สุขภาพ
อร่อยแฝงโรค หากกินไม่ระวัง! เปิด 4 ประเภท อาหารดิบ คนไทยชอบบริโภค แต่ไม่ดีต่อสุขภาพ ระยะหลังมานี้ เกิดกระแสการรับประทานอาหารพิสดารให้เห็นผ่านตาบนโซเชียลมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หมึกช็อต หรือล่าสุด อึ่งช็อต ซึ่งการบริโภคอาหารในลักษณะนี้ มีความเสี่ยงทำให้เสี่ยงโรคพยาธิและโรคอื่นๆ ตามมาได้ เว็บไซต์ สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยข้อมูล จากผลการสำรวจการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพของกองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข โดยความร่วมมือจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ และศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 1-12 ระหว่างวันที่ 5-31 มีนาคม 2565 มีผู้ตอบแบบสำรวจ จำนวนทั้งสิ้น 113,847 คน อายุเฉลี่ยระหว่าง 25-26 ปี ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ผลการสำรวจ พบว่า ประชาชนนิยมกินอาหารดิบอย่างน้อย 1 อย่าง โดยเฉลี่ยร้อยละ 28 โดยแบ่งเป็นอาหารดิบแต่ละประเภท ดังนี้ 1. นิยมกินอาหารทะเลดิบ เช่น ตำกุ้งสด ปลาหมึกช็อต ปลาแซลมอนซาชิมิ ยำปูทะเล ร้อยละ 22.2 2. นิยมกินสัตว์น้ำจืดดิบ เช่น ยำ/ตำ/ก้อย กุ้งฝอย ปลาดิบ ปูดิบ หอยดิบ ร้อยละ 10.9 3. นิยมกินเนื้อวัวดิบ เช่น ก้อยเนื้อ ซอยจุ๊ ก้อยมะนาว ลาบเลือด ส้มวัว
เดินทางช่วงสงกรานต์ ปลอดภัยจากโควิด-19 ท่องจำไว้ ต้องทำตามนี้! โควิด-19 ยังคงไม่หมดไป อีกทั้งแนวโน้มตัวเลข ยังคงน่าเป็นห่วง ไหนจะเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้เข้ามา หลายคนก็มีแผนจะกลับบ้านหรือไปพักผ่อนคลายเครียด ก็เกิดความลังเลว่าจะทำอย่างไรดี กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เผย มาตรการป้องกันโควิด-19 ช่วงสงกรานต์ ดังนี้ การเตรียมตัวก่อนร่วมงาน กลุ่ม 608 ต้องได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว เช็กตนเอง หากมีความเสี่ยงให้ งดเดินทาง ตรวจ ATK ก่อนเดินทาง 72 ชม. ผู้จัดงานต้องขออนุญาตก่อนจัดงาน และกำหนดให้มีมาตรการควบคุมกำกับอย่างเข้มงวด ผู้จัดงาน ลงทะเบียน TSC2+ และ COVID Free Setting ระหว่างงานสงกรานต์ จัดกิจกรรมตามประเพณี เช่น รดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ การแสดงทางวัฒนธรรม ขบวนแห่ การแสดงดนตรี เป็นต้น กำหนดช่องทางเข้า-ออก จุดคัดกรอง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา พกเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่าง * ห้ามประแป้ง ปาร์ตี้โฟม ห้ามจำหน่ายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่งาน กิจกรรมในครอบครัว จัดกิจกรรมที่โล่ง ระบายอากาศได้ดี สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ผู้สูงอายุควรได้รับวัคซีนให้ครบ * งดรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มร่วมกัน
เปิดโพล 10 เหตุผล ที่นำไปสู่ พฤติกรรมเสี่ยง ติดโควิด-19 ของคนไทย! เว็บไซต์ สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยข่าว จากผลการสำรวจการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพในประเด็นความตระหนักรู้ต่อพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ของกองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข โดยความร่วมมือจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ และศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 1-12 ระหว่างวันที่ 5-31 มีนาคม 2565 มีผู้ตอบแบบสำรวจ จำนวนทั้งสิ้น 113,847 คน อายุเฉลี่ยระหว่าง 25-26 ปี ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ผลการสำรวจ พบว่า มากกว่าร้อยละ 30 ของประชาชนคนไทยทั่วประเทศมีความตระหนักรู้ต่อการป้องกันโรคโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการมีพฤติกรรมเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ตามลำดับ ดังนี้ 1. ไม่ได้แยกกินอาหารกับครอบครัวหรือเพื่อน ร้อยละ 36.1 2. รู้สึกเบื่อหน่ายกับข้อห้ามการรวมกลุ่มทำกิจกรรม ร้อยละ 35.1 3. รู้สึกกลัวต่อการใช้ ATK ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ร้อยละ 30.5 4. ไม่รู้ว่าผู้ป่วยเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันสูง เป็นกลุ่มเสี่ยงหากติดโควิดจะเกิดความรุนแรงถึงชีวิต ร้
กัญชา กัญชง กระท่อม ต้องถูกส่งเสริมให้ใช้ประโยชน์มากขึ้น เพื่อเป็นพืชเศรษฐกิจ ตามที่มีประกาศ ราชกิจจานุเบกษา ครบ 120 วัน และจะมีผลให้ กัญชา-กัญชง ไม่ใช่ยาเสพติด ประเภท 5 ทั้งส่วนของช่อดอก ใบ กิ่ง ก้าน ลำต้น ราก และเมล็ด ในวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ซึ่งตามร่างดังกล่าว จะส่งเสริมให้มีการนำกัญชา กัญชง มาใช้ประโยชน์มากขึ้น ทั้งการปลูก สกัด ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ และในส่วนของกระท่อมนั้น ปัจจุบัน ได้ถูกยกเลิกจากการเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ไปตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2564 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2564 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการให้ความรู้กับประชาชน โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงเปิดอบรมระยะสั้นหลักสูตร กัญชา, กัญชง และกระท่อม สำหรับผู้สนใจในการพัฒนาธุรกิจจากพืชทั้ง 3 ชนิด เพื่อนำไปใช้ได้จริง โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาให้การอบรม เนื้อหาจะกระชับ เข้าใจ และนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงเปิดแนวคิดการใช้กัญชาในด้านการส่งเสริมสุขภาพ หรือ ธุรกิจเวลเนส แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านกัญชา และทีมวิทยากรจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ผู้สนใจสามารถสมัครได้ที่ https://forms.gle/joH
ไม่ระวัง เสี่ยงตาบอด! หากโดนสาร Sodium Azide เข้าที่ดวงตา ตอนตรวจ ATK เฟซบุ๊ก Anti-Fake News Center Thailand เผยข่าว ตามที่มีการเผยแพร่ข้อความในสื่อออนไลน์ต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นตรวจ ATK ไม่ระวังเสี่ยงตาบอดหากโดนสาร Sodium Azide เข้าที่ดวงตา ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง จากข้อความทางสื่อออนไลน์ที่กล่าวว่า ประเด็นการใช้ ATK ต้องใช้อย่างระวัง ใน ATK มันมีส่วนผสมของ Sodium Azide เข้าใจว่าอยู่ในหลอดยาที่หยอด Sodium Azide โดนตา ตาบอดได้ โดนผิวก็อาจระคายเคือง บางคนก็รุนแรง ถ้ากินเข้าไปอาจจะอันตรายรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิต ควรใช้แต่พอดี โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า Sodium Azide เป็นสารรักษาสภาพ antibody ปริมาณที่ใส่น้อยมากจึงไม่มีผลถึงกับตาบอด เพราะเป็นส่วนประกอบของสารใน ATK และ buffer กรณีกระเด็นเข้าตาหรือผิวหนังให้ล้างด้วยน้ำเปล่า หากยังระคายเคืองให้พบแพทย์
เปิด How To ดูแลตัวเอง เมื่อติดเชื้อไวรัส ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ปัจจุบัน ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ใครที่อาการหนักก็ต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ใครที่กลุ่มเสี่ยงสีเขียวก็สามารถกักตัวอยู่ที่บ้านได้ โดยเฟซบุ๊ก สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้เปิดวิธีการดูแลตัวเองด้วยการแพทย์แผนไทย เมื่อมีอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยตัวเอง ดังนี้ * เมื่อมีอาการไข้ ตัวร้อน – ใช้ฟ้าทะลายโจร ในรูปแบบสดมื้อละ 25 ใบ หรือใบแห้ง 1.5-3 กรัม หรือแบบแคปซูลที่มีสารแอนโดรกราโฟไลด์ 140-180 มก./วัน วันละ 4 ครั้ง หลังอาหาร 3 มื้อ และก่อนนอน หรือทุก 4-6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ – ใช้ยาจันทลีลา ยาเขียวหอม ยาประสะจันทน์แดง * เมื่อมีอาการไอ เจ็บคอ – ใช้มะขามป้อม ยาอม/ยาแก้ไอมะขามป้อม – ใช้มะแว้งเครือ/มะแว้งต้น ยาอม/ผลแก่สด 5-10 ผล ใช้ผลสดเคี้ยวแล้วกลืน – ดื่มชาสมุนไพรร้อน เช่น ขิง น้ำผึ้งมะนาวร้อน ขมิ้นชันน้ำผึ้ง ตรีผลา * เมื่อมีน้ำมูก คัดจมูก จมูกไม่ได้กลิ่น หอบเหนื่อย หายใจลำบาก – ใช้การสุมยา/อบ/รมไอน้ำ ใช้สมุนไพรสดที่มีน้ำมันหอมระเหย (มีกลิ่นหอม) และมีฤทธิ์ร้อน เช่น หัวหอม ข
เปิดวิธี ปักชำต้นฟ้าทะลายโจร เสริมความแข็งแรงของกิ่งพันธุ์ ก่อนนำปลูกลงดิน สมุนไพรอย่าง ฟ้าทะลายโจร ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนแต่ละบ้านต่างหาเมล็ดหรือต้นพันธุ์มาปลูกกันให้ทั่ว แต่ใช่ว่าได้เมล็ดมาปลูกแล้วต้นจะโตมาแข็งแรง หรือมีต้นพันธุ์แล้ว ถ้าดูแลไม่ดีก็ไม่ออกดอกผลหรือตายได้ เพจ สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จึงได้แนะนำเกี่ยวกับ การปักชำฟ้าทะลายโจร ไว้ดังนี้ 1. ให้ใช้ต้นฟ้าทะลายโจรที่โตเต็มที่ จากนั้นตัดกิ่งให้เป็นท่อน โดยมี 1-2 ข้อ 2. จากนั้นนำไปปักลงในวัสดุปักชำ 3. รดน้ำให้ชุ่ม ใส่ถุงพลาสติก มัดปากถุง แขวนไว้ในที่ร่ม ที่มีแดดรำไร 4. ทิ้งไว้ 10 วัน จนรากงอก แล้วจึงค่อยนำไปปลูกลงดิน
ยาดองมะกรูด สรรพคุณ บำรุง–ฟอกเลือด ยาอายุวัฒนะ แก้ปวดเมื่อย by อภัยภูเบศร เฟซบุ๊ก สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้เผยแพร่สูตร ยาดองมะกรูด เพื่อให้ประชาชนนำไปทำทานเพื่อบำรุงดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง ดังนี้ ส่วนประกอบ กำแพงเจ็ดชั้น 20 กรัม เถาวัลย์เปรียง 20 กรัม โคคลาน 20 กรัม คำฝอย 45 กรัม เปราะหอม 20 กรัม กระชาย 20 กรัม แห้วหมู 20 กรัม เกลือ 100 กรัม มะกรูด 33 ลูก น้ำสะอาด 3,600 มิลลิลิตร วิธีทำ นำกำแพงเจ็ดชั้น เถาวัลย์เปรียง โคคลาน คำฝอย เปราะหอม กระชาย และแห้วหมูมาห่อด้วยผ้าขาวบาง ใส่ลงไปในหม้อ เติมน้ำ 3,600 มิลลิลิตร ต้มเคี่ยวให้เหลือน้ำ 1,200 มิลลิลิตร เติมเกลือลงไปให้พอเค็ม จากนั้น นำมะกรูดมาผ่าสักครึ่งลูก แล้วนำมาเรียงในโหล แล้วนำน้ำต้มสมุนไพรที่กำลังเดือด เทลงไปในโหล ปิดฝาให้สนิท ตั้งทิ้งไว้กลางแจ้งประมาณ 3 วัน ให้รับประทานครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า-เย็น ข้อห้าม/ข้อควรระวัง 1. ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาในตำรับ ไม่ควรรับประทาน 2. ผู้ที่รับประทานยาวาร์ฟาริน ไม่ควรรับประทาน 3. สตรีมีครรภ์ ไม่ควรรับประทาน 4. ผู้ที่ตับและไตทำงานผิดปกติ ไม่ควรรับประทาน
เตือนสายรียูส! ขวดพลาสติก ใช้ซ้ำ อันตราย เสี่ยงเชื้อโรค มากกว่าที่คิด ใครที่ชอบนำขวดพลาสติกที่ใช้แล้วมา ใช้ซ้ำ รู้หรือไม่ว่าเสี่ยงอันตรายกว่าที่คิด เพราะ หากทำความสะอาดไม่ถูกวิธีอาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียได้ เพจ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผย จากการตรวจตัวอย่างน้ำดื่มของกรมอนามัย จำนวน 92 ตัวอย่าง พบเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย มากถึง 59 ตัวอย่าง โดย 2 จุด เจอเชื้อโรคมากที่สุด คือ ปากขวด และ ฝาขวด ซึ่งเชื้อโรคที่พบคือ • เชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย เป็นสาเหตุให้เกิดอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ เป็นไข้ ปวดท้อง และท้องเสีย • การปนเปื้อนของสารเคมีจากขวดพลาสติก เมื่อมีรอยขูดขีด บุบ ชำรุด หรือความร้อนจากการวางตากแดด สิ่งที่ควรทำ เมื่อต้องนำขวดพลาสติกเก่ามาใช้ซ้ำ คือ • ทำความสะอาดให้ทั่วถึง • สังเกตลักษณะขวดให้ดี หากมีรอยชำรุด รั่ว แตกร้าว บุบ ก็ไม่ควรนำมาใช้ • ขวดที่ปนเปื้อน สิ่งสกปรก ไม่ควรนำมาใช้ซ้ำ
“กระดูกไก่ดำ” สมุนไพรลดปวดเมื่อย แก้อักเสบของข้อต่อ-กล้ามเนื้อ ทำเป็นสเปรย์ใช้เองได้ง่ายๆ ข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ระบุว่า กระดูกไก่ดำ เป็นพืชที่มีฤทธิ์เด่นด้านการรักษาโรคข้อกระดูก จากการศึกษาการออกฤทธิ์ของกระดูกไก่ดำ พบว่า มีผลแก้ปวด ลดอักเสบ ไม่แตกต่างจากยาแผนปัจจุบัน เฟซบุ๊ก สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จึงได้เปิดสูตรการทำ สเปรย์กระดูกไก่ดำ ให้ประชาชนทั่วไปได้ลองนำไปทำใช้กัน ดังนี้ ส่วนประกอบ สารสกัดกระดูกไก่ดำ 400 ซีซี (ระเหยแอลกอฮอล์ออก) เมนทอล 60 กรัม การบูร 120 กรัม น้ำมันหอมระเหย 10 ซีซี (กลิ่นเปปเปอร์มินต์) น้ำมันเขียว (cajuput oil) 2% 8 ซีซี วิธีทำ : ละลายเมนทอลและการบูรให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นเติมสารสกัดกระดูกไก่ดำและน้ำมันเขียว คนให้เข้ากันแล้วแต่งกลิ่นเปปเปอร์มินต์ บรรจุลงขวดสเปรย์ วิธีใช้ : ฉีดบริเวณที่มีอาการปวดหรือมีการอักเสบของข้อต่างๆ นอกจากนั้น มีการทดสอบแล้วในผู้ป่วยที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อ ในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร พบว่า 90% หลังจากใช้สเปรย์กระดูกไก่ดำ ระบุว่า หายปวดหลังใช้สเปรย์กระดูกไก่ดำเพียงครั้งเดียว นอกจากนี้ กระดูกไก่
