CEO หญิงคนแรกของเคทีซี ติด 1 ใน 100 สตรีทรงอิทธิพลแห่งเอเชีย
นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่

นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่

กระแสอาหารไทยโบราณยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูประจำฤดูร้อนอย่าง “ข้าวแช่นารา” ของ NARA Thai Cuisine ที่สร้างยอดขายกว่า 10,000 เซ็ต ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน กลายเป็นเมนูอันดับหนึ่งของร้านในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “สำรับไทย..ไว้ใจนารา” หรือ TASTE NARA – TASTE OF THAILAND ตอกย้ำจุดยืนการยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการนำเสนอสำรับไทยโบราณในรูปแบบร่วมสมัย เบื้องหลังความสำเร็จของ ข้าวแช่นารา โดยปีนี้นาราไทย คูซีน ยังได้นางเอกซุปตาร์อย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์สำรับไทยประจำฤดูกาล ผ่านเมนู ‘ข้าวแช่นารา’ จนสามารถขยายฐานกลุ่มนักชิมสู่คนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ปลุกกระแสความนิยมอาหารไทยโบราณให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง นอกจากกระแสตอบรับจากนักชิมชาวไทยแล้ว ล่าสุดยังได้รับความสนใจจากบุคคลระดับโลก เมื่อ จูเลีย มอร์ลีย์ ประธานและซีอีโอองค์กรมิสเวิลด์ พร้อมด้วย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ แม่ปุ้ย TPN ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีประกวด Miss World Thailand และเวทีนางงามระดับนานาชาติ ร่วมรับประทานอาหารไทย โดยมี คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก ผู้บริหารนารา กรุ๊ป ให้การต้อนรับที่ร้านนาราไท
เรียกได้ว่ากระแสร้านชาในปัจจุบัน ได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก อีกทั้งหลายแบรนด์ยังมีการปรับรสชาติให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น อาทิ CHAGEE (ชาจี) แบรนด์ชานมเจ้าดังจากจีน ที่ขยายสาขาไปแล้วกว่า 6,000 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเข้ามาบุกตลาดไทยสาขาแรก ‘เซ็นทรัลเวิลด์’ โดย บริษัท อีสบริดจ์ จำกัด และ บริษัท ที เนชั่น จำกัด จากอดีตเด็กกำพร้า-ลูกมือร้านชานมไข่มุก Zhang Junjie (จาง จุนเจี๋ย) มหาเศรษฐีผู้สร้างตัวด้วยตัวเอง ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ CHAGEE (ชาจี) แบรนด์ชานมระดับโลก ย้อนกลับไปตอนที่เขาอายุเพียง 10 ขวบ เขาต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่จนกลายเป็นเด็กกำพร้าหลังจากที่พ่อและแม่ของเขาเสียชีวิต โดยเขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนในเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน และต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่บนท้องถนนนานถึง 7 ปี โดยไม่มีบ้านอยู่เป็นหลักแหล่งและไม่ได้รับการศึกษาในระบบ ต่อมา จาง จุนเจี๋ย เคยทำงานเป็นลูกมือในร้านชานมไข่มุกมาก่อน และทำให้เขาได้รับประสบการณ์ด้านการดูแลกิจการ ขณะทำงานที่บริษัทสตาร์ทอัปแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ หลังจากนั้นจึงได้ก่อตั้งแบรนด์ CHAGEE ขึ้น กำเ
ในวัย 61 ปี ขณะที่หลายคนกำลังวางแผนใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างเงียบสงบ คุณเชา-ชวลิต จริตธรรม อายุ 69 ปี หรือหลายคนเรียกติดปากกันว่า “ปาป้าเชา” ดีกรีอดีตผู้บริหารบริษัทเอกชนผู้คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 30 ปี กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป นั่นคือการเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟเล็กๆ ที่ชื่อว่า “ปาป้าเชา” ชีวิตใหม่ในวัยเกษียณ ชีวิตของผู้บริหารที่ต้องทำงานมานานกว่า 30 ปี ดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่จะต้องไปดูแลแม่ ดูแลพี่สาวที่เจ็บป่วย ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เป็นช่วงเวลาที่เขาตัดสินใจพักบทบาทในองค์กรใหญ่ เพื่อกลับมาดูแลคนที่เขารัก หลังจากที่คุณแม่และพี่สาวจากไปได้สักพัก ระหว่างที่คุณชวลิต หรือ พี่เชา กำลังประกอบธุรกิจเล็กๆ เช่น ขายของและทำอาหารขาย ลูกสาวของพี่เชา ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิตใหม่นี้ โดยช่วงเวลาหนึ่งก็คุยกันกับลูกสาว ที่สนใจงานทางด้านเป็นช่างแต่งหน้า เธอได้ลาออกจากงานประจำมาทำงานเป็นช่างแต่งหน้า จากนั้นก็เริ่มคุยกันว่า จะทำอย่างไรกันต่อ ก็เริ่มหาสถานที่เพื่อให้เป็นสตูดิโอใช้ในการแต่งหน้า หลังจากนั้นเธอจึงบอกว่า “พ่อก็ทำร้านกาแฟสิ เราจะได้อยู่ด้วยกัน
ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ก่อนที่จะเปิดให้ร้านอาหารลงทะเบียนเลือกเข้าร่วมแพลตฟอร์มดีลิเวอรีในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ หลายแพลตฟอร์มได้ทำแคมเปญพิเศษเพื่อขานรับโครงการ อย่างแกร็บฟู้ดที่มีการลดค่าคอมมิชชันให้เหลือ 9% แถมด้วยแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ถึง 10 เด้งเพื่อสนับสนุนเหล่าร้านอาหาร ซึ่งหากย้อนดูความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เมื่อปีที่ผ่านมา มีร้านอาหารหลายแห่งที่สามารถต่อยอดโอกาสจากโครงการดังกล่าวจนสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ที่สามารถสร้างรายได้ทะลุหลักล้าน และ “PREP & POUR by Kitchen 501” ที่มียอดขายเติบโตต่อเนื่องสูงเกือบ 10 เท่าแม้จะจบโครงการไปแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารในการเตรียมความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสใหญ่ที่กำลังจะมาถึง “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ราคาดี ระบบเป๊ะ สูตรลับยอดขายโตทะลุล้าน สำหรับร้าน “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ภายใต้การดูแลของ นุ้ย – อรุณี เอื้อวิทยาศุภร เบื้องหลังยอดขายทะลุล้านมาจากแนวคิด “อาหารคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้” รวมถึงการใช้กลยุทธ์เพิ่มมู
จากอาหารอีสานที่คุ้นเคย วันนี้หลายร้านหยิบ “ความม่วน” มาเล่าใหม่ ผ่านบรรยากาศและดนตรีที่เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ตั้งแต่การมิกซ์แผ่นเสียง เปิดเพลงหมอลำ ไปจนถึงการตกแต่งร้านที่มีคาแรกเตอร์ ทำให้การกินลาบ ส้มตำ กลายเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ “เส้นทางเศรษฐี” ชวนปักหมุดร้านอีสานไวบ์ดี ที่รวมทั้งของแซ่บ ดนตรีม่วน และบรรยากาศสนุกๆ ไว้ด้วยกัน จะนั่งกินข้าว ฟังหมอลำ หรือปล่อยจอยไปกับเสียงเพลง ก็ได้ฟีลอีสานแบบร่วมสมัยที่สายกินและสายเที่ยวไม่ควรพลาด เริ่มต้นที่ “สตูดิโอลาบ” ของ “ตั้ม – กฤตวัฒน์ สุริย์, บอล-อดิศักดิ์ กรรเชียง, เม่น-ศิริยศ เรื่องตังญาณ และ หรั่ง-เทอดภูมิ สมบูรณ์” จุดเด่นของร้านนี้คือ “อาหารรสมือพ่อแม่” ของคุณตั้ม พ่อครัวแม่ครัวประจำร้านที่ปรุงอาหารทุกจานด้วยความพิถีพิถัน ในแบบ ‘อีสานสไตล์นครพนม’ ด้วยประสบการณ์เปิดร้านส้มตำมากว่า 30 ปี มีทั้ง ลาบเป็ด ตำหมูยอ ซอยจุ๊จากเนื้อน่องลาย เปาะเปี๊ยะ เนื้อแดดเดียวย่างกินกับแจ่วบอง เมนูเด็ดที่ต้องสั่ง ส่วนบรรยากาศร้านก็เต็มไปด้วยควาสนุกสนานถึงกับต้องลุกมาเซิ้ง เพราะตั้มและเพื่อนจะหมุนเวียนมาเปิดแผ่นเสียงที่ไม่ได้มีแค่หมอลำม่วนๆ
