำให้เธอมองเห็นโอกาสในครั้งนี้ และลองประกาศหางานในเว็บไซต์ Craigslist ในตำแหน่ง “รับจ้างเป็นเพื่อนเจ้าสาว” ปรากฏว่าภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน เธอก็ได้รับคำขอการจ้างงานกว่าร้อยรายการ
จากนั้นเธอจึงตัดสินใจก่อตั้งธุรกิจของตัวเองขึ้น ชื่อว่า Bridesmaid for Hire เป็นการให้บริการอย่างครอบคลุม ตั้งแต่ช่วยคู่รักเขียนคำสาบานตน ไปจนถึงการทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าสาว โดยบริการนี้ ประกอบด้วย การคุยทางโทรศัพท์ การส่งข้อความ และการนัดพบกันกับลูกค้าในพื้นที่
เธอบอกว่า “เราทำงานเพื่อสร้างรากฐานของมิตรภาพและช่วยให้คำแนะนำกับเจ้าสาว เมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์แห่งความวุ่นวายและต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงการวางแผนงานแต่ง”
ปัจจุบันเธอได้ร่วมงานแต่งมากว่า 100 งาน เธอบอกว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่ได้เรียนรู้จากงานนี้คือ “โดยเนื้อแท้แล้วมนุษย์เรานั้นโดดเดี่ยว”
“บางครั้งการระบายเรื่องที่ซีเรียสหรือเรื่องที่ลำบากใจให้คนแปลกหน้าฟัง อาจจะง่ายกว่าคุยกับคนใกล้ตัว” เธอกล่าว
ซึ่งคนที่มาจ้างเธอไปร่วมงานนั้น ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่มีเพื่อนสนิทในชีวิต แต่กลับเป็นเพราะบางคนมีเพื่อนเยอะมากๆ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสักคนที่รู้สึกว่าสามารถเปิดใจพูดได้อย่างตรงไปตรงมา
“มันอาจจะเป็นเรื่องยากที่เราจะเปิดใจพูดคุยบางเรื่องกับคนใกล้ตัว เพราะเราก็กลัวว่าเขาจะตอบกลับมายังไง หรือกลัวว่าเขาจะจำสิ่งที่เราพูดไปอีกหลายปี จนอาจทำให้ความสัมพันธ์นั้นไม่เหมือนเดิม”
ท่ามกลางความตื่นเต้น ความตึงเครียด และการตัดสินใจครั้งสำคัญ ทำให้เธอจึงกลายเป็นบุคคลภายนอกที่รับฟังและไม่ลำเอียง
เธอเล่าว่า ลูกค้าบางคนของเธอตัดสินใจแต่งงานก็เพราะว่าอยากมีลูก แต่ในทางกลับกันก็รู้สึกว่าเวลาเหลือน้อยลงทุกที หรือบางคนแต่งงานเพราะต้องการความมั่นคงทางการเงิน และขณะที่บางคนกับสารภาพว่าจริงๆ แล้วไม่ได้สนใจที่จะแต่งงานเลยแม้แต่น้อย
“เราเข้าใจความรู้สึกเหงาและความต้องการใครสักคนที่สามารถพูดคุยได้อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งบางครั้งการคุยกับคนแปลกหน้าเกี่ยวกับเรื่องที่จริงจังและยากลำบาก อาจจะง่ายกว่า”
ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับใครที่รู้สึกว่าไม่มีใครที่สามารถปรึกษาได้ในชีวิต ให้ลองถามตัวเองก่อนว่า คุณสามารถพูดคุยแบบเปิดอกกับเพื่อนคนไหนได้บ้าง แต่จำไว้ว่าไม่จำเป็นต้องบอกทุกเรื่องกับทุกคน
หรือบางทีอาจจะลองขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ อย่าง นักจิตบำบัด ที่สามารถระบายความในใจได้อย่างเต็มที่ เพราะพวกเขาสามารถช่วยคุณจัดการกับความรู้สึกต่างๆ เหล่านั้นได้
ที่มา
