Featured PR News

จากวัตถุดิบท้องถิ่นสู่ตลาดโลก! สองธุรกิจแดนใต้ “รังนกไทย-ปลาไทย” กับการขายของท้องถิ่นไกลถึงอังกฤษ และเตรียมบินสู่จีน

ของดีจากท้องถิ่น หากขายในรูปแบบวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว อาจมีมูลค่าไม่มากนัก แต่เมื่อผู้ประกอบการมองเห็นโอกาสและนำมาแปรรูป พัฒนาสินค้า และสร้างตลาดใหม่ วัตถุดิบเดิมๆ ก็สามารถกลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้และเติบโตได้ไกลกว่าที่คิด

ไม่เพียงแต่จะสร้างรายได้ให้เจ้าของธุรกิจ แต่ยังส่งต่อไปถึงแรงงาน ผู้ผลิต และผู้คนอีกจำนวนมากในชุมชน 

เรื่องนี้สะท้อนผ่าน 2 ธุรกิจจากภาคใต้ ทั้ง “พอสรังนก” จ.นครศรีธรรมราช ที่มองเห็นโอกาสจากรังนกไทย ซึ่งเดิมทำตลาดในรูปแบบวัตถุดิบ B2B ก่อนต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทานและสร้างแบรนด์ของตัวเอง 

ขณะที่ “อุตสาหกรรมทวีวงษ์” จ.สงขลา นำปลาทะเลสดจากแพปลาในพื้นที่มาแปรรูปเป็นขนมขบเคี้ยว ก่อนขยายตลาดจากในประเทศไปสู่ต่างประเทศ

พอสรังนก
พอสรังนก

เปลี่ยนภาพรังนกใหม่สู่ผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่คนไทยเข้าถึงได้

แม้ธุรกิจรังนกของครอบครัวจะดำเนินมากว่า 20 ปี ในฐานะผู้จำหน่ายรังนกล้างแบบ B2B แต่ คุณพิชามญชุ์ อัครยศพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยายปีกบิน จำกัด มองเห็นโอกาสในการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบไทย พร้อมตั้งคำถามว่า ทำไมรังนกไทยที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก ถึงยังไม่เป็นที่รู้จักและเข้าถึงได้สำหรับผู้บริโภคชาวไทย 

คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดจากผู้จำหน่ายวัตถุดิบสู่การสร้างแบรนด์รังนกของตนเอง เพื่อให้คนไทยได้บริโภครังนกคุณภาพที่ผลิตในประเทศไทย

คุณพิชามญช์ุ เล่าว่า รังนกภาคใต้เป็นหนึ่งในรังนกที่ดีที่สุดของโลก แต่คนที่รู้จักและได้บริโภคกลับเป็นคนต่างชาติ เธอจึงอยากสร้างแบรนด์ที่เป็นกระบอกเสียงให้คนเห็นคุณค่าของวัตถุดิบท้องถิ่นและเพิ่มมูลค่าในประเทศไทย 

จากแนวคิดดังกล่าวจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “พอสรังนก PAUS Birdnest” ที่ใช้รังนกแท้ 100% ปราศจากสารกันเสีย ไม่ผ่านการฟอกขาว และได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. GHP HACCP และ HALAL เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ 

โดยปัจจุบัน บริษัทได้พัฒนารังนกลอยแก้วแบบซองพร้อมรับประทานและต่อยอดรังนกเป็นวัตถุดิบปรุงสุก สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มและขนมหวาน 

ซึ่งมีช่องทางจำหน่ายทั้งหน้าร้าน และออนไลน์ Shopee, Lazada, TikTok และอื่นๆ รวมถึงร้านอาหาร ร้านขายยา โรงพยาบาลชั้นนำ”

คุณพิชามญช์ กล่าวต่อว่า นอกจากเพิ่มมูลค่าให้วัตถุดิบท้องถิ่น ธุรกิจยังสร้างอาชีพให้คนในพื้นที่ เพราะทุกขั้นตอน ตั้งแต่คัดแยก ล้าง จนถึงจัดรูปทรงรังนก ใช้แรงงานฝีมือที่เครื่องจักรไม่สามารถทดแทนได้ ซึ่งแรงงานที่มีทักษะมีรายได้เฉลี่ย 15,000–20,000 บาทต่อเดือน 

โดยการล้างรังนก ถือเป็นภูมิปัญญาที่สั่งสมมานาน แม้จะมีเทคโนโลยีช่วยทำความสะอาดแต่ก็ยังทดแทนฝีมือคนไม่ได้ เพราะต้องรักษารูปทรงของรังนกให้ได้มาตรฐาน นี่คือคุณค่าของคนในชุมชนที่เธออยากรักษาไว้

การเปลี่ยนผ่านจากผู้จำหน่ายวัตถุดิบสู่การสร้างแบรนด์ ทำให้บริษัทต้องเผชิญความท้าทายด้านต้นทุน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และการตลาด 

จึงเข้าร่วมโครงการกับทางกรม ทั้งโครงการด้าน Soft Power อาหาร และ ดีพร้อม คพอ. เพื่อเสริมศักยภาพด้านการบริหารธุรกิจ การวิเคราะห์ต้นทุน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการจากหลากหลายอุตสาหกรรมจนสามารถนำองค์ความรู้มาปรับใช้กับธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ

“เมื่อก่อนเราคิดว่าสินค้าดีอย่างเดียวก็น่าจะขายได้ แต่ความจริงการทำธุรกิจต้องเข้าใจทั้งต้นทุน ราคา บรรจุภัณฑ์ และความต้องการของลูกค้า 

การได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญของดีพร้อม รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ประกอบการคนอื่น ทำให้เราเห็นมุมที่ไม่เคยมองและนำกลับมาปรับใช้กับธุรกิจได้จริงจนระบบการทำงานแข็งแรงขึ้น 

ในอนาคตตั้งเป้าการขยายตลาดสู่ประเทศจีนภายใต้มาตรฐานสากลและสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการรังนกไทยเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมทั้งระบบ เพราะเราอยากให้คนไทยภูมิใจในรังนกไทยเหมือนที่ต่างชาติยอมรับ 

เมื่อวัตถุดิบท้องถิ่นได้รับการพัฒนาเป็นสินค้ามูลค่าสูง ไม่ใช่แค่ธุรกิจที่เติบโต แต่ยังหมายถึงการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างโอกาสให้คนในชุมชนเติบโตไปพร้อมกัน” นางสาวพิชามญชุ กล่าวทิ้งท้าย

อุตสาหกรรมทวีวงษ์
อุตสาหกรรมทวีวงษ์

“อุตสาหกรรมทวีวงษ์” พาปลาไทยว่ายไกลถึงอังกฤษ 

ย้อนกลับไปกว่า 44 ปีก่อน “อุตสาหกรรมทวีวงษ์” เริ่มต้นจากครัวเล็กๆ ในจังหวัดสมุทรสาคร ผลิตขนมขบเคี้ยวจากปลาเพื่อส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย 

คุณอดิรุจ ถาวรทวีวงษ์ ผู้บริหารรุ่นปัจจุบันของบริษัท อุตสาหกรรมทวีวงษ์ หาดใหญ่ จำกัด เล่าว่า เมื่อธุรกิจเติบโต ครอบครัวจึงย้ายฐานการผลิตมายังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ข้อ คือ ความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบปลาทะเลและความใกล้ชิดกับตลาดส่งออกหลักอย่างประเทศมาเลเซีย ทำให้บริหารต้นทุนและคุณภาพสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

โดยปัจจุบันโรงงานในจังหวัดสงขลา ผลิตขนมขบเคี้ยวจากปลา เช่น ปลาเส้น ปลากรอบ ปลาแผ่นอบกรอบ และปลาแผ่นนิ่มโดยใช้ปลาทะเลสดจากแพปลาในพื้นที่เฉลี่ยวันละ 2 ตัน ทั้งปลาข้างเหลือง ปลาทรายแดง และปลาไร้ก้าง ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ทรัพยากรท้องถิ่นและสร้างรายได้แก่ชาวประมงอย่างต่อเนื่อง

“ผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมทวีวงษ์วางจำหน่ายใน Big C, Tops และ Makro ควบคู่กับการรับจ้างผลิต (OEM) และการพัฒนาแบรนด์ “ทวีวงษ์” พร้อมส่งออกไปยังจีน มาเลเซีย ไต้หวัน เกาหลี และสหราชอาณาจักร 

โรงงานในจังหวัดสงขลาของเรายังจ้างงานคนในพื้นที่กว่า 120 คน สะท้อนว่าการเติบโตของธุรกิจสามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจควบคู่กับการพัฒนาชุมชน” คุณอดิรุจกล่าวเสริม

เมื่อธุรกิจขยายตัว ความท้าทายก็เพิ่มขึ้น ทั้งการรักษามาตรฐานการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการเตรียมบุคลากรให้พร้อมรับเทคโนโลยีใหม่ 

บริษัทจึงเข้าร่วมโครงการของดีพร้อม ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐานสิ่งแวดล้อม (Eco Label) และกิจกรรมดีพร้อม คพอ. ซึ่งช่วยต่อยอดการประยุกต์ใช้ AI การตลาดออนไลน์ และแนวคิด Lean Manufacturing เพื่อลดความสูญเปล่าและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

“สิ่งที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการของดีพร้อม ไม่ใช่แค่องค์ความรู้ แต่เป็นการเปิดมุมมองใหม่ในการพัฒนาองค์กร เพราะแต่ละช่วงของธุรกิจมีความท้าทายแตกต่างกัน องค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ และแนวทางที่ได้รับสามารถนำมาปรับใช้ได้จริง 

จนทำให้โรงงานในจังหวัดสงขลาได้รับการรับรองมาตรฐาน FSSC 22000 ด้านความปลอดภัยอาหาร ควบคู่กับการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสร้างงานให้คนในพื้นที่ และรับซื้อวัตถุดิบจากชาวประมงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของชุมชน” คุณอดิรุจกล่าว

ก่อนเผยถึงเป้าหมายต่อไปว่า คือการยกระดับองค์กรอย่างยั่งยืน ทั้งด้านบุคลากร กระบวนการผลิต และสิ่งแวดล้อม พร้อมพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อลดของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

รวมถึงขยายธุรกิจจากการผลิตแบบ B2B สู่การสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยผ่านบริการ OEM ที่ช่วยให้เข้าถึงกำลังการผลิตมาตรฐาน ได้ง่ายขึ้น 

พร้อมฝากถึงผู้ประกอบการ SME ว่า อย่าหยุดเรียนรู้และอย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง เพราะทุกครั้งที่เปิดรับองค์ความรู้ใหม่ ย่อมเป็นโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ และเมื่อธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแรง ก็จะสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

ปรับโมเดลธุรกิจ ยกระดับมาตรฐาน พัฒนาคน

เบื้องหลังความสำเร็จไม่ได้มาจากการมีวัตถุดิบที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการกล้าปรับโมเดลธุรกิจ ยกระดับมาตรฐาน พัฒนาคน และเปิดรับองค์ความรู้กับเทคโนโลยีใหม่ 

คุณณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า การยกระดับอุตสาหกรรมไทยไม่สามารถใช้แนวทางเดียวกันทุกพื้นที่ได้ เพราะแต่ละภูมิภาคมีศักยภาพ ทรัพยากร และโอกาสทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน การพัฒนาผู้ประกอบการจึงต้องเริ่มจากการเข้าใจจุดแข็งของพื้นที่และต่อยอดด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

“สำหรับภาคใต้ไม่เพียงเป็นประตูการค้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังมีศักยภาพด้านวัตถุดิบการเกษตร อุตสาหกรรมอาหารและประมง สมุนไพร รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และธุรกิจมูลค่าสูงได้ 

การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่ให้เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยแนวคิดนี้”

นางสาวณัฏฐิญา กล่าวต่อว่า ดีพร้อม จึงขับเคลื่อนการพัฒนาผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคใต้ ตามนโยบาย “DIPROM FLEXi” ทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ ผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายที่จำเป็นต่อการเติบโตได้อย่างตรงจุดและทันเวลา เพราะแต่ละธุรกิจมีความต้องการแตกต่างกัน 

การส่งเสริมจึงต้องตอบโจทย์เฉพาะของแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับมาตรฐาน พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ AI หรือเสริมองค์ความรู้ด้านการบริหารและการตลาด 

โดยสิ่งที่ดีพร้อมให้ความสำคัญที่สุด คือ “การพัฒนาคน” เพราะเมื่อผู้ประกอบการมีองค์ความรู้ มีวิธีคิดใหม่ และพร้อมปรับตัว ธุรกิจก็จะเติบโตได้ด้วยตนเอง สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจของชุมชน

Related Posts

จากวัตถุดิบท้องถิ่นสู่ตลาดโลก! สองธุรกิจแดนใต้ “รังนกไทย-ปลาไทย” กับการขายของท้องถิ่นไกลถึงอังกฤษ และเตรียมบินสู่จีน