สุขภาพ
เปิดข้อปฏิบัติตนให้ห่างไกลจากโควิด-19 สำหรับพนักงานเก็บขยะมูลฝอย พนักงานเก็บขยะมูลฝอย – เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ทำงานอยู่บนความเสี่ยงเลยทีเดียว สำหรับ “พนักงานทำความสะอาด” ไหนจะเสี่ยงบาดเจ็บจากขยะที่เป็นวัสดุมีคมแล้ว ยังต้องเสี่ยงติดโรคจากการคลุกคลีกับขยะอีก ยิ่งช่วงนี้โควิด-19 แพร่ระบาด ยิ่งต้องเจอกับความเสี่ยงเข้าไปอีก เว็บไซต์ AnamaiMedia ได้เผยแพร่ข้อควรปฏิบัติตนให้ห่างไกลโควิด-19 สำหรับพนักงานเก็บขยะมูลฝอย โดยมีข้อปฏิบัติที่แยกเป็น 3 ข้อใหญ่ๆ ได้ดังนี้ ก่อนการปฏิบัติงาน กรณีผู้ปฏิบัติงานมีอาการเจ็บป่วย เช่น มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหนื่อยหอบ ให้หยุดปฏิบัติงาน ให้แจ้งหัวหน้างานและพบแพทย์ทันที สวมใส่ชุดอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เหมาะสม ระหว่างปฏิบัติงาน ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง และคำนึงถึงการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค เลือกใช้ อุปกรณ์เก็บขยะที่มีด้ามจับ เพื่อลดการสัมผัสโดยตรงกับขยะมูลฝอย ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้ง หลังสัมผัสขยะมูลฝอยหรือสิ่งสกปรก และหลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก โดยไม่จำเป็น หากถุงมือชำรุดเสียหายมีรอยร
คกก. ควบคุมยาสูบแห่งชาติ มีมติ เดินหน้า “เลิกสูบ ลดเสี่ยง” ลดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เลิกสูบ ลดเสี่ยง – เว็บไซต์ สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยแพร่ข่าว คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ มีมติเดินหน้ามาตรการเชิงรุก “เลิกสูบ ลดเสี่ยง” เน้นบังคับใช้กฎหมายเข้มทุกพื้นที่ ช่วยลดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 พร้อมจัดคลินิกเลิกบุหรี่ครบวงจรทั่วประเทศ รองรับนักสูบที่ต้องเลิกบุหรี่ เมื่อวานนี้ (8 พฤษภาคม 2563) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ (คผยช.) ครั้งที่ 2/2563 โดยมีผู้บริหารจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สปสช. สสส. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม ดร.สาธิต กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ทุกหน่วยงานเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ภายใต้ประเด็น “เลิกสูบ ลดเสี่ยง” ด้วย 2 มาตรการสำคัญ คือ 1. ให้คณะกรรมการควบคุมผลิ
ร้อนจัด ระวังป่วย! สธ. แนะวิธีรับมือ จากโรคฮีตสโตรก ฮีตสโตรก – เว็บไซต์ สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เผยแพร่ข่าว ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ห่วงประชาชนเจ็บป่วยจากสภาพอากาศร้อนจัดสัปดาห์นี้ แนะป้องกันการป่วยและเสียชีวิตจากโรคลมร้อนหรือฮีตสโตรก โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงสัปดาห์นี้ ประเทศไทยจะมีสภาพอากาศที่ร้อนถึงร้อนจัด อุณหภูมิตั้งแต่ 36-41 องศาเซลเซียส ในวันนี้ (7 พฤษภาคม 2563) บางจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิสูงถึง 42 องศาเซลเซียส จึงขอให้ประชาชนระวังการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นตั้งแต่มีอาการเพียงเล็กน้อย ไปจนถึงอาการรุนแรงที่อาจเสียชีวิต ได้แก่ เพลียแดด โรคลมร้อนหรือฮีตสโตรก (Heat Stroke) เกิดจากการทำกิจกรรมหรือทำงานในที่อากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน จนร่างกายไม่สามารถปรับตัวและควบคุมความร้อนในร่างกาย ส่งผลให้อวัยวะต่างๆ ทำงานล้มเหลว โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่มีอาชีพทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด เช่น กรรมกร ก่อสร้าง เกษตรกร กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำ
แจกฟรี! e-book สารพัดเมนูเสริมภูมิคุ้มกัน “สู้โควิด” เน้นพึ่งตนเองด้วยสมุนไพรไทย ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ต้องรับมือโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้หลายองค์กรทั้งในไทยและต่างประเทศออกมาให้ความสำคัญ และสนับสนุนให้ใช้หลักการทางโภชนาการเพื่อการมีสุขภาพที่ดีและป้องกันโควิด-19 โดยเน้นย้ำประชาชนให้ดูแลร่างกายให้แข็งแรง เพราะไม่มีอะไรที่สำคัญไปกว่าร่างกายและระบบภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งเพื่อต่อสู้และรับมือกับไวรัส ไม่เพียงแต่ โควิด-19 ยังรวมถึงไวรัสอื่นๆ ที่จะระบาดในอนาคตอีกด้วย โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงได้รวบรวมข้อมูลและจัดทำเป็นชุดความรู้ คู่มืออาหารเสริมภูมิคุ้มกัน โดยเน้นการนำสมุนไพรท้องถิ่นในบ้านเรา ที่มีข้อมูลเชิงประจักษ์ว่าสามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ และต้านไวรัสซึ่งเหมาะใช้ในสถานการณ์เช่นนี้ เช่น ขิง ข่า ขมิ้น ตะไคร้ หัวหอม ข้าวไม่ขัดสี โดยมีข้อมูลสมุนไพรรวม 37 ชนิด กับเมนูอาหารตัวอย่างมากกว่า 100 เมนู ให้เป็นแนวทางในการเลือกกินเพื่อสุขภาพ โดยทำรูปแบบ e-book แจกฟรี ให้ประชาชนสามา
จันทน์ลีลา ตำรับยาพันปี! อาจรักษาโควิดได้ หมอพื้นบ้านวอนรัฐบาล วิจัยจริงจัง เมื่อวันที่ 27 เม.ย. คุณประเดิม ส่างเสน เลขานุการหมอชนเผ่า 7 จังหวัดภาคเหนือ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้สืบทอดภูมิปัญญาจากตำราของบรรพบุรุษไทยใหญ่มา 11 รุ่น ตนเป็นรุ่นที่ 12 นับรวมอายุของตำราก็อยู่ในราว 1,000 ปี นับเป็นตำราที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ปัจจุบันประกอบอาชีพให้การรักษาพี่น้องในชนเผ่าด้วยภูมิปัญญาเก่าแก่ดั้งเดิม เนื่องจากชาวไทยใหญ่ราว 80% ยังเลือกรักษาด้วยการแพทย์พื้นบ้าน ไม่นิยมยาฝรั่ง ภูมิปัญญานี้จึงถูกถ่ายทอดเพื่อนำมาใช้รักษาคนจริง และสืบทอดกันมาในลักษณะที่มีชีวิต คุณประเดิม กล่าวต่อว่า ในฐานะเป็นหมอพื้นบ้าน และคลุกคลีกับสมุนไพรมาทั้งชีวิต ในสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก ผู้คนติดเชื้อและล้มตายเป็นจำนวนมาก จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และยาในการรักษา แต่ด้วยภูมิปัญญาโบราณ มีสมุนไพร จันทน์ลีลา ที่ใช้รักษากันมาตั้งแต่ก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา ใช้รักษาโรคห่า โรคป่วงลงปอด อย่างได้ผล และเชื่อว่าโรคซาร์ส โรคเมอร์ส และโรคโควิด-19 ก็น่าจะนำสมุนไพรตัวนี้รักษาได้ เพราะมี “เซียนมวย” เคยทดลองใช
เปิด 5 วิธี “ดื่มน้ำ” อย่างไรให้ปลอดภัย ห่างไกลโควิด ดื่มน้ำ – ปัจจุบัน ไม่ว่าจะทำอะไร ขยับตัวไปทางไหน ล้วนต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะกลัวติดโควิด-19 โดยไม่รู้ตัว แม้แต่การ “ดื่มน้ำ” เอง ก็ยังต้องระวังด้วยเช่นกัน กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โดยนายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย ได้แนะ 5 วิธี ดื่มน้ำให้ปลอดภัย ป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 โดยไม่รู้ตัว อาศัยหลัก 5 ล. ดังนี้ 1) ล. เลือก ให้เลือกน้ำดื่มที่สะอาด ได้แก่ น้ำดื่มบรรจุขวดที่มีเครื่องหมาย อย. น้ำประปาใส มีกลิ่นคลอรีนอ่อนๆ และน้ำจากตู้น้ำหยอดเหรียญที่มีสภาพตู้สะอาด มีการเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนดเวลา 2) ล. ล้าง ต้องล้างภาชนะที่ใช้บรรจุหรือใช้ดื่มน้ำให้สะอาดทุกครั้งทั้งภายนอกและภายใน และหลังจากการล้างควรทำการฆ่าเชื้อโรคด้วยการต้มในน้ำเดือด หรือแช่ในน้ำคลอรีน 100 มิลลิกรัมต่อลิตร นาน 2 นาที หรือ 200 มิลลิกรัมต่อลิตร นาน 1 นาที 3) ล. ลด ให้ลดการสัมผัสจุดที่สัมผัสน้ำ เช่น ก๊อกน้ำดื่ม พื้นผิวภายในภาชนะ แต่หากจำเป็นต้องสัมผัสในกรณีของการเปลี่ยนถังน้ำ เปลี่ยนไส้กรอง ควรล้างมือให้สะอาดหรือใช้เจลแอลกอฮอล์ และ
“ฟ้าทะลายโจร” ยับยั้งโควิด แค่ผลวิจัยในหลอดทดลอง วันนี้ปลูกพึ่งตัวเองไปก่อน จากกรณีที่มีการแถลงข่าว ผลการวิจัยยาฟ้าทะลายโจร ต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยกรมการแพทย์แผนไทยฯ กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยผลวิจัยระบุ ฟ้าทะลายโจร สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้โดยการฆ่าไวรัสโดยตรง และยับยั้งไม่ให้ไวรัสเพิ่มจำนวนในเซลล์นั้น ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวเมื่อวันที่ 20 เม.ย. ว่า ถือเป็นข่าวดีของประเทศไทย ที่มีสมุนไพรพื้นบ้านสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ต้นเหตุโรคโควิด-19 ได้ แต่อย่างไรก็ตาม การศึกษาดังกล่าว เป็นการศึกษาในเบื้องต้นใน “หลอดทดลอง” เท่านั้น หากจะยืนยันว่า ฟ้าทะลายโจรมีผลต่อผู้ติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่นั้นต้องทำการศึกษาต่อในคน “จากการวิจัยของกรมการแพทย์แผนไทย ร่วมกับ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ระบุว่า สารสกัดหยาบของฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ทำลายไวรัสก่อโรคโควิด-19 ส่วนสารแอนโดรกราโฟไลด์มีฤทธิ์ต้านการแบ่งตัวของไวรัสชนิดนี้ แต่ไม่มีผลในการป้องกันเซลล์ไม่ให้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ แต่อย่างไ
กรมอนามัย แนะวิธีออกกำลังกายที่บ้าน แบบไม่เสี่ยงโควิด-19 กรมอนามัย – เว็บไซต์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้แนะประชาชนที่อยู่บ้าน ออกกำลังกายสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน ควรเลือกประเภทที่ไม่เสี่ยงโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 นายแพทย์บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ประชาชนควรเลือกออกกำลังกายที่ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพื่อลดการสัมผัสในจุดสัมผัสร่วมของอุปกรณ์ต่างๆ โดยควรทำความสะอาดมือ เครื่องมือและอุปกรณ์เป็นประจำ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กำจัดเชื้อ เช่น น้ำสบู่ แอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ต้องสัมผัสใกล้ชิดหรืออยู่ในที่มีคนหนาแน่น และออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมในที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก และระวังการใช้มือสัมผัสใบหน้า จมูก ตา ปาก ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 นายแพทย์บัญชา กล่าวต่อไปว่า สำหรับการออกกำลังกายที่บ้าน ควรเน้นความเหมาะสมตามบริบทของผู้ออกกำลังกาย อุปกรณ์ สถานที่ หากไม่มีอุปกรณ์หรือพื้นที่ อาจเลือกชนิดการออกกำลังกายที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มาก เช่น การเดินเร็วรอบๆ บ้าน
กรมอนามัย วอน คนกลับบ้านต่างจังหวัดกักตัวเอง 14 วัน ลดแพร่เชื้อ COVID-19 กรมอนามัย – กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ขอให้ประชาชนที่เดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ กักตัวเองอยู่กับบ้าน 14 วัน เพื่อเฝ้าระวังอาการ พร้อมเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดเพื่อลดการแพร่เชื้อ COVID-19 แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากมาตรการที่รัฐบาลได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนปรับพฤติกรรมการอยู่ร่วมกัน ให้ความสำคัญกับการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) งดกิจกรรมทางสังคม เน้นอยู่บ้านให้มากที่สุดตามนโยบาย “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” แต่ก็ยังปรากฏว่า มีประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด ทำให้เสี่ยงที่จะแพร่เชื้อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ไปยังครอบครัว และผู้คนในชุมชนได้ จึงขอให้ประชาชนที่เดินทางกลับต่างจังหวัดงดการเดินทาง หากมีไข้ และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการเมื่อเดินทางถึงภูมิลำเนา ด้วยการเฝ้าระวังอาการอยู่กับบ้าน 14 วัน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค โดยขอให้ปฏิบัติตนดังนี้ 1) วัดอุณหภูมิ
ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย แนะ 9 ขั้นตอนดูแลสุขภาพจิต ช่วงไวรัสโควิด-19 ดูแลสุขภาพจิต – ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่ประกาศ 9 ขั้นตอน ในการดูแลสุขภาพจิต ช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยระบุว่า คำแนะนำในการดูแลจิตใจช่วงการระบาดของไวรัส COVID-19 สิ่งที่ควรทำ 1. การรับข้อมูล ควรรับข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุข มีการใคร่ครวญไตร่ตรองโดยไม่ใช้ความรู้สึกตัดสิน จะช่วยลดความรู้สึกวิตกกังวลโดยใช่เหตุจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง 2. ลดการเสพข้อมูล การเสพข้อมูลข่าวสารการระบาดของโรคทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ หากเสพข้อมูลข่าวสารเหล่านี้มากเกินไป จะยิ่งกระตุ้นให้คิดมาก เกิดความรู้สึกเครียด วิตกกังวล หวาดกลัวตื่นตระหนกมากขึ้น โดยไม่เกิดประโยชน์ในการดูแลตนเองครอบครัวและสังคม การเสพข้อมูลควรเป็นไปเพื่อทราบแนวทางในการป้องกัน ระมัดระวัง ดูแลตนเองตามหลักอนามัย และปฏิบัติตนกับคนในสังคม ได้ถูกต้องเหมาะสม 3. ใช้ชีวิตให้สมดุลเหมาะสมในการดูแลสุขภาพ เช่น การรับประทาน การนอน การออกกำลังกาย การป้องกันการรับเชื้อ/การแพร่เชื้อ ช่วยให้มีพื้นฐานของร่างกาย
