ติดเกม ติดหนี้ ตั้งหลักได้ กลายเป็น เจ้าของโรงงานสร้างนักธุรกิจพันล้าน
จัดเป็นธุรกิจ OEM รับผลิตเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ติดอันดับท็อปเท็น มีลูกค้าประจำทั้งในและต่างประเทศ ที่ปัจจุบันผลิตให้อยู่ราว 5,000 รายการสินค้าขึ้นทะเบียนแล้วกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.
นอกจากนั้น ยังมีสินค้าแบรนด์ของตัวเอง อย่าง ไอเรียล (IReal) เดอแมร์ (De Maire) เฟรชชี่ (Freshy) เลอเน่ (Le Nez) ฯลฯ เจาะตลาดหลายกลุ่ม ไล่ตั้งแต่ เอบวก ไปจนถึงตลาดแมส
ภาพความสำเร็จทั้งในด้านชื่อเสียงและผลประกอบการ ของ บริษัท ไอเรียล พลัส (ประเทศไทย) จำกัด นับเป็นเรื่องน่าชื่นชมยินดี แต่กว่าจะมีวันนี้ พวกเขาฟันฝ่าอุปสรรคปัญหามาสารพัดรูปแบบ กระทั่งกลายเป็นสิ่งหล่อหลอมให้ “แข็งแรงพอ” ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตและหลักคิดดีๆ ในการทำธุรกิจ
เคยเปิดร้านอาหาร รีบเรียนกลัวเสียโอกาสหาเงิน

ช่วงสายของวันทำงาน คุณไทด์-ดร.พัชรพล สุทธิธรรม ผู้บริหารหนุ่ม ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเรียล พลัส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดโรงงานบนพื้นที่ 12 ไร่ ย่านอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกัน
“เป็นลูกชายคนเล็ก ตอนเด็กๆ เคยติดเกม จบปริญญาตรีตอนอายุ 19 ปี จบปริญญาโท ตอนอายุ 20 ปี ล่าสุดเพิ่งจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยมหิดล ได้เป็นดอกเตอร์ ตอนอายุ 34 ปี ครับ” MD หนุ่ม บอกเล่าเรื่องราวเป็นการแนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น ด้วยบุคลิกสุภาพ เป็นกันเอง
ก่อนคุยให้ฟัง ตอนเรียนมัธยมปลาย ไปลงเรียนคณะนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง ในโครงการ Pre Degree ระหว่างเรียนปริญญาตรี ไปลงเรียนปริญญาโท สาเหตุที่เรียนควบมาตลอด เพราะอยากจบเร็วๆ เนื่องจากตอนนั้นครอบครัวลำบากมากๆ การเรียนนาน ทำให้เสียเงิน เป็นภาระ เสียโอกาส เสียรายได้
“คุณพ่อ-คุณแม่ เคยเป็นข้าราชการครู อยู่โรงเรียนวัดเขาสมิง จ.ตราด แล้วลาออกจากราชการมาทำธุรกิจ เริ่มจากขายเสื้อผ้า ขายหนังสือพิมพ์ กระทั่งมาทำร้านอาหารย่านรังสิต ตอนนั้นเรียนอยู่ ม.3 พอขึ้น ม.4 ร้านอาหารประสบปัญหา ยอดขายน้อยกว่ารายจ่าย ประกอบกับช่วงนั้นครอบครัวเราเริ่มเข้าวัด ทำบุญ เริ่มถือศีล 5” คุณไทด์ ย้อนอดีต

และเล่าต่อ ในความเป็นจริง ตอนทำร้านอาหาร ทำผิดศีลเกือบทุกข้อ ฆ่าสัตว์ ขายสุรายาเมา เลยรู้สึกค้านในใจ แต่พยายามหาข้อแก้ตัวให้กับตัวเองว่าเป็นอาชีพไม่ผิดหรอก แต่ลึกๆ แล้วรู้สึกไม่ดี ด้วย 2 ปัจจัยดังกล่าว ทำให้มองหาช่องทางการค้าขายอื่นๆ ทางครอบครัว เลยหันไปจับธุรกิจ ซื้อมา-ขายไป รับเครื่องสำอางจากโรงงานต่างๆ มาขายที่ตลาดใหม่ดอนเมือง
