เคน ภูภูมิ บริจาคเงินล้าน ให้ รพ.ปัตตานี สมทบทุน ซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ หลัง เปิดไลฟ์ขายต้นไม้การกุศล
หลังพระเอกหนุ่ม เคน ภูภูมิ ประกาศว่าจะทำการเปิดไลฟ์การกุศล ประมูลต้นไม้ เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือโรงพยาบาลปัตตานี สมทบทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์สู้โควิด-19
อ่านเพิ่มเติม
เคน ภูภูมิ เปิดไลฟ์การกุศล ประมูลต้นไม้ นำเงินบริจาค รพ.ปัตตานี ช่วยวิกฤต
ล่าสุด จากการประมูลเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2564 เพจ We Plant ของเคน ภูภูมิ ได้อัพเดตยอดเงินจากการเปิดไลฟ์การกุศล ประมูลต้นไม้ที่ผ่านมา เป็นจำนวนเงิน 815,100 บาท สมทบทุน 184,900 บาท รวมยอดบริจาคมอบให้โรงพยาบาลปัตตานีทั้งหมด 1,000,000 บาท


Latest Posts
จากลูกจ้างชั่วคราว นอนใต้ถุนโรงพยาบาล สู่เจ้าของ “ป้าบุญคาเฟ่” 7 สาขา รายได้ 500 ล้านธุรกิจที่เริ่มจากเงินเก็บก้อนเล็ก ๆ และที่ดินของ “ป้าบุญ” ที่ไม่คิดค่าเช่า.ผ่านวิกฤตโควิดโดยไม่ทิ้งลูกน้อง 500 คน จนวันนี้มีพนักงานกว่า 1,300 คน“ทำธุรกิจแบบบ้าน ๆ ใช้ใจบริหาร” เพราะเชื่อว่าให้ใจกับลูกค้าก่อน แล้วธุรกิจจะเติบโตตามมา.ดูคลิปเต็มได้แล้ว | จุดเริ่มเจ็บ
ในช่วงเวลาไม่นานมานี้ บนโลกโซเชียลได้กำเนิดคอนเทนต์ไวรัลสุดร้อนแรงอย่าง “กรุงเทพ Native” คอนเทนต์ที่ทำขึ้นเพื่อตามหาว่าใครกันคือคนกรุงเทพฯ ที่แท้จริง คำว่า Native นั้นหมายถึงความดั้งเดิม หรือสิ่งที่ติดตัวมาแต่เกิด เพราะฉะนั้น พอมาจับคู่กับคำว่า “กรุงเทพฯ” เลยกลายเป็นคอนเทนต์ที่สะท้อนถึงพฤติกรรมและความเคยชินของการเป็นคนกรุงเทพฯ จนครีเอเตอร์หลายคนนำไอเดียคอนเทนต์นี้มาทำเป็นมีมสนุกๆ ที่จำกัดความหมายของคำว่าคนกรุงเทพฯ ได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อันดับแรก ชวนมาลองเช็กลิสต์ว่าคุณเป็นคนกรุงเทพฯ แท้ 100% ไหม -บัตรประชาชนขึ้นต้นด้วยเลข 110 -เดินเร็ว ชอบเดินใกล้ไกลขอแค่ได้เดิน -ขึ้นบีทีเอส เคหะฯ-คูคตไม่มีหลง -ยืนบนรถไฟฟ้าไม่ต้องจับเสา -เดินเซ็นทรัลเวิล์ดไม่หลง คุณสอบตกข้อไหนบ้าง? วัดที่อะไรใครคือกรุงเทพฯ แท้ จุดเริ่มต้นของเทรนด์นี้เกิดขึ้นจากการที่กลุ่ม Gen Z และ Gen Y ได้ตั้งข้อสงสัยถึงพฤติกรรม คำพูดแบบไหนที่เห็นแล้ว รู้ได้ทันทีว่าเป็นคน “กรุงเทพฯ แท้” หลังจากที่มีการตั้งคำถามเหล่านี้ขึ้นมาก็ทำให้คนบนโลกโซเชียลเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม จนคอนเทนต์ครีเอเตอร์ต่างหยิบยกไปคอมเมนต์กับประเด็นดั
กรุงเทพฯ ยังมีที่พักเล็กๆ อีกหลายแห่งที่ไม่ได้มีดีแค่ราคาน่ารัก เพราะแต่ละที่ยังมีเรื่องราวและแนวคิดที่แตกต่างกันไป บางแห่งใส่ใจสิ่งแวดล้อม บางแห่งช่วยฟื้นชีวิตให้ชุมชน ขณะที่บางแห่งหยิบความทรงจำของครอบครัวมาต่อยอดเป็นที่พัก ชวนรู้จัก 5 โฮสเทลและโฮมเทลน่าพักในกรุงเทพฯ ที่น่าจะถูกใจใครหลายคน The Yard Hostel – ย่านอารีย์ เดอะยาร์ด โฮสเทล ที่พักย่านอารีย์เปิดมายาวนาน 11 ปี ความโดดเด่นของที่พักแห่งนี้คือการใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การเลือกโครงสร้างนำตู้คอนเทนเนอร์เก่ามาปรับเป็นห้องพัก มีจุดแยกขยะ จุดเติมน้ำฟรีเพื่อลดการใช้ขวดพลาสติก และไม่เสิร์ฟอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ แต่เสิร์ฟเป็นเซ็ต เพราะไม่อยากให้เกิด Food Waste ในเซ็ตเมนูประกอบด้วย โยเกิร์ต แยมทำเอง เพราะอยากลดการใช้ Single-use plastic ส่วนกาแฟใช้ของละเลียด คาเฟ่ในย่านเดียวกัน หากเป็น The Yard สาขาเชียงใหม่ จะใช้ของอาข่า อ่ามา (Akha Ama) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นให้โตไปด้วยกัน พร้อมดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี เหมือนมานอนบ้านเพื่อน บ้านญาติ มีพื้นที่กลางแจ้งให้ผ่อนคลาย และเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า นอกจากนี้ทางโฮสเทลยังทำโครงการ Rest for
นามปากกา: เด็กหอ (ปางบุญ สุทธิวงษ์) เมื่อนึกถึง “ปากคลองตลาด” สิ่งแรกที่เรามักจะนึกถึงตอนนี้คงเป็นเทรนด์ถ่ายรูปคู่กับช่อดอกบัว หรือสถานที่สำหรับไปเดินเลือกซื้อดอกไม้เพื่อนำมามอบให้กับคนพิเศษ และประดับงานอีเวนต์ แต่ล่าสุด พส.ไทยได้ปลุกเทรนด์ใหม่อย่าง “มาลัยเกล้าผม” แฟชั่นสุดชิค ที่หยิบเอาภูมิปัญญาไทยสุดประณีตมาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องประดับกันอีกครั้ง ก่อนจะไปถ่ายรูปตามโลเคชันย่านเก่าแก่จนกลายเป็นกระแสตามโซเชียล จนสาวๆ และอินฟลูแห่ไปทำตามกันอย่างล้นหลาม “พวงมาลัย” ความงามที่เคยเป็นแค่ดอกไม้สำหรับไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พวงมาลัย คืองานฝีมือที่ถูกรังสรรค์ด้วยการร้อยกลีบดอกไม้และใบไม้ธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลปะ จนเกิดเป็นความงามที่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ที่ถึงแม้จะดูเรียบง่ายแต่กลับเต็มไปด้วยความสร้างสรรค์อันงดงาม เพราะฉะนั้นไวรัลของ “มาลัยเกล้าผม” กลับทำให้พวงมาลัยธรรมดาๆ กลายเป็นเครื่องประดับที่ไม่ว่าเจเนอเรชันไหนๆ ก็ต้องหยิบเอามาใส่เป็นแอกเซสซอรีคู่กาย กระแสดังกล่าวยังทำหน้าที่เหมือนกับสะพานเชื่อมที่ชวนให้ทุกคนกลับมาเดินปากคลองตลาดอีกครั้ง เพื่อช่วยกระจายรายได้ และสนับสนุนฝีมือแ
