ชวนดูแลสุขภาพหัวใจ ในวันที่โลกมีแต่เรื่องเครียด
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน เครือมติชนจับมือพันธมิตรจัดงาน “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ ปีที่ 18 ของการจัดงาน ภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายสุขภาพชั้นนำของประเทศ เพื่อต่อยอดแนวคิด “Longevity” หรือการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5
โดยมีกิจกรรมบนเวที Longevity Talk: สุขภาพหัวใจที่ดีเริ่มที่พฤติกรรมวันนี้ โดย นพ.เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก และ พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันและ Wellness ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ VitalLife เป็นผู้ให้ข้อมูล
ในโลกปัจจุบันที่ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ความเครียด” ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคน

นพ.เขตต์ ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ตราบใดที่เรายังมีชีวิตและยังหายใจอยู่ ความเครียดระยะสั้น (Acute Stress) เป็นเรื่องธรรมชาติที่ช่วยให้ร่างกายเกิดการตื่นตัวและเติบโต แต่สิ่งที่เรามักจะไม่รู้ตัวคือ ความเครียดที่สะสมจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น รถติด หรือแต่งหน้าไม่ได้ดั่งใจ สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งสิ้น
นอกเหนือจากเรื่องความเครียดแล้ว พญ.วรรณวิพุธ เสริมว่า ปัจจุบันวงการแพทย์ยังพบ “ปัจจัยเสี่ยงสายพันธุ์ใหม่” ที่ส่งผลต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งไม่ใช่ปัจจัยเดิมๆ อย่างเรื่องไขมันหรือความดันเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงภัยเงียบจากสิ่งแวดล้อม ได้แก่

ฝุ่นพิษ PM 2.5: ฝุ่นจิ๋วที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว
ไมโครพลาสติก (Microplastics): สารปนเปื้อนที่แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ในคอนเทนเนอร์บรรจุภัณฑ์ ของใช้ส่วนตัวอย่างแปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ แชมพู น้ำดื่ม ไปจนถึงสารเคมีบนใบเสร็จรับเงิน ซึ่งการใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือแล้วไปสัมผัสใบเสร็จทันที จะยิ่งเร่งให้สารเคมีซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ง่ายขึ้น
ไขความลับ “ความอ้วน” และไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat)
อีกหนึ่งวิกฤตสุขภาพของคนเมืองคือ “โรคอ้วน” โดยสถิติล่าสุดพบว่าคนในกรุงเทพฯ มีภาวะอ้วนลงพุงสูงถึง 56% (ขณะที่ทั่วประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ 42%) ซึ่งเกณฑ์วัดง่ายๆ คือ หากรอบเอวมีขนาดมากกว่าส่วนสูงหารสองแปลว่าคุณกำลังมีความเสี่ยง
ความน่ากลัวที่ยิ่งกว่านั้นคือ ภาวะ “อ้วนใน (Thin Fat)” หรือคนที่ดูภายนอกหุ่นดี ผอมเพรียว แต่กลับมีเปอร์เซ็นต์ไขมันสะสมในร่างกายสูงเกิน 30% ไขมันเหล่านี้คือ ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ที่เปรียบเสมือนมันแทรกในเนื้อวัว มันจะไม่นอนนิ่งๆ แต่จะคอยหลั่งสารกระตุ้นการอักเสบและป่วนฮอร์โมนในร่างกายตลอดเวลา ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจอย่างมาก

อาหารการกินกับการส่งผลต่อจิตใจและร่างกาย
ในแง่ของพฤติกรรมการกิน ปัจจุบันเราถูกจู่โจมด้วยอาหารประเภท Ultra-Processed Food (อาหารแปรรูปขั้นสูง) หรืออาหารที่ใส่สารปรุงแต่งให้เก็บได้นานเป็นปีๆ อาหารเหล่านี้นอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้ว ยังส่งผลต่อระบบความอยากอาหาร 3 ส่วน คือ:
1. สมอง/อารมณ์: กินเพราะความสุข (Hedonic Appetite) ไม่ใช่กินเพราะอิ่ม
2. สารเคมี: สารปรุงแต่งที่กระตุ้นให้เราอยากกลับไปกินซ้ำๆ
3. จุลินทรีย์ในลำไส้ (Microbiome): การกินอาหารแย่ๆ ซ้ำๆ จะเป็นการเลี้ยงและส่งสัญญาณให้จุลินทรีย์ตัวร้ายผลิตสารที่ทำให้เรา “อยากกินของชั่วร้าย” หรือของหวานและอาหารขยะอยู่ตลอดเวลา
แนวทางการปรับตัวเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
คุณหมอได้แนะนำแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ที่สามารถเริ่มต้นได้ทันที คือ
ใช้สูตรอาหาร 2:1:1: จัดสัดส่วนในจานอาหาร โดยให้มีผักใบ 2 ส่วน, โปรตีนคุณภาพดี 1 ส่วน, และแป้ง/คาร์โบไฮเดรต 1 ส่วน ส่วนของหวานหรือชานมไข่มุกสามารถกินเพื่อชุบชูใจได้แต่ต้องจำกัดปริมาณ
กินอย่างมีสติ (Mindful Eating): ไม่ควรกินข้าวไปดูหน้าจอ (มือถือ/ทีวี) ไปด้วย เพราะการแยกโฟกัสจะทำให้สมองรับรู้ความอิ่มช้าลง ส่งผลให้เรากินเกินปริมาณโดยไม่รู้ตัว
กลับสู่พื้นฐาน (Old Wisdom): เน้นย้ำหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” โดยเฉพาะการล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดก่อนทานอาหาร เพื่อช่วยลดการนำสารเคมีและไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกาย
การเข้าสังคมและการระบายความเครียด: การจับกลุ่มพูดคุยหรือ “เม้าท์มอย” กับเพื่อนเพื่อระบายความทุกข์ใจถือเป็นสิ่งที่ดีและช่วยลดความเครียดได้ แต่ต้องเลือกคุยกับกลุ่มเพื่อนที่ไม่เป็นพิษ (Toxic) และไม่คุยเรื่องเครียดจนไปรบกวนเวลานอน
คัดกรองความเสี่ยงแต่เนิ่นๆ (Early Detection): เปลี่ยนความคิดจากการ “ไม่ตรวจเท่ากับไม่เป็น” มาเป็นการตรวจเช็กสุขภาพล่วงหน้า เช่น การตรวจ Calcium Score เพื่อดูคราบไขมันในหลอดเลือดหัวใจก่อนที่จะเกิดอาการ เพื่อที่จะได้วางแผนดูแลตัวเองได้ทันท่วงที
กล่าวโดยสรุป สุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดจากการหักดิบ แต่เกิดจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันอย่างเข้าใจและมีสติ