“เราเช่าร้านเล็กๆ ซื้อครีมกิโลมาจากโรงงานมากวน แพ็กลงกระปุกๆ ติดสติกเกอร์ แล้วขายส่ง ทำอยู่อย่างนั้นพักหนึ่ง อยากทำแบรนด์สินค้าของตัวเอง เพราะคิดว่าธุรกิจซื้อมา-ขายไป แบบนั้นอาจไม่ยั่งยืน ยกตัวอย่าง รับครีมมาล็อตแรกสีขาว ล็อตสองลูกค้าสั่งซ้ำเป็นสีเหลือง ควบคุมคุณภาพไม่ได้ เพราะไม่มีโรงงานเอง และถ้าไม่มีแบรนด์เอง ถ้าลูกค้าไปเห็นเจ้าอื่นถูกกว่า ดีกว่า เขาก็ย้ายที่ซื้ออยู่แล้ว” ดร.ไทด์ เล่า
หลุดพ้นความลำบาก ไม่มีอะไรดีกว่าค้าขาย
สำหรับจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์สินค้า สิ่งแรกที่ต้องทำ ในความเห็นของนักศึกษากฎหมายวัยเพียง 17 ปี นั่นคือการไปขอจดเครื่องหมายการค้า แบรนด์แรกคือ เดอ แมร์ ภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า ผู้หญิงสวยงาม หลังจากนั้นไม่นาน เขาลงเรียนปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ เพราะอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ
“ทำธุรกิจ เพราะอยากให้ครอบครัวหลุดพ้นจากความยากลำบาก และสิ่งที่จะทำให้หลุดพ้นไปได้ คือการมีเงิน แล้วการมีเงินนั้นหาได้ยังไง ต้องทำมาค้าขาย” ดร.ไทด์ บอกตรงๆ
ก่อนเล่าต่อถึงจุดตั้งต้นของธุรกิจ “ไอเรียล พลัส” ว่า ช่วงเรียนปริญญาโท มีวิชาแผนธุรกิจ ของ ดร.นิเวศน์ ธรรมะ เขาจึงคิดแผนธุรกิจสร้างแบรนด์เครื่องสำอาง เพราะเชื่อว่ามีโอกาสเติบโตสูง หลังจากนั้นแผนธุรกิจในห้องเรียน ถูกต่อยอดไปที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพราะอยากให้เกิดขึ้นจริง

“ตอนนั้นกรมส่งเสริมการค้าฯ มีโครงการ ต้นกล้า ทู โก ส่งเสริม SMEs ไทย สู่สากล คัดเลือกผู้ประกอบการประมาณ 15 ราย ผมไปสมัครเป็นผู้ประกอบการอายุน้อยที่สุด ผู้บริหารในขณะนั้นคงเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจและอยากส่งเสริม เลยอนุมัติให้เป็น 1 ใน 15 ก่อนช่วยนำแผนธุรกิจมาออกแบบให้เกิดขึ้นจริง ถ้าทำตามแผนจะสร้างรายได้ประมาณ 400 ล้านบาทต่อปี” ดร.ไทด์ เล่า
และว่า หลังจากนั้น เขานำแผนธุรกิจและตัวอย่างแพ็กเกจจิ้ง ที่ถูกช่วยออกแบบมา ไปต่อยอดที่การหาเงินทุน เพราะอยากมีโรงงานผลิตอย่างจริงจัง โดยนำแผนธุรกิจไปยื่นสถาบันการเงินหลายแห่ง แต่ถูกมองว่าผู้กู้อย่างเขาอายุแค่ 20 ปี คงไม่มีศักยภาพในการชำระหนี้ได้ เลยถูกปัดตกไปหลายธนาคาร
แต่สุดท้ายมีธนาคารกรุงไทย สาขา อ.ต.ก. ซึ่งเคยปัดตกไปแล้ว โทรศัพท์เรียกไปคุยใหม่ แต่ยื่นเงื่อนไขหากจะกู้ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่ตอนนั้นครอบครัวก็ไม่มีอะไรจะไปค้ำได้ กระทั่งได้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. มาค้ำประกันให้กับผู้ประกอบการที่มีความหวัง มีความฝัน ที่จะสร้างธุรกิจ แต่ไม่มีหลักทรัพย์มาค้ำ
“ผมเป็นคนกู้ 100 เปอร์เซ็นต์ ตอนนั้นอายุ 20 ปี ก็ประมาณว่าเป็นคนอายุน้อยหนี้ล้าน ไม่ใช่อายุน้อยร้อยล้าน ครับ” ดร.ไทด์ บอก ก่อนหัวเราะอารมณ์ดี
อยากให้ธุรกิจยั่งยืน ต้องทุ่มเทสุดกำลัง
ได้เงินกู้จากธนาคารกรุงไทยมา 3 ล้านบาท จึงนำมาต่อยอดสร้างฐานการผลิตอย่างจริงจัง ทำโรงงาน ขยายซื้อเครื่องจักร ออกหาลูกค้า ออกบูธ แบบไม่มีงบการตลาด หาช่องทางแบบไม่เสียเงิน มีครั้งหนึ่ง เจ้าของกิจการหนุ่มมากความสามารถท่านนี้ ยอมขึ้นไปเป่าแซ็กโซโฟนบนเวที เพื่อแลกกับการได้บูธฟรี เป่าเสร็จก็ลงขายของต่อ
“Know How ทั้งเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ได้จาก ภก.ธีรวุฒิ พงษ์เศรษฐ์ไพศาล อดีตนายกสมาคมเภสัชกรรมชุมชนประเทศไทย ปัจจุบันท่านเป็นหัวหน้าคณะวิจัยของไอเรียล พลัส ผมได้รู้จักกับท่าน โดยการแนะนำของอาจารย์ ดร.นิเวศน์ ธรรมะ หลังจากนั้นไม่นาน ทางกรมส่งเสริมฯ ก็พาไปแมตชิ่ง กับกัมพูชา เราได้ดีลเลอร์เจ้าแรก ออร์เดอร์ล็อตแรก 1,000 ก้อน เจาะลูกค้ากลุ่มบน” ดร.ไทด์ เผยให้ฟัง
ก่อนพรั่งพรูความรู้สึก ถ้าอยากมีธุรกิจที่ยั่งยืน ต้องทุ่มตัวเองสุดกำลัง ครอบครัวของเขาฟันฝ่าและเรียนรู้ปัญหาร่วมกันตลอด เขาต้องทำงานตั้งแต่เด็ก และได้วิชาความรู้จากการทำงานมาหลายอย่าง ตอนทำร้านอาหารเป็นเด็กเสิร์ฟ ต้องสู้กับคนโมโหหิว กระทั่งมีทักษะทำยังไงในการเข้าหาลูกค้าให้เขาใจเย็นลง และสุดท้ายทำยังไงให้ได้ทิป

“ถ้าเด็กเสิร์ฟจะทำงานให้ได้ทิป ต้องดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด น้ำหมดปุ๊บคอยเติม ลูกค้าต้องการอะไร ต้องเห็นเราตลอดเวลา ผมจะมีมายด์เซตอย่างหนึ่งคือ มโนจิตเลยว่า ลูกค้าทุกคนมีป้ายแขวนคอว่า ช่วยทำให้ฉันเป็นคนสำคัญที แล้วผมจะได้ทิป เทคนิคง่ายมากเลยครับ หลักคิดนี้ผมได้จากการอ่านหนังสือ ของ เดล คาเนกี้” ดร.ไทด์ เล่าจริงจัง
เพิ่งทำธุรกิจโรงงานผลิตย่านรังสิต ได้ไม่ทันไร เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ปี 2554 กิจการของครอบครัวได้รับผลกระทบเต็มๆ กระแสเงินสดไม่มี เงินที่เพิ่งกู้มา 3 ล้านบาท จมหายไปกับน้ำหมด ช่วงต้นจึงย้ายฐานการผลิตไปเช่าที่ทำที่พัทยาชั่วคราว แต่หากจะกลับไปอยู่รังสิต ก็กลัวน้ำท่วมอีก
สุดท้ายไปปรึกษากับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีดีแบงก์) ซึ่งมีโครงการพิเศษปล่อยสินเชื่อ 2 แสนล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ประสบมหาอุทกภัย
ชู สโลแกน Infinite Business Solution
“พอได้เงินกู้มาต่อลมหายใจกิจการ ประมาณ 10 ล้านบาท นำมาลงทุนสร้างอาคารโรงงานผลิตเครื่องสำอางบนที่ดิน 12 ไร่ ที่ อ.ดอนตูม จ.นครปฐม ด้วยเหตุผลไม่มีประวัติน้ำท่วม จากนั้นธุรกิจเติบโต ขยายฐานลูกค้ามาเรื่อยๆ ปัจจุบันมีสินค้าแบรนด์ของตัวเอง เกือบ 10 แบรนด์ ปี 2556 ได้รางวัล PM Award จากนายกฯ ในฐานะผู้ส่งออกดีเด่น” ดร.ไทด์ เผยข้อมูลให้ทราบ สีหน้าภูมิใจ
ก่อนเผย ปัจจุบันมีพนักงานประมาณ 300 คน มีทีมวิจัยและพัฒนาราว 20 ชีวิต สินค้าแบรนด์ตัวเอง เป็นการขายในประเทศมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นการส่งออกไปหลายประเทศ เช่น กัมพูชา ฟิลิปปินส์ ลาว เมียนมา เยอรมนี สหรัฐอเมริกา ฯลฯ และเป็นโรงงาน OEM ผลิตให้สินค้าลูกค้า ประมาณ 5,000 รายการสินค้าขึ้นทะเบียน อย. แบ่งเป็น 2 หมวดใหญ่คือ เครื่องสำอาง กับ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

“จุดยืนของ ไอเรียล พลัส เราไม่ใช่แค่โรงงานรับจ้างผลิต แต่คือโรงงานสร้างนักธุรกิจพันล้าน เราคิดอย่างนี้มาตั้งแต่ต้น ทุกวันนี้เรามีลูกค้ามาร์เก็ตไซซ์ระดับพันล้านอยู่หลายราย เป็นลูกค้าที่ทำธุรกิจอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ก็หลายราย เราสามารถขยายงาน ให้ลูกค้าของเราเติบโตไม่หยุดยั้ง เพราะสโลแกน ของเราคือ Infinite Business Solution คือ เราจะเป็นผู้พัฒนาธุรกิจของคุณให้เติบโตอย่างไม่มีขีดจำกัด” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเรียล พลัส (ประเทศไทย) จำกัด บอกจริงจัง
หากอยากเป็นลูกค้าของไอเรียล พลัส สร้างตัวเป็นผู้ประกอบการเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบ้าง ต้องเริ่มต้นจากอะไร
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเรียล พลัส (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า
“จะแนะนำให้ทำสินค้า ทีละโปรดักต์ ไม่ควรเกิน 3 ชนิด แต่ถ้าเราเป็นผู้ประกอบการที่กินมูมมาม คงจะบอกให้ออกสินค้าไปเลย 10 รายการ สุดท้ายเป็นไง เจ๊ง! เพราะโฟกัสไม่อยู่ ควรทำก่อน 1-3 รายการ แล้วเน้นให้สุดไปเลย เงินจะไม่จม งบไม่บานปลาย”

“จากนั้น ให้วงกลม 2 วงมาชนกัน วงแรก-สินค้าที่ตัวเราเองมีตลาด มีคอนเน็กชัน กับ วงสอง-สินค้าที่ลูกค้าต้องการ แล้วหาจุดกึ่งกลาง ส่วนเงินทุน ให้เริ่มต้นจากเราไม่เจ็บตัว ซึ่งแต่ละคนเจ็บได้ไม่เท่ากัน ให้คิดแบบขายไม่ได้เลย แล้วเจ็บตัวไหม ส่วนตัวมองว่า เงินหลักหมื่นก็ทำได้ แต่แพ็กเกจจิ้งไม่สุด ทุนเริ่มต้นหลักแสน น่าจะพอทำอะไรได้” ดร.ไทด์ อธิบาย
กับคำถาม หน้าใหม่ รายย่อย ยังพอมีพื้นที่หรือโอกาสแข่งขันแค่ไหน ดร.ไทด์ บอกจริงจังส่งท้าย
“ทุกอุตสาหกรรม ล้วนมีคู่แข่ง เราจึงต้องหา นิชมาร์เก็ต หาตลาดที่มีความต้องการซื้อ ถามว่าตลาดเต็มหรือยัง ทุกคนลองถามตัวเอง ทุกวันนี้เรายังมองหาซื้อเครื่องสำอางอยู่ไหม ทุกวันนี้ผู้หญิงมีลิปสติกอยู่แล้ว ยังจะหาลิปสติกแท่งใหม่รึเปล่า ในความจริงทุกคนยังไม่หยุดซื้อ โรงงานของเรากำลังการผลิตจึงยังไม่เพียงพอ สะท้อนให้เห็นว่าดีมานด์ยังมากกว่าซัพพลาย เพราะถ้านั่งตบยุง แสดงว่าซัพพลายมากกว่าดีมานด์ แต่ทุกวันนี้ เปิดโอทีถึง 4 ทุ่มทุกวัน”
ภาพประกอบ : CEO Dr.TAI
