Featured Exclusive ข่าววันนี้

ต้นแบบ รพ.อาหารปลอดภัย “อภัยภูเบศร” ใช้ผลผลิตอินทรีย์ ซื้อตรงเกษตรกรร้อยเปอร์เซ็นต์

ต้นแบบ รพ.อาหารปลอดภัย “อภัยภูเบศร” ใช้ผลผลิตอินทรีย์ ซื้อตรงเกษตรกรร้อยเปอร์เซ็นต์

เมื่อเร็วๆ นี้ จังหวัดปราจีนบุรี เป็นเจ้าภาพในพิธีลงนามความร่วมมือ 29 หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ขับเคลื่อนโครงการเกษตรอินทรีย์และโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย โดยตั้งเป้าหมายขยายพื้นที่เพาะปลูกพืชเกษตรอินทรีย์ไว้ 15,000 ไร่ ภายในปี 2564 เพื่อรองรับการขยายตัวทางความต้องการของตลาด และเพื่อเป็นต้นแบบจังหวัดสุขภาพดีของประเทศไทย

โดยทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร นับเป็นหนึ่งในภาคีเครือข่ายสำคัญ ที่มีจุดแข็งทางด้าน การผลิตสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพ ทั้งยา อาหารเสริม และเครื่องสำอาง ที่กำลังได้รับความนิยมในท้องตลาด โดยวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิต รับซื้อจากเกษตรกรผู้ผลิตพืชสมุนไพรด้วยเกษตรอินทรีย์

จากจุดแข็งดังกล่าว ของรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงเป็นต้นแบบโครงการโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย ที่ใช้วัตถุดิบจากพืชเกษตรอินทรีย์ โดยได้รับซื้อจากเกษตรกร 100 เปอร์เซ็นต์

นายแพทย์นำพล แดนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า อภัยภูเบศร ได้เล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกร ได้ปรับเปลี่ยนระบบการผลิตที่พึ่งพาการใช้สารเคมี มาเป็นการทำเกษตรอินทรีย์ และสนับสนุนให้ผู้บริโภคได้บริโภคอาหารที่สะอาดปลอดภัย ไม่มีสารเคมีอันตรายตกค้าง ลดอัตราการเจ็บป่วยจากการบริโภคอาหารที่ไม่สะอาด ลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค

“ระบบเกษตรอินทรีย์ ประกันความปลอดภัยให้กับผลผลิต เริ่มตั้งแต่ เมล็ดพันธุ์ การดูแลผืนดิน การตรวจสอบการปนเปื้อนของดิน น้ำ ควบคุมการผลิต ตั้งแต่ปลูก การเก็บเกี่ยว กระบวนการดูแลหลังเก็บเกี่ยว จากวัตถุดิบอาหารที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ นำมาตรวจสอบ คัดแยกทำความสะอาด จัดเก็บรวบรวมไว้ด้วยกันที่ศูนย์รวบรวมผลผลิตอินทรีย์ จากนั้นนำส่งฝ่ายโภชนาการโรงพยาบาลทุกเช้า ซึ่งจะนำพืชผักผลไม้อินทรีย์เหล่านี้ มาปรุงอาหารตามเมนูที่ผ่านการคิดคำนวณและสร้างสรรค์ ส่งต่ออาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัย ถึงมือผู้ป่วย และติดตามประเมินผล ปรับให้เหมาะสมมากขึ้น” ผอ.รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ระบุ

 

สำหรับปัจจัยที่ทำให้ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ประสบความสำเร็จจากการทำโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย นายแพทย์นำพล บอกว่า มีอยู่กัน  3 ประการคือ 1. มีเกษตรกรที่เข้มแข็งรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์ 2. มีการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายโภชนาการและเกษตรกร ตรวจสอบ ควบคุณคุณภาพ  แก้ไขปัญหา ปรับเปลี่ยนเมนูอาหารให้สอดคล้องกับวัตถุดิบตามฤดูกาลหาได้ในท้องถิ่น และ 3. มีระเบียบของกรมบัญชีกลางที่เอื้อต่อการดำเนินงาน รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกที่ซื้อขายกับเกษตรกร 100% และไม่เพียงแต่รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เท่านั้นที่ทำได้ โรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน และเราพร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษา เพื่อขยายผลไปทั่วประเทศ โดยใช้ 3 ปัจจัยดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้เชื่อว่า พลังที่หลอมรวมกัน นำไปสู่เกษตรรายย่อยมีตลาดที่แน่นอน ธรรมชาติยั่งยืน

ด้าน คุณระตะนะ ศรีวรกุล ประธานสหกรณ์เกษตรอินทรีย์ปราจีนบุรี จำกัด กล่าวว่า การทำเกษตรอินทรีย์ ของปราจีนบุรีมีข้อดีคือ มีตลาดที่แน่นอน คือ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด โดยเราจะคัดผลผลิตเกรดเอ ส่งเข้าโรงครัวของโรงพยาบาลฯ ส่วนตลาดที่พอใช้ได้ คือ แพ็กไปขายเอง และขายที่ตลาดสีเขียว สามตลาดนี้ สามารถรองรับผลผลิตเกษตรอินทรีย์ที่ปลูกได้ทั้งหมด

“เกษตรอินทรีย์ทำให้สุขภาพดี และทำให้ราคาผลผลิตสูงกว่าท้องตลาด ประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องเก็บตังค์ที่ได้จากการทำมากๆ มารักษาสุขภาพ อันนี้เราดูแลสุขภาพของเราในตัว กำไรที่ดีที่สุดคือสุขภาพ ถ้าทุกวันนี้ไม่ได้กินพืชที่เป็นอินทรีย์ คงจะไม่อายุยืนแบบนี้ ตอนนี้เราพยายามให้รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรคิดเมนูผักพื้นบ้าน ซึ่งเป็นจุดแข็งของเรา เป็นสมุนไพร เป็นผักและเป็นยาด้วย กล่าวได้ว่า คนปลูกสุขใจ คนกินปลอดภัย” คุณระตะนะ กล่าว

Related Posts

พื้นที่นอนเปื่อย นั่งชิล กับโมเดลธุรกิจฮีลใจ “Quiet Room” ชวนทุกคนมาวางสิ่งที่แบกอยู่ ในวันที่เหนื่อยล้าและวุ่นวาย
Iberry Group
คุยกับ ‘NYŪ’ แบรนด์ไทยคิดต่าง
เริ่มธุรกิจเสริมจาก Pain Point ใกล้ตัว เมื่อหา “ม็อกเทล” ที่ถูกใจไม่ได้ สองแม่ลูกเลยทำขายเอง สร้างรายได้ 16 ล้านในเวลาไม่ถึงปี
NUTS, YES! อ่านว่า “นัทส์ เยส” แบรนด์นมถั่วน้องใหม่ ชื่อปั่น รู้ไหมทำไมต้องตั้งชื่อกำกวม