Skip to content
กลับสู่ ข่าวสด
เส้นทางเศรษฐี
  • SMEs
    • Inspiration
    • Exclusive
    • SMEs เกษตร
    • รอบโลก
  • How to
    • หลักสูตรเรียนฟรี
    • ชี้เป้าแหล่งซื้อขาย
    • แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
    • Leadership
    • กฏหมายธุรกิจ
    • เคล็ดลับผู้ประกอบการ
  • แฟรนไชส์
    • แฟรนไชส์บริการ
    • แฟรนไชส์อาหาร – เครื่องดื่ม
    • แฟรนไชส์ เบเกอรี – ของหวาน
    • แฟรนไชส์ประจำเดือน
  • การเงิน และการตลาด
  • ETC.
    • สุขภาพ
    • เสริมดวงเศรษฐี
  • PR News
  • Video Content
ข่าววันนี้

7 วิธี กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในองค์กร

14 สิงหาคม 2560 เจี๊ยบ

ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังพยายามมุ่งหน้าพัฒนาประเทศเป็น Thailand 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีจุดเน้นที่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital economy) เศรษฐกิจที่เน้นความรู้เป็นฐาน (Knowledge-based economy) และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative economy) ซึ่งทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการสร้างนวัตกรรม ตลอดจนสิ่งแปลกใหม่ที่สามารถเพิ่มคุณค่าและขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจให้แก่ธุรกิจต่างๆ โดยจะเห็นได้ว่าความคิดสร้างสรรค์ถือเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยเพื่อก้าวสู่โมเดล Thailand 4.0 ได้อย่างตรงเป้าหมาย

ดังนั้นจึงทำให้องค์กรธุรกิจในยุคปัจจุบันต่างต้องการความคิดสร้างสรรค์มาช่วยให้คนและองค์กรสามารถขับเคลื่อนภารกิจสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ได้ ตลอดจนสามารถสร้างสรรค์ผลงานให้มีความโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง แม้จะอยู่ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่าคนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการนำเอาความคิดสร้างสรรค์มาใช้ในธุรกิจนั้นเป็นหน้าที่ของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เช่น ฝ่ายการตลาด ครีเอทีฟโฆษณา ฯลฯ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่สามารถบ่มเพาะขึ้นมาได้ และเป็นเรื่องที่ทุกคนในองค์กรควรฝึกฝน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นหัวหน้างาน เพราะนอกจากจะต้องเป็นผู้นำในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แล้ว ยังต้องทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นและส่งเสริมบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้แก่คนในทีมอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com)  จึงได้นำแนวคิด 7 ข้อง่ายๆ ที่องค์กรหรือหัวหน้างานทุกคนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างสุดยอดพนักงานที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และพร้อมจะช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้า ดังนี้

·        เปิดกว้างเพื่อการเปลี่ยนแปลง – หากต้องการสร้างพนักงานที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ สิ่งที่สำคัญมากคือต้องเปิดใจให้กว้าง และเลิกยึดติดกับการทำงานรูปแบบเก่า เพราะวิธีการที่เคยใช้แล้วได้ผลดี ไม่ได้แปลว่าจะใช้ได้ไปตลอด ดังนั้นต้องให้เวลากับทีมงานในการทดลองทำสิ่งใหม่ๆ และกล้าเสี่ยงที่จะล้มเหลวบ้าง โดยอย่าลืมว่า  ไอเดียเจ๋งๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ กว่าจะได้มาก็ต้องแลกกับการลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน

·        กำหนดเป้าหมาย แต่ไม่กำหนดวิธีการ – หากมัวแต่คอยกำกับว่าพนักงานต้องทำอะไรบ้าง แล้วจะคาดหวังให้ได้งานหรือผลลัพธ์ที่แปลกใหม่จากพนักงานได้อย่างไร ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือ การบอกให้พนักงานเข้าใจถึงเป้าหมาย พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานเสนอแนวทางการทำงานที่แตกต่าง แต่สามารถไปถึงเป้าหมายได้เช่นกัน ซึ่งการทำแบบนี้อาจได้เห็นแนวคิดดีๆ ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยก็ได้

·        สร้างค่านิยมแห่งการสร้างสรรค์ พร้อมปลูกฝังเข้าไปในทีม – การสร้างค่านิยมแห่งการสร้างสรรค์เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถือเป็นตัวกำหนดแนวทางการทำงานให้พนักงานทุกคน เช่น ใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในทุกชิ้นงาน โดยหัวหน้าหรือองค์กรต้องหมั่นสื่อสารให้พนักงานได้ตระหนักและรับรู้ ซึ่งสามารถทำได้โดยการทำให้เห็นเป็นแบบอย่าง ตลอดจนคอยกระตุ้นให้ทุกคนยึดถือแนวคิดนี้ในการทำงานอยู่เสมอ

·        สร้างบรรยากาศแห่งความคิดสร้างสรรค์ – บรรยากาศในการทำงานเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เช่น การตกแต่งออฟฟิศให้มีสีสันสดใส มีห้องนั่งเล่นให้พนักงานได้ผ่อนคลายในยามที่เครียด หรือมีกิจกรรมสนุกๆ ให้พนักงานร่วมกันทำ อาทิ ให้พนักงานช่วยกันตกแต่งโต๊ะทำงานตามเทศกาล โดยให้รางวัลกับผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่สุด หรือบางองค์กรอาจใช้วิธีให้พนักงานออกมาบอกเล่าเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร เทคโนโลยี เทรนด์ใหม่ๆ ของโลก ตลอดจนเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งวิธีการนี้ยังเป็นเหมือนการอัพเดทความรู้ใหม่ๆ ให้กับพนักงานคนอื่นด้วย

·        ระดมสมองประลองปัญญากันอย่างสร้างสรรค์ – การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอาจจะฟังดูเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครก็ใช้กันเวลาที่ต้องการไอเดียใหม่ๆ แต่หัวหน้าหรือองค์กรต้องสื่อสารให้ทุกคนรู้ว่าการเสนอความคิดเห็นไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด ยิ่งคนเสนอความคิดมากเท่าไหร่ ยิ่งดีกว่าไม่มีใครเสนอเลย นอกจากนี้ต้องใส่ใจรายละเอียดในเรื่องเล็กๆ ด้วยเช่นกัน เพราะบางครั้งความคิดเห็นที่ฟังดูแล้วไม่น่าสนใจ ในอนาคตอาจกลายมาเป็นชิ้นส่วนสำคัญของสุดยอดไอเดียก็ได้ สุดท้ายคือเสริมได้แต่อย่าติ เพราะถ้าไม่ชอบในสิ่งที่พนักงานนำเสนอแล้วติทันที คงไม่มีพนักงานคนไหนกล้าแสดงความคิดเห็นออกมาอีกแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือพยายามถามในสิ่งที่ยังสงสัย และนำไอเดียเหล่านั้นไปเสริมหรือต่อยอด

  • อย่ารีบด่วนตัดสินใจ ให้มองหาความคิดอื่นมาเปรียบเทียบเสมอ – หลายครั้งที่พนักงานมักจะพลาดโอกาสในการสร้างผลงานที่ดีกว่าได้ เพียงเพราะหัวหน้าหรือองค์กรรีบตัดสินใจ ดังนั้นควรมองหาหรือนำความคิดอื่นมาเปรียบเทียบเพิ่มเติม แต่บางสถานการณ์ที่ต้องการความรีบด่วนก็อาจจะใช้วิธีนี้ไม่ได้ ซึ่งก็ต้องปรับใช้กันไปตามความเหมาะสม
  • อย่าปล่อยให้พนักงานจมอยู่กับสิ่งเดิมๆ นานเกินไป – บางครั้งการอยู่ในบรรยากาศหรือการทำงานร่วมกับคนเดิมๆ ก็อาจจะทำให้พนักงานขาดความคิดสร้างสรรค์ได้ เพราะภายนอกยังมีอีกหลายสิ่งมากมายให้ออกไปเจอและศึกษาค้นคว้า ดังนั้นหากหัวหน้าหรือองค์กรสามารถให้พนักงานออกไปเปิดโลกทัศน์ เช่น การไปศึกษาดูงาน อาจทำให้พนักงานได้แนวคิดใหม่ๆ และนำกลับมาใช้กับการทำงานในองค์กรได้

ความคิดสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นได้ ถึงแม้ว่าพนักงานบางคนอาจจะไม่ได้มีความคิดที่โดดเด่นมากนัก แต่ในรูปแบบของการทำงานเป็นทีมนั้น แค่บางส่วนของความคิดเห็นก็สามารถปะติดปะต่อกลายเป็นไอเดียที่ดีเยี่ยมได้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของหัวหน้างานที่จะต้องเชื่อมต่อไอเดียเล็ก ๆ เหล่านั้นให้กลายเป็นรูปเป็นร่างที่สมบูรณ์แบบ หรือนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไปได้ ดังนั้นการเปิดโอกาสหรือส่งเสริมให้พนักงานมีความคิดสร้างสรรค์ ก็จะเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้องค์กรเดินหน้าต่อไปและประสบความสำเร็จ นางสาวแสงเดือน กล่างทิ้งท้าย

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com) โทรศัพท์ 02-353-6999 หรือเข้าไปที่ www.jobthai.com/reach

Latest Posts

“พาเฟ่” ร้านกาแฟในพระราชดำริ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ที่นำรายได้กลับไปช่วยเหลือชุมชน
Featured ข่าววันนี้
“พาเฟ่” ร้านกาแฟในพระราชดำริ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ที่นำรายได้กลับไปช่วยเหลือชุมชน

หากพูดถึงคาเฟ่ หลายคนอาจนึกถึงร้านกาแฟที่มีบรรยากาศดีและเมนูอร่อย แต่ “พาเฟ่” (PAfé) เป็นมากกว่านั้น  พาเฟ่ เป็นร้านกาแฟที่เปิดภายใต้แนวคิด “สุขที่ได้แบ่งปัน” ต่อยอดมาจากภารกิจหลักของ “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ภารกิจหลักของมูลนิธิฯ คือการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด สามารถพึ่งพาตนเองและดำเนินชีวิตได้อย่างยั่งยืน  หลายพื้นที่ที่มูลนิธิฯ เข้าไปช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นชุมชนเกษตรกรรม หนึ่งในอาชีพสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่คือ “การปลูกกาแฟ” ที่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างต่อเนื่อง และยังเป็นพืชที่ช่วยในการรักษาป่า เพราะสามารถเติบโตได้ดีใต้ร่มไม้ใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าต้นน้ำ  ต่อมา เมื่อมูลนิธิฯ ได้ย้ายที่ตั้งสำนักงานมายังอาคารอนุรักษ์ของกรมศิลปากรในปัจจุบัน จึงได้จัดสรรพื้นที่เพื่อสนับสนุนภารกิจก

18 มิถุนายน 2569
Featured SMEs เคล็ดลับผู้ประกอบการ
ถอดวิธีคิด ผู้ก่อตั้ง พาสต้า อาม่า ไม่ได้จบเชฟ แต่จบจิตวิทยา ใช้เซนส์อ่านเกมธุรกิจจนโต 400 ล้าน

“ผมแค่อยากพาครอบครัวไปทานอาหารแล้วไม่ต้องดูราคา ผมแค่อยากใช้ชีวิตสบายๆ แต่คำว่าสบายมันต้องใช้เงิน” ประโยคที่ฟังดูจริงใจ ไม่ปรุงแต่งนี้ คือคำพูดแรกของ คุณจี-จีรภัทร ศรีทองคำ ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” เมื่อถูกขอให้เล่าถึงเส้นทางธุรกิจจากศูนย์ ก่อนจะกลายมาเป็นเจ้าของอาณาจักรร้านอาหาร 400 ล้านบาทในปีนี้ จากอดีตพนักงาน HR Business Development ที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง CP ประจำภาคเหนือ เริ่มต้นจากการเป็นพนักงานออฟฟิศที่มีความฝันว่าอยากจะรวย อยากสบาย กลายเป็นสิ่งผลักดันให้เขากล้าลอง กล้าเริ่ม กล้าล้ม  คุณจีเริ่มเล่าว่า ตนเองเป็นนักศึกษาคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งคณะนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นนักจิตวิทยาสายคลินิก กับคนที่มาสายองค์กรเพื่อพัฒนาสายธุรกิจ ตอนที่เป็นพนักงานประจำก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงานยังไม่มีรถยนต์ขับ ที่บ้านไม่ได้มีธุรกิจ พ่อเป็นข้าราชการ แม่ขายก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่ง หลังเรียนจบมาก็มาเป็นพนักงานประจำอยู่ในสาย HR ล้วน 7 ปี  “ผมอยากรวยครับ อยากใช้ชีวิตแบบสบายๆ ซึ่งคำว่าสบายๆ นี้มันต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่ามันนี่ ถ้าไม่มีตัวนี้ก็ไม่สบาย” เมื่อตอนสิบปีที่แล้วนั้น เงินเดือนสตาร์

