Featured ข่าววันนี้

สู้จนหยดสุดท้าย กวิ้นจะไม่ตาย! ชาบูดัง ดิ้นทุกทาง “สู้โควิด” แต่ทุกอย่างไปเร็วมาก

สู้จนหยดสุดท้าย กวิ้นจะไม่ตาย! ชาบูดัง ดิ้นทุกทาง “สู้โควิด” แต่ทุกอย่างไปเร็วมาก

PENGUIN EAT SHABU (เพนกวิน กิน ชาบู) เจ้าของความตั้งใจ “ความสุขของกวิ้น คือได้เห็นทุกคนมีความสุขในการกิน” นับเป็นร้านบุฟเฟ่ต์ชาบู-ซูชิ ชื่อดัง ขวัญใจสายบุฟเฟ่ต์น้อยใหญ่ ที่เปิดให้บริการมายาวนานกว่า 6 ปี มีสาขาถึง 7 ทำเลสำคัญ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

เพนกวิน กิน ชาบู นับเป็นอีกหนึ่งกิจการร้านอาหาร ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยทางผู้บริหารได้พยายามปรับนโยบาย เพื่อรองรับปัญหาดังกล่าวมาตั้งแต่ต้นปี โดยในเดือนกุมภาพันธ์ มีการสั่งปิดสาขาไป 1 แห่ง พร้อมออกนโยบาย ผู้บริหารไม่รับเงินเดือน 3 เดือน

ไล่เรียงมาถึงเดือนมีนาคม สถานการณ์ยิ่งแย่ลง ผู้บริหารเพนกวิน กิน ชาบู ตัดสินใจปิดตัวลงอีก 1 สาขา ให้พนักงานออกบางส่วน และบางส่วนหยุดงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง เป็นเวลา 2 เดือน

กระทั่งล่าสุด ผู้ว่าฯ กทม. ออกคำสั่ง ปิดห้าง ปิดตลาด ไปจนถึงวันที่ 12 เม.ย.นี้ โดยในส่วนของร้านอาหารนั้นอนุญาตให้เปิดบริการเฉพาะสั่งกลับบ้านหรือดีลิเวอรี่เท่านั้น ห้ามนั่งรับประทานที่ร้าน

ทางผู้บริหารกิจการ เพนกวิน กิน ชาบู จึงโพสต์ผ่าน เพจ  Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู ไล่เรียงเหตุการณ์ไว้ว่า

“เมื่อทุกอย่างมันไปเร็วมาก

ตั้งแต่มีข่าวเรื่องไวรัสที่จีน ที่ร้านก็ตัดสินใจรีบปรับตัว ปรับนโยบายตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม เพื่อรักษายอดขายให้ได้มากที่สุด

พอถึงช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ เห็นแนวโน้มไม่ดี กวิ้นจึงตัดสินใจปิดก่อนหนึ่งสาขา และออกนโยบายว่า ผู้บริหารจะไม่รับเงินเดือนเลย 3 เดือน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ ให้ทีมงานทุกคนต้องรีบปรับตัว เตรียมขึ้นโปรใหม่ บริหารบัญชีเพื่อลดค่าใช้จ่าย

มาต้นเดือนมีนาคม สถานการณ์ดูยิ่งแย่ลง เลยตัดสินใจ ปิดอีกหนึ่งสาขา และสั่งกักตุนอาหาร มาม่า สั่งข้าวสารมา 2 ตัน ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่รู้ว่า ถ้าเกิดอะไรที่ไม่แน่นอนขึ้น พนักงานกว่า 200 คน จะต้องมีกิน มีของใช้ดำรงชีวิตอยู่ให้ได้ ตลอด 3 เดือน

ก่อนกลางเดือนมีนาคม ทุกอย่างแย่ลง จนต้องตัดสินใจ ให้พนักงานบางส่วนออก บางส่วน leave without pay 2 เดือน ทั้งหมด เกิน 60% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด

จนสุดท้ายเมื่อวาน (ศุกร์ 20 มี.ค.) คือวันสุดท้ายของพนักงานหลายคน หลายคนเตรียมตัวกลับบ้าน ส่วนคนที่ไม่กลับและที่ยังอยู่ทุกคน บริษัทสัญญาว่า ทุกคนจะมีห้องนอน มีข้าวกิน มีของใช้ เพื่อให้อยู่รอดตลอด 3 เดือนนี้ให้ได้

แต่สุดท้าย สถานการณ์ทุกอย่างก็มาเร็วกว่าที่คาดไว้ เอาจริงๆ ตอนนี้กวิ้นก็ยังไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงต่อไป

.กวิ้นอยากขอโทษพนักงานทุกคน ที่ไม่สามารถดูแลทุกๆ คนได้ดี แบบที่เคยตั้งใจไว้

.แต่กวิ้นจำคำนึงที่เคยสัญญา กับพนักงานทุกคนไว้ได้ว่า

กวิ้นจะทำให้ดีที่สุด

สู้จนหยดสุดท้าย

กวิ้นจะไม่ตาย”

Related Posts

พื้นที่นอนเปื่อย นั่งชิล กับโมเดลธุรกิจฮีลใจ “Quiet Room” ชวนทุกคนมาวางสิ่งที่แบกอยู่ ในวันที่เหนื่อยล้าและวุ่นวาย
Iberry Group
คุยกับ ‘NYŪ’ แบรนด์ไทยคิดต่าง
เริ่มธุรกิจเสริมจาก Pain Point ใกล้ตัว เมื่อหา “ม็อกเทล” ที่ถูกใจไม่ได้ สองแม่ลูกเลยทำขายเอง สร้างรายได้ 16 ล้านในเวลาไม่ถึงปี