หลังเรียนจบมัธยมปลาย Winnie Ong ในวัย 19 ปี ใช้เวลาช่วง Gap Year ราวหนึ่งปีทำสิ่งที่ตัวเองชอบ นั่นคือการนำเสื้อผ้ามาปรับดีไซน์ใหม่ ทดลองออกแบบ และเปลี่ยนไอเดียของตัวเองให้กลายเป็นเสื้อผ้าที่คนอื่นอยากสวมใส่ โดยไม่คิดจะทำเป็นธุรกิจจริงจัง
ทว่า 14 ปีต่อมา โปรเจกต์เล็กๆ ที่เริ่มจากความชอบกลับเติบโตเป็นแบรนด์แฟชั่นที่คนสิงคโปร์รู้จักในชื่อ “Young Hungry Free” และ จีซู ศิลปินดังจาก Blackpink ก็เลือกสวมใส่แบรนด์ของเธอ
เบื้องหลัง Young Hungry Free
Winnie Ong มีความหลงใหลในเรื่องแฟชั่นมาตั้งแต่สมัยเรียน เธอใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ไปกับการเดินหาซื้อเสื้อผ้าวินเทจมือสอง แล้วนำมาปรับดีไซน์ให้มีความเป็นตัวเองมากขึ้น จนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ก่อนนำไปขายเป็นรายได้เสริมเล็กๆ เธอทำเพราะมีความสุขกับการได้สร้างสรรค์อะไรที่แตกต่าง
ขณะเดียวกันก็ทำงานในร้านค้าปลีกควบคู่ และใช้เวลาว่างดีไซน์เสื้อผ้าอย่างต่อเนื่อง จนช่วงเวลานี้เองที่เธอตัดสินใจเปลี่ยนโปรเจกต์ที่ทำด้วยความชอบให้กลายเป็นแบรนด์ Young Hungry Free
ตอนนั้นเธอมีรายได้ประมาณ 1,400 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือน หรือราว 36,000 กว่าบาท แต่ได้รับเงินสุทธิประมาณ 1,100 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 28,000 กว่าบาท ซึ่งเธอขอรับเงินเดือนล่วงหน้า เพื่อนำมาใช้เป็นทุนในการสร้างแบรนด์ Young Hungry Free จากห้องนอนของตัวเอง โดยมีกล้อง DSLR มือสองเป็นอุปกรณ์หลัก และเรียนรู้แทบทุกอย่างผ่านการลองผิดลองถูก
เธอมุ่งมั่นสร้างแบรนด์โดยยึด “ความเป็นตัวของตัวเอง” เป็นหัวใจสำคัญ เพราะคนเราไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบของสไตล์ใดสไตล์หนึ่ง การแต่งตัวสามารถเปลี่ยนไปตามอารมณ์ โอกาส หรือแม้แต่ตัวตนที่เราอยากแสดงออกในวันนั้น บางวันอาจอยากแต่งตัวโดดเด่น แต่บางวันก็อาจเลือกอะไรที่เรียบง่ายและไม่หวือหวา
ซึ่งการทำให้ผู้คนเข้าใจแนวคิดนี้ต้องใช้เวลา เพราะสไตล์ของ Young Hungry Free ไม่ใช่สิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในสิงคโปร์ในช่วงเวลานั้น ทำให้การตอบรับค่อนข้างช้าในช่วงแรก
แต่เธอมองว่านี่คือข้อดีเพราะการเติบโตอย่างช้าๆ ทำให้แบรนด์มีพื้นที่ในการทดลอง ผิดพลาด และค่อยๆ ค้นหาว่าตัวเองควรเติบโตไปในทิศทางไหน
และยังสอนให้เธอรู้ว่า การสร้างแบรนด์ไม่ได้หมายถึงการทำให้คนซื้อสินค้าเท่านั้น แต่ต้องทำให้พวกเขามีเหตุผลมากพอที่จะกลับมาอีกครั้ง
เมื่อแบรนด์เติบโตขึ้นเธอได้เรียนรู้ว่า การสร้างแบรนด์กับการบริหารธุรกิจเป็นคนละเรื่องกัน
จากในช่วงแรกที่จัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่ออกแบบ ถ่ายภาพคอลเลกชัน เป็นนางแบบ แพ็กออร์เดอร์ ไปจนถึงตอบข้อความลูกค้า แต่เมื่อจำนวนออร์เดอร์เพิ่มขึ้น ความรับผิดชอบก็มากขึ้นไปด้วย
เธอต้องเรียนรู้ตั้งแต่การบริหารสต๊อก ดูงบกำไรขาดทุน การรับพนักงาน ไปจนถึงการสร้างทีม และคิดได้ว่าการพยายามควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเองอาจกลายเป็นคอขวดที่ขัดขวางการเติบโตของธุรกิจ
ปัจจุบันเธอจึงหันไปโฟกัสงานด้านครีเอทีฟ การพัฒนาสินค้า และการคิดว่าแบรนด์ควรเดินหน้าไปทิศทางไหน

เปิดตัวสินค้าใหม่แทบทุกสัปดาห์
Young Hungry Free เปิดตัวดีไซน์หรือคอลเลกชันใหม่แทบทุกสัปดาห์ โดยเลือกผลิตสินค้าเป็นล็อตเล็กๆ และหากดีไซน์ไหนได้รับการตอบรับที่ดี ก็สามารถสั่งผลิตเพิ่มได้อย่างรวดเร็ว
เธอมองว่าแนวทางนี้ช่วยให้แบรนด์ปรับตัวได้อย่างคล่องตัว ขณะเดียวกันก็ยังสามารถรักษาคุณภาพของสินค้าไว้ได้
โดยทีมงานจะเดินทางไปประเทศจีนเกือบทุกเดือน เพื่อคัดสรรผ้าและวัสดุต่างๆ โดยทำตัวอย่างหลายรอบ เพื่อปรับทั้งทรง การทิ้งตัว และเนื้อผ้า ก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตจริง

ศิลปินดังเลือกใส่เสื้อผ้าของ Young Hungry Free
ก่อนคอนเสิร์ตของ BLACKPINK ที่สิงคโปร์ในปี 2025 สไตลิสต์ของจีซู ได้ติดต่อ Young Hungry Free เพื่อขอเสื้อผ้าดีไซน์หนึ่งของแบรนด์ และต่อมาเธอก็สวมชุดดังกล่าวขึ้นแสดงบนเวที
เบื้องหลังการปรากฏตัวครั้งนั้นไม่ได้เกิดจากการร่วมงานหรือแคมเปญอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด สไตลิสต์เพียงบังเอิญพบแบรนด์และเลือกดีไซน์ดังกล่าว
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แบรนด์แฟชั่นท้องถิ่นจากสิงคโปร์สามารถก้าวไปไกลกว่าตลาดบ้านเกิด
อย่างไรก็ตาม 14 ปีผ่านไป Young Hungry Free ยังคงพัฒนาต่อไป โดยยังรักษาความเป็นตัวเองเอาไว้ แม้แฟชั่นเป็นอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูงมาก
อ้างอิงข้อมูล