Trip.com Group เผยข้อมูลจากรายงานพบว่า นักเดินทางจำนวนมากขึ้นเลือกที่จะสำรวจจุดหมายปลายทางในแบบของตัวเอง โดยการเช่ารถขับเอง ซึ่งเป็นตัวช่วยให้สามารถเดินทางได้อย่างอิสระ เดินทางไปได้ไกลกว่าเส้นทางเดิมๆ และยังได้ค้นพบสถานที่ใหม่ๆ ที่อาจจะเข้าถึงได้ยากกว่าเดิม เทรนด์ประเทศไทย ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นทั้งจุดหมายปลายทางในการเช่ารถขับเองที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นตลาดต้นทางที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยยอดจองรถเช่าเพื่อเดินทางในประเทศไทยเติบโตขึ้น 59% เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ยอดจองของนักเดินทางไทยที่มุ่งหน้าไปต่างประเทศพุ่งสูงถึง 78% ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มตลาดขาออกที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค ผลสำรวจผู้บริโภคตอกย้ำโมเมนตัมนี้อย่างชัดเจน โดย Trip.com เป็นแบรนด์เช่ารถรายเดียวที่มีอัตราการรับรู้แบรนด์สูงกว่า 60% ทั้งในกลุ่มผู้ที่เคยเช่ารถแล้วและกลุ่มที่กำลังพิจารณาเช่ารถ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ไม่มีแพลตฟอร์มอื่นใดในตลาดทำได้ นอกจากนี้ในกลุ่มผู้ใช้งาน Trip.com ที่กำลังตัดสินใจเลือกเช่ารถครั้งต่อไป Trip.com ยังเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ให้การตอบร
การมี “หุ้นส่วนทางธุรกิจ” อาจเป็นแรงส่งสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโต แต่ในอีกด้านก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง หากผู้ประกอบการไม่ได้วางขอบเขตและทำความเข้าใจกันให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ให้คำแนะนำว่า หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจและการเริ่มต้นกิจการ ผู้ประกอบการต้องประเมินตนเองว่ามีทัศนคติต่อการประกอบอาชีพหรือธุรกิจนั้นอย่างไร มีความพร้อมด้านเวลา แหล่งทุน รวมถึงทรัพยากรต่างๆ ที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนธุรกิจนั้นหรือไม่ สิ่งสำคัญคือ การวางแผนธุรกิจ จะทำให้มองเห็นจุดอ่อน จุดแข็ง โอกาสและอุปสรรคความท้าทายต่างๆ ของธุรกิจ อุตสาหกรรมหรือคลัสเตอร์ธุรกิจนั้นอย่างละเอียดรอบครอบรัดกุม หากมีความจำเป็นต้องมี “หุ้นส่วนทางธุรกิจ” สิ่งที่ต้องตั้งคำถามและหาคำตอบ คือ มีเป้าหมาย มีความจำเป็นเพื่อเติมเต็มในห่วงโซ่ธุรกิจ หรือจุดแข็งของหุ้นส่วนที่จะเข้ามาช่วยส่งเสริมธุรกิจอย่างไร สัดส่วนการถือหุ้นเท่าไหร่เหมาะสม โครงสร้างธุรกิจและการแบ่งหน้าที่บทบาทการทำงาน สัญญาการเข้าหุ้นกิจการและข้อตกลงที่ป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในอนาคตเพิ่มเติม สิ่งสำค
ความท้าทายทางเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ผู้บริโภคเลือกชะลอแผนการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยออกไปก่อน และหันมาเลือกเช่าแทน ส่งผลให้เทรนด์การเช่าอย่าง Generation Rent กลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ของคนหาบ้านยุคนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต และต้องการหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้ระยะยาว ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เผยข้อมูลล่าสุดจากผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ฯ ในเดือนกรกฎาคม 2569 พบว่า ภาพรวมความต้องการเช่าทั่วประเทศยังคงมีทิศทางเติบโต และมีสัญญาณบวกในหลายทำเล ดังนี้ สัญญาณบวกจากเทรนด์ Generation Rent ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้ให้เช่าจึงไม่ควรมองข้ามการวางแผนอย่างรอบคอบก่อนปล่อยเช่า 6 เช็กลิสต์ที่ผู้ให้เช่ามือใหม่ควรรู้ 1. สำรวจต้นทุนที่ต้องรับผิดชอบ ผู้ให้เช่าควรเริ่มต้นจากการสำรวจต้นทุนทั้งหมดที่ต้องรับผิดชอบ โดยจัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายแต่ละส่วน เช่น ต้นทุนคงที่ที่ต้องจ่ายสม่ำเสมออย่างค่างวดที่ต้องผ่อนชำระในกรณีที่ยื่นกู้ธนาคาร, ค่าส่วนกลาง, ค่าประกันภัยต่างๆ และต้นทุนที่ยืดหยุ่นได้อย่างการตกแต่งที่สามารถปรับงบให้เหมาะสมได้เอง อย่างไรก็ดี ผู้ใช้เช
ในวัย 61 ปี ขณะที่หลายคนกำลังวางแผนใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างเงียบสงบ คุณเชา-ชวลิต จริตธรรม อายุ 69 ปี หรือหลายคนเรียกติดปากกันว่า “ปาป้าเชา” ดีกรีอดีตผู้บริหารบริษัทเอกชนผู้คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 30 ปี กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป นั่นคือการเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟเล็กๆ ที่ชื่อว่า “ปาป้าเชา” ชีวิตใหม่ในวัยเกษียณ ชีวิตของผู้บริหารที่ต้องทำงานมานานกว่า 30 ปี ดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่จะต้องไปดูแลแม่ ดูแลพี่สาวที่เจ็บป่วย ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เป็นช่วงเวลาที่เขาตัดสินใจพักบทบาทในองค์กรใหญ่ เพื่อกลับมาดูแลคนที่เขารัก หลังจากที่คุณแม่และพี่สาวจากไปได้สักพัก ระหว่างที่คุณชวลิต หรือ พี่เชา กำลังประกอบธุรกิจเล็กๆ เช่น ขายของและทำอาหารขาย ลูกสาวของพี่เชา ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิตใหม่นี้ โดยช่วงเวลาหนึ่งก็คุยกันกับลูกสาว ที่สนใจงานทางด้านเป็นช่างแต่งหน้า เธอได้ลาออกจากงานประจำมาทำงานเป็นช่างแต่งหน้า จากนั้นก็เริ่มคุยกันว่า จะทำอย่างไรกันต่อ ก็เริ่มหาสถานที่เพื่อให้เป็นสตูดิโอใช้ในการแต่งหน้า หลังจากนั้นเธอจึงบอกว่า “พ่อก็ทำร้านกาแฟสิ เราจะได้อยู่ด้วยกัน
หากจะพูดถึงไอคอนแห่ง Soft Power ไทยที่สร้างอิมแพ็กระดับโลก คงต้องยกให้ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ผู้สร้างปรากฏการณ์ไวรัลได้ทุกครั้งที่ปล่อยผลงาน ตั้งแต่การสอดแทรกอัตลักษณ์ไทย อย่าง ‘ปราสาทพนมรุ้ง’ ในเพลง LALISA หรือการเนรมิต ‘ย่านเยาวราช’ ให้กลายเป็นหมุดหมายระดับโลกในเพลง ROCKSTAR จนมาถึงผลงานล่าสุดอย่าง SaWaDiKa ที่ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมการปักหมุดโลเคชันถ่ายทำในไทยแบบจัดเต็มยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเพลง SaWaDiKa เป็นซิงเกิลแรกจากอัลบั้ม “PRESS PLAY” ที่สร้างปรากฏการณ์ความแรงแบบฉุดไม่อยู่ ด้วยการทำยอดวิวทะลุ 2 ล้านวิวภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง การคัมแบ็กครั้งนี้ ลิซ่า ได้พาเอกลักษณ์ความเป็นไทยไปเฉิดฉายบนเวทีโลกอย่างจัดเต็ม โดยเฉพาะการเลือกใช้ชื่อเพลงว่า “สวัสดีค่ะ” ที่เป็นคำทักทายของคนไทย ภายใน MV ได้มีการสอดแทรกวัฒนธรรมและสัญลักษณ์เด่นของไทยไว้มาครบ ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย, รถตุ๊กตุ๊ก, ว่าวจุฬา, งานผ้าไทย ไปจนถึง ลายไทยประยุกต์ ที่นำมาปรับใช้ให้เข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ด้านเนื้อเพลงมีการสอดแทรกคีย์เวิร์ดภาษาไทยและคำศัพท์ติดหูที่คนต่างชาติคุ้นเคยและเข้าใจง่าย เช่น คำว่า geng mak (เก่งมาก) รวมถึงคำว