22 มิถุนายน 2569
Featured How to
“เซเว่น” เปิดรับสมัครพนักงานวัยเก๋า (60-75 ปี) จำนวน 1,000 อัตรา รายได้ 400 บาท/วัน

ซีพี ออลล์ จับมือ กระทรวง พม. เปิดตัว “โครงการผู้ใหญ่ใจดี ซีพี ออลล์” เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตวัยเก๋า เปิดรับสมัครผู้สูงอายุ (อายุ 60-75 ปี) จำนวน 1,000 อัตรา ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมรายได้และการมีงานทำอย่างยั่งยืน โครงการผู้ใหญ่ใจดี ใส่ใจทุกช่วงวัย ก้าวไปพร้อมๆ กัน ตำแหน่ง : พนักงานดูแลพื้นที่ขาย คุณสมบัติ ตำแหน่ง : พนักงานดูแลลานจอดรถ คุณสมบัติ รายได้ : 400 บาท/วัน สมัครได้ที่ : https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSf6pwN9lkGC4v1X1rzXTpf-LvvVjgfrXX5wxTnYn8xoR5kjXQ/viewform  ช่องทางการติดต่อ 

20 มิถุนายน 2569
ไม่มีต้นทุนชีวิต จบแค่มัธยม แต่ปั้นธุรกิจน้ำหอมไทย ในวันที่ใครๆ เชื่อว่าของนอกดีกว่า จนลูกค้ายุโรป-อเมริกาสั่งซื้อไม่ขาด
Featured Inspiration SMEs
ไม่มีต้นทุนชีวิต จบแค่มัธยม แต่ปั้นธุรกิจน้ำหอมไทย ในวันที่ใครๆ เชื่อว่าของนอกดีกว่า จนลูกค้ายุโรป-อเมริกาสั่งซื้อไม่ขาด

กว่าที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารธุรกิจด้านน้ำหอมและวัตถุดิบเพื่ออุตสาหกรรมความงามที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เส้นทางของ คุณนิ่ม-อักษรศิลป์ แก้วบุดดา ประธานผู้บริหาร บริษัท อเมอเอเชี่ยน เฟรเกร็นซ์ รีเสิร์ช จำกัด ไม่ได้เริ่มต้นจากครอบครัวนักธุรกิจหรือมีเงินทุนก้อนใหญ่ แต่เริ่มจาก “โอกาส” และ “ความกล้าที่จะเรียนรู้” “ดิฉันไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยค่ะ จบแค่มัธยมศึกษาแล้วเข้าร่วมโครงการ Internship ของโรงแรมดุสิตธานี พัทยา ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้การทำงานจริงหนึ่งปี ก่อนจะได้รับคัดเลือกเข้าทำงานประจำ” เธอย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นในวัยสาว พร้อมรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ โรงแรมคือห้องเรียนชีวิต การทำงานในธุรกิจโรงแรมทำให้เธอได้เรียนรู้ทั้งเรื่องการบริการ การบริหารจัดการ และการทำงานร่วมกับผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นผู้ประกอบการในอนาคตที่ยึดมั่นในการดูแลลูกค้าและการบริการ “ดุสิตฯ สอนให้เรียนรู้จากของจริง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโรงแรมคือการฝึกฝนชีวิตและการทำงานไปพร้อมกัน” ในช่วงเวลาเดียวกัน เธอยังหารายได้เสริมจากการขายเสื้อผ้าแฟชั่น ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องก

25 มิถุนายน 2569

Tags

Related Posts

ข่าววันนี้
“ยุคเศรษฐกิจคาดเดายาก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย” สหพัฒน์ ช่วยประชาชนลดค่าครองชีพ ตรึงราคาสินค้า เปิดฉาก “สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30”

“เศรษฐกิจคาดการณ์ไม่ได้เลย บางทีที่นึกว่าจะดีก็ไม่ดี แล้วที่นึกว่าจะไม่ดีก็ดีขึ้นมา” นายธรรมรัตน์ ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอนในหลากหลายมิติ ทั้งจากสถานการณ์ความขัดแย้งในระดับโลก ความผันผวนด้านราคาพลังงาน และต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น  เครือสหพัฒน์ยังคงยืนหยัดเดินหน้าจัดงาน “สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” ภายใต้แนวคิด “ไปด้วยกันนะ” เพื่อส่งมอบสินค้าคุณภาพในราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้ ระดมสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 1,000 รายการ จากบริษัทในเครือกว่า 100 แห่ง ตรึงราคาสวนภาวะเศรษฐกิจเพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพประชาชน  นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และประธานจัดงานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส กล่าวว่า แม้สถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้จะมีความไม่แน่นอน ทั้งจากภาวะสงคราม ความผันผวนด้านพลังงาน ซึ่งทำให้ต้นทุนวัตถุดิบการผลิตปรับตัวสูงขึ้น “ช่วง 3-4 เดือน ที่ผ่านมา เศรษฐกิจคาดการณ์ไม่ได้เลย บางทีที่นึกว่าจะดีก็ไม่ดี แล้วที่นึกว่าจะไม่ดีก็ดีขึ้นมา คาดเดาไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เครือสหพัฒน์ยังคงดำเนินนโยบายตรึงรา

25 มิถุนายน 2569
วิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร ชู AI ถอดรหัสภูมิปัญญาไทย สร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ หนุนสมุนไพรเข้าสู่ระบบสุขภาพ
Featured ข่าววันนี้
วิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร ชู AI ถอดรหัสภูมิปัญญาไทย สร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ หนุนสมุนไพรเข้าสู่ระบบสุขภาพ

วิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร ภายใต้ราชวิทยาลัยเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย จัดการประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 4 ภายใต้หัวข้อ “From Wisdom to Evidence: Transforming Traditional Knowledge into Clinical Herbal Practice” ระหว่างวันที่ 18–19 มิถุนายน 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทิศทางการพัฒนาสมุนไพรไทยจากภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่การใช้ประโยชน์ทางคลินิกบนฐานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ รศ.ดร.ภญ.นริศา คำแก่น ประธานวิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร กล่าวว่า การพัฒนาสมุนไพรไทยในปัจจุบันต้องก้าวจากการสืบทอดภูมิปัญญาดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างองค์ความรู้ที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุขสามารถนำไปใช้ดูแลผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน หนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุม คือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับการศึกษาสมุนไพรไทย โดย รศ.ดร.ภก. ศุภชัย ติยวรนันท์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำเสนอแนวทางการถอดรหัสองค์ความรู้จากตำราแพทย์แผนไทยและจารึกวัดโพธิ์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลและ AI เพื่อค้นหารูปแบบการใช้สมุนไพ

25 มิถุนายน 2569
ข่าววันนี้
ศรีจันทร์ กวาดยอดขาย 2,055 ล้านบาท คนประหยัดขึ้นดันครีมซองโต ตั้งเป้า 3,000 ล้านบาท ภายใน 2 ปี

ศรีจันทร์ กวาดยอดขายทะลุ 2,055 ล้านบาท ตั้งเป้า 3,000 ล้านบาท ภายใน 2 ปี พร้อมบุกตลาดเวียดนาม ย้ำเดินหน้าเข้าตลาดฯ 2569 กระแส T-Beauty ยังคงเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ขับเคลื่อนวงการตลาดความงามแสนล้านให้เติบโตไปได้ หนึ่งในชื่อของไทยบิวตี้ระดับแถวหน้าที่หลายคนต้องนึกถึงคือ ศรีจันทร์ แบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 78 ปี บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงาม “ศรีจันทร์ (SRICHAND)” และ “ศศิ (sasi)” เปิดเผยว่า ปี 2568 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน บริษัทสามารถเติบโตท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ยอดขายทะลุ 2,055.50 ล้านบาท กำไรสุทธิเติบโตถึง 34% คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ปัจจัยจากภาวะสงครามตะวันออกกลางที่เข้ามาส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั้งโลก แต่บริษัทได้ก้าวผ่านความท้าทายมาได้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ ที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดตัวโลโก้องค์กรแบบใหม่ ชูตัวอักษรไทย “ศ” เป็นสัญลักษณ์แห่งความภูมิใจในความเป็นไทย พร้อมออกสินค้าใหม่กว่า 150 SKU ภายใต้แบรนด์ศรีจันทร์และศศิ  แต่งตั้งพรีเซ็นเตอร์รวม 13

24 มิถุนายน 2569
Featured ข่าววันนี้
เปิดมุมมอง “แอปดีลิเวอรีจีน” ในไทย ผู้เชี่ยวชาญแนะ รัฐใช้โอกาสนี้ผลักดันร้านค้าท้องถิ่นเข้าระบบ กระจายรายได้สู่คนไทย

จากกระแสข่าวแอปพลิเคชันดีลิเวอรีจีนที่กำลังเป็นที่สนใจในขณะนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ อาจารย์ปอ-ภากร กัทชลี ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมผู้บริโภคของประเทศจีน เจ้าของเพจอ้ายจง โดยให้ความเห็นว่า ปรากฏการณ์แอปพลิเคชันเดลิเวรีจีนในไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มีมานานแล้ว อย่างเช่น ในปี พ.ศ. 2566 ที่มีการตั้งคำถามในโลกออนไลน์ไทย โดยมีหลายเจ้าที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะเดียวกัน เช่น Gokoo, Feixiang หรือ ช้างบิน อาจารย์ปอ ระบุสาเหตุที่คนไทยเกิดความกังวล เพราะกังวลว่า แอปฯ เหล่านี้อาจมีลักษณะเป็น “Closed-Loop Business หรือ ระบบนิเวศปิด” คล้ายกับโมเดลทัวร์ศูนย์เหรียญในอดีต เป็นบริการที่ครอบคลุมครบทุกวงจร ตั้งแต่บริการดีลิเวอรีส่งอาหาร สปา คลินิกสุขภาพ ไปจนถึงการจองตั๋วเดินทางและที่พัก ปัจจัยหลักที่ทำให้แอปฯ เหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็วในไทย ได้แก่ ความสะดวกสบายและคุ้นเคย โดยแอปฯ เหล่านี้มักเชื่อมต่อกับ WeChat Pay หรือ Alipay ทำให้คนจีนใช้งานได้ทันที รวมถึง mini app บนแอปเหล่านี้ ทำให้ไม่ต้องปรับตัวมาก อีกทั้งยังเป็น การทลายกำแพงภาษา เพราะบริการทั้งหมดเป็นภาษาจีน ดังนั้นจึงเป

24 มิถุนายน 2569
Featured ข่าววันนี้
ทำไม MAGURO คว้าสิทธิ์ “Age.3” ส่งแซนด์วิชทอดเจ้าดังญี่ปุ่น บุกไทยสาขาแรก เริ่มต้น 80 บาท มีให้เลือกกว่า 30 เมนู

MAGURO GROUP เปิดน่านน้ำใหม่ รุกตลาดร้านขนมเต็มตัว ประเดิมเปิด “Age.3” (อาเกะซัง) แบรนด์แซนด์วิชทอดชื่อดังจากกินซ่าโตเกียว เป็นแบรนด์แรก – เสริมพอร์ตโฟลิโอรุกตลาด Accessible Premium ราคา 80–200 บาท พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ชัดเจน Age.3 ก้าวแรกของแผนสร้างพอร์ตธุรกิจขนมหวานและอาหารว่างที่บริษัทเตรียมไว้แล้วในระยะยาว • “Age.3” (อาเกะซัง) แบรนด์ปรากฏการณ์คิวยาวจากโตเกียว ปัจจุบันมีสาขาใน 5 ประเทศทั่วโลก โดดเด่นด้วยขนมปัง Shokupan ทอดกรอบจับคู่วิปครีมสูตรไม่ใส่น้ำตาล (No Sugar Added Whipped Cream) ที่ใช้สารให้ความหวาน 0 แคลอรี ผู้สร้าง Micro-Category ใหม่ “Fried Sandwich” • เตรียมเปิด Age.3 Flagship Store สาขาแรกในไทย ณ ชั้น G Dusit Central Park ตุลาคม 2569 พร้อมเมนูกว่า 30 รายการ • Age.3 คือจุดเริ่มต้นของแผนรุกตลาดขนมหวานและอาหารว่างอย่างเต็มรูปแบบของ MAGURO GROUP โดยบริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาและเจรจาแบรนด์ใหม่ในกลุ่มนี้เพิ่มเติมอีกหลายโครงการ บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO GROUP ผู้นำธุรกิจร้านอาหารระดับพรีเมียมและแมสพรีเมียมในประเทศไทย เดินหน้าสู่ก้าวสำคัญรุกเจาะตลาดกลุ่ม Snack a

24 มิถุนายน 2569
ตลาดบิวตี้ไทยโต 4 แสนล้าน! ถอดสูตรคิด ทำไม “Zadi & Jo” เลือกเจาะกลุ่มวัยเรียน อายุ 10-20 ปีโดยเฉพาะ
Featured ข่าววันนี้
ตลาดบิวตี้ไทยโต 4 แสนล้าน! ถอดสูตรคิด ทำไม “Zadi & Jo” เลือกเจาะกลุ่มวัยเรียน อายุ 10-20 ปีโดยเฉพาะ

ตลาดวัยเรียน กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บริโภคที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคนี้ ทั้งในแง่กำลังซื้อ การสร้างเทรนด์ และอิทธิพลต่อการตัดสินใจภายในครอบครัว  ท่ามกลางการเติบโตของอุตสาหกรรมความงามไทยที่มีมูลค่ามากกว่า 400,000 ล้านบาท และยังคงเติบโตต่อเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ นั่นจึงเป็นโอกาสให้ Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) เป็นแบรนด์ความงามไทยรายแรกที่ถูกออกแบบมาสำหรับกลุ่มอายุ 10-20 ปีโดยเฉพาะ ครอบคลุมทั้งสกินแคร์ เมกอัพ และน้ำหอม ภายใต้แนวคิด Clean & Playful Beauty มีทั้งความอ่อนโยน ความสนุก และความมั่นใจไว้ด้วยกัน ทรงสมร ฮัทเท็ท ประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ (Chief Growth Officer) บริษัท เจนเนอรัส ซีนิธ จำกัด กล่าวว่า เซดี้ แอนด์ โจ เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างแบรนด์ความงามที่เข้าใจวัย 10-20 ปีอย่างแท้จริง ทั้งในด้านผิว ความรู้สึก และการค้นหาตัวตน  “เราต้องการให้การดูแลตัวเองเป็นประสบการณ์ที่สนุก อ่อนโยน และช่วยสร้างความมั่นใจในแบบที่เหมาะสมกับวัย เพราะเราเชื่อว่าช่วงวัยนี้คือช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการเรียนรู้ที่จะรักและดูแลตัวเองอย่างสมดุล” Teen Beauty กลายเป็นตลาดแห่งอนาคต ปัจจุบันพ

24 มิถุนายน 2569

สำนักงาน บริษัท ข่าวสด จำกัด
หนังสือพิมพ์ข่าวสด - ข่าวสดออนไลน์
ที่อยู่ เลขที่ 40/10 ถนนเทศบาลนิมิตใต้ หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 02-589-0020

ติดต่อโฆษณา
อีเมล: [email protected]
โทร : 02-580-0021 ต่อ 1606

  • SMEs
    • Inspiration
    • Exclusive
    • SMEs เกษตร
    • รอบโลก
  • How to
    • หลักสูตรเรียนฟรี
    • ชี้เป้าแหล่งซื้อขาย
    • แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
    • Leadership
    • กฏหมายธุรกิจ
    • เคล็ดลับผู้ประกอบการ
  • แฟรนไชส์
    • แฟรนไชส์บริการ
    • แฟรนไชส์อาหาร – เครื่องดื่ม
    • แฟรนไชส์ เบเกอรี – ของหวาน
    • แฟรนไชส์ประจำเดือน
  • การเงิน และการตลาด
  • ETC.
    • สุขภาพ
    • เสริมดวงเศรษฐี
  • PR News
  • Video Content