
เรื่อง และภาพโดย นันทนา ปรมานุศิษฏ์
ประเทศในแถบอาเซียนนับว่าเป็นสวรรค์ของนักกินเพราะเรามีอาหารการกินที่หลากหลาย หาซื้อกินได้ทั้งวันทั้งคืนแถมยังมีราคาถูก โดยเฉพาะอาหารที่ขายกันริมทางที่สมัยก่อนเป็นหาบเร่ เดินหาบขายกันไปหยุดแวะขายตรงที่มีคนพลุกพล่านหรือเมื่อลูกค้าเรียก
ภาพต่างๆ เหล่านี้ปัจจุบันอาจจะหาดูได้ยากขึ้น สมัยนี้จะแปรเปลี่ยนไปเป็นรถเข็น มีที่จอดขายประจำเสียมากกว่า ตรงไหนที่มีหลายเจ้าก็จะคึกคักเป็นพิเศษ “สตรีตฟู้ด” จึงเป็นเสน่ห์แบบชาวตะวันออกที่ชาวต่างชาติตื่นเต้น อย่าว่าแต่ฝรั่งเลย ฉันเองก็ตื่นตาตื่นใจเสมอเวลากินร้านข้างทาง
ในประเทศกัมพูชาเราจะเห็นของกินริมทางขายกันโดยทั่วไป มีอาหารชนิดหนึ่งที่ฉันไม่เคยเห็นในประเทศไทย อาหารที่ว่านี้คือ ลอดชา (លតឆា) ซึ่งมีความหมายว่าลอดช่องผัด ตัวลอดช่องนั้นมีรูปร่างเหมือนลอดช่องที่เรากินกันเพียงแต่เป็นเส้นสีขาว เมื่อพินิจพิเคราะห์ดูแล้วก็ถึงบางอ้อว่านี่คือ เจียมบี๋อี้ (คนไทยเพี้ยนเสียงจนกลายเป็นเกี้ยมอี๋) ของชาวจีนนี่เอง
เจียมบี๋อี้ตามความหมายแล้วก็คือ ขนม (ภาษาไทยแม้ไม่ใช่ขนมก็เรียกว่ารวมว่าขนม ฉันอยากให้มีการบัญญัติศัพท์ไทยสำหรับเรียกของที่ทำจากแป้งสักที) ที่ทำจากแป้งข้าวเจ้ามีหัวแหลมๆ ปกติชาวจีนจะนำไปทำแบบก๋วยเตี๋ยวน้ำไม่เคยเห็นนำมาผัดสักที ถามดูจากบุพการีก็ได้ความว่าไม่เคยเห็นแบบผัด ในเมืองจีนจะมีหรือเปล่าหนอ หรือชาวเขมรนำมาพัฒนาเองนะ
เจียมบี๋อี้จะนำมาผัดแบบขนมผักกาดหรือเส้นเล็กผัดแบบยาจกคือ เอาเส้นผัดใส่ถั่วงอกและกุยช่าย ใส่ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ น้ำตาล และพริกไทย แต่จะโปะหน้าด้วยไข่ดาวแทนที่จะต่อยไข่ลงไปผัดด้วย ที่ขายกันริมทางจะไม่มีเนื้อสัตว์ใดๆ แต่ถ้ายกระดับไปอยู่ในร้านอาหารก็จะมีเนื้อหมู เนื้อวัว หรือกุ้งแล้วแต่ร้าน เวลากินก็จะราดซอสพริกลงไปปรุงรสเช่นเดียวกับการกินผัดหมี่แบบจีน ลอดชานี้มักขายคู่กับขนมกุยช่ายทอด โดยสามารถสั่งพิเศษใส่ขนมกุยช่ายโปะหน้ามาด้วย
แม้จะยังไม่รู้ว่าที่เมืองจีนมีผัดลอดชาแบบนี้หรือเปล่า แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารจานนี้ได้รับอิทธิพลมาจากจีนตั้งแต่คำว่า “ชา” “ช่า” “ฉา” หรือ “ฉ่า” แล้วแต่การออกเสียง ทั้งเส้น วิธีการผัด รวมถึงเครื่องปรุงรสต่างๆ วัฒนธรรมทางอาหารของจีนนั้นอยู่ในทุกอนูเนื้อของชาวอาเซียนอย่างแยกไม่ออกเลย
