Exclusive Featured SMEs

คุยกับ CEO “ศิวาเทล” โรงแรมกลางเพลินจิต สลัดภาพจากแบรนด์กรีนรุ่นอากง สู่โมเดล “แบ่งปันอย่างยั่งยืน”

มีหลักฐานยืนยันว่า “กรีน” มาตั้งแต่รุ่นอากง สำหรับการดำเนินกิจการของ “ศิวาเทล กรุงเทพฯ” โรงแรม 5 ดาว สัญชาติไทย 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปัจจุบันตกทอดมาถึง ผู้บริหารเจน 3 แล้ว

“ไม่ได้ทำโรงแรมมาตั้งแต่ต้น ที่ดินตรงนี้เป็นของครอบครัวตั้งแต่ 50-60 ปีที่แล้ว ตอนแรกทำเป็นอพาร์ตเมนต์ 8 ชั้น ต่อมา อากง เปลี่ยนมาเป็นฮอลิเดย์ แมนชั่น เป็นโรงแรม 3-4 ดาว กระทั่ง 15-16 ปีที่แล้ว จีนเปิดประเทศ การท่องเที่ยวไทยเติบโต ท่านเห็นโอกาส ด้วยทำเล ที่อยู่ๆ เรากลายมาอยู่ใจกลางเมือง เลยตัดสินใจทุบตึก 8 ชั้นทิ้ง สร้างเป็น ศิวาเทล ทาวเวอร์ ที่เป็น Mixed-Use”

คุณหนิงอลิสรา ศิวยาธร CEO โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ ในฐานะผู้บริหารเจน 3 เริ่มต้นกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น

ก่อนคุยต่อด้วยอัธยาศัยกันเองว่า ในวันแรกของการเป็น “ศิวาเทล กรุงเทพฯ” คือ โรงแรมสำหรับนักธุรกิจ ที่มีคอนเซ็ปต์รักษ์โลก และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะ “อากง” ของเธอ บอก ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว มักใช้ทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างเยอะ จึงอยากจะมีส่วนรับผิดชอบสังคม โดยเริ่มจากการวางระบบในโรงแรม

“เรามีระบบประหยัดพลังงานตั้งแต่เริ่มทำโรงแรม ใช้หลอด LED มาตั้งแต่ 10 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งวันนั้นเป็นเรื่องใหม่มาก ตัวอาคารออกแบบให้เป็นกระจกฟูลเฟรม เพื่อที่จะลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน หรืออย่าง ระบบปรับอากาศ เลือกใช้น้ำยาแอร์ที่ไม่ทำลายชั้นโอโซนทั้งหมด” คุณหนิง เล่าให้ฟังอย่างนั้น

เมื่อกิจการดำเนินมาได้พักใหญ่ ก็ได้เวลาของการ รีแบรนด์ ซึ่งเหตุผลในเรื่องใหญ่ครั้งนี้ มีที่มาว่า

“บน Positioning ของ ศิวาเทล กรุงเทพฯ เป็นโรงแรมสำหรับนักธุรกิจ แต่ความเป็นจริง มีแค่ 75 ห้อง เป็นห้องสวีตทั้งหมด เริ่มต้น 64 ตารางเมตร ทำให้กลุ่มลูกค้าจริงๆ ที่มา มักเป็นคู่รัก เป็นครอบครัว มาเที่ยว มาช้อปปิ้ง เพราะว่าจากที่เรามีสำนักงาน มีสถานทูต รายล้อม เคยเป็น Business District มาวันนี้กลายเป็นมีห้างอยู่รอบ โปรไฟล์ลูกค้ากลายเป็นกลุ่ม มาเพื่อท่องเที่ยว-พักผ่อน”

“เลยดูเหมือนว่ามีความไม่เข้ากัน ระหว่างแบรนด์กับกลุ่มลูกค้า เลยเป็นที่มาที่จะต้องเข้ามารีแบรนด์ ซึ่งเวลานั้น ก็มีคำถามว่า แล้วเราจะเป็นใครล่ะ ในเมื่อเราเป็นโรงแรมแบรนด์ไทย สแตนด์อะโลน ทีมงานคนไทยทั้งหมด เวลาเรามองไปรอบๆ ตัว เป็นโรงแรมเชน 5-6 ดาว จากต่างชาติหมดเลย แล้วเราจะแข่งขันกับเขาได้ยังไง” คุณหนิง เผยให้ฟังอย่างนั้น

คุณหนิง-อลิสรา ศิวยาธร CEO โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ

แค่ จุดขาย ไม่พอ ต้องต่อภาพจิ๊กซอว์ให้ชัด  

ช่วงแนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น ในช่วงต้นของบทสนทนา คุณหนิง บอกว่า เธอผ่านกระบวนการค้นหาตัวเองมาหลายