Featured SMEs เกษตร

เพาะต้นอ่อนข้าวสาลี รับสองแสนบาทต่อเดือน แนะผู้สนใจ เริ่มเพาะน้อยๆ ค่อยๆ เรียนรู้

 ในช่วงนี้ กระแสรักสุขภาพที่มาแรง หลายคนหันมาบริโภคพืชผักกันมากขึ้น และผักสุขภาพอย่างต้นอ่อนข้าวสาลีก็ได้รับความนิยมไม่น้อยไปกว่าต้นอ่อนทานตะวันเลย  ซึ่งเราจะไปดู วิธีการเพาะปลูก และการดูแลกัน
 ต้นอ่อนข้าวสาลี หรือเรียกอีกอย่างว่า วีท กราส (Wheat grass) เป็นต้นอ่อนหรือต้นกล้าที่เจริญเติบโตมาจากเมล็ดข้าวสาลี โดยในระยะต้นกล้าจะมีสีเขียวเข็มที่อุดมไปด้วยสารอาหาร แร่ธาตุ และโปรตีนที่หลากหลาย
 สำหรับฟาร์มเพาะต้นอ่อนข้าวสาลี ที่จะพาไปชมในวันนี้ ตั้งอยู่ที่ ซ.จรัญสนินวงศ์ 35 โดยมี คุณนพดล กิจพิทักษ์  เป็นเจ้าของฟาร์ม
 คุณนพดล พูดถึง จุดเริ่มต้นการเริ่มเพาะต้นอ่อนข้าวสาลี ว่า ช่วงประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว เทรนด์สุขภาพมาแรง  ก็มองหาว่า ตัวไหน ที่ลูกค้ากินซ้ำๆ  แล้วเราพอจะปลูกเองได้ จากนั้นก็หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ทจนเจอ ต้นอ่อนข้าวสาลี ก็คือเอาเมล็ดข้าวสาลีมาเพาะให้อยู่ในระยะต้นอ่อน ไม่เกิน 7 วัน ซึ่งระยะนี้ จะเป็นระยะที่มีสารอาหารดีที่สุด
 สำหรับอุปกรณ์ประกอบด้วย ถาดเพาะกล้าพลาสติกขนาดความกว้าง 30 เซ็นติเมตร  ยาว 60 เซนติเมตร และสูง 3.5 เซ็นติเมตร กระสอบพลาสติกสาน, เมล็ดพันธุ์ข้าวสาลี และวัสดุปลูกจะใช้ขุยมะพร้าวผสมแกลบเล็กน้อย
ขั้นตอนการเพาะก็ต้องเริ่มจาก นำเมล็ดแช่น้ำ 1 คืน ระหว่างนั้นก็ต้องเปลี่ยนน้ำเพื่อไม่ให้น้ำเน่า จากนั้นจะมีจมูกข้าวขาวๆ ขึ้นมา พร้อมนำไปปลูกได้
การปลูกให้โรยเมล็ดข้าวสาลีที่แช่น้ำแล้วบนขุยมะพร้าว อย่าให้ซ้อนทับกัน มิเช่นนั้นจะเกิดเชื้อรา  แล้วปิดทับด้วยกระสอบ
การให้น้ำ ก็ต้องรดน้ำ พอดีๆ  แค่ไหนเรียกว่าพอดี  ให้ใช้นิ้วจิ้มดูที่ขุยมะพร้าว แค่เย็นๆ พอดีๆ อย่าให้ถึงกับมีน้ำสวนขึ้นมา ถ้าแบบนั้น น้ำมากไปจะเน่า   พอข้าวสาลีเริ่มมีรากปักลงไปในขุยมะพร้าว ก็เอากระสอบออกไป
 ส่วนพันธุ์ข้าวสาลี มีหลายสายพันธุ์ แต่แนะนำให้ใช้พันธุ์ผสมพื้นเมือง จะเหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย หากใช้พันธุ์ต่างประเทศจะดูแลยาก และเพาะยาก
เมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัมจะปลูกลงถาดเพาะได้ประมาณ 7-8 ถาด  และเมื่ออายุครบ 7 วัน ความยาวประมาณ 15-17 เซนติเมตร พร้อมตัดจำหน่าย   จะได้ต้นอ่อนข้าวสาลีประมาณ 2 กิโลกรัม โดยคิดต้นทุนเฉลี่ย 1 ถาด จะใช้เงินลงทุนประมาณ 30-50 บาท ขึ้นอยู่กับราคาเมล็ดพันธุ์และระยะเวลาในการดูแล
 ส่วนแมลงศัตรู มักจะเกาะตามถาด  ก็เคาะใหมันลงน้ำไป และหากพบเชื้อรา ก็ต้องดึงออก ถ้าเก็บมันจะลามไปวงกว้าง
สำหรับขั้นตอนการเก็บเกี่ยว ที่นี่จะใช้กรรไกรตัดบริเวณชิดกับโคนต้น ล้างน้ำให้สะอาด และบรรจุลงในถุงซิปล็อก เพียงเท่านี้ก็ได้ต้นอ่อนข้าวสาลีส่งให้กับลูกค้าพร้อมนำไปคั้นดื่มแล้ว
 ราคา ผลผลิตจำหน่าย 1 ขีด 50 บาท มีบริการส่งถึงบ้าน  ปัจจุบันปริมาณต้นอ่อนข้าวสาลีที่ส่งจำหน่ายให้ลูกค้าในแต่ละสัปดาห์ อยู่ที่ 90 -100 กิโลกรัม หรือ เดือนละประมาณ 350-400 กิโลกรัม โดยราคาจำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 500 บาท
สำหรับการตลาดก็ใช้เฟซบุ๊กและเว็บไซต์ เป็นหลัก
มาถึงคำถามที่ว่า  ในอนาคตจะมีการต่อยอดธุรกิจยังไงบ้าง คุณนพดล ว่าหัวใจหลักคือต้องคุมคุณภาพ และเรียนรู้ในการดูแล เพราะปัญหาการเพาะต้นอ่อนข้าวสาลีแต่ละฤดูกาลไม่เหมือนกัน
สุดท้าย คุณนพดล  แนะนำคนที่ต้องการเริ่มปลูก  ว่า อยากให้ลองเจาะกลุ่มในชุมชนก่อน  ว่ามีร้านเพื่อสุขภาพมั้ย  อย่าปลูกทีเดียวเยอะๆ ค่อยๆ เริ่ม ค่อยๆเรียนรู้ไป จะดีกว่า
 

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว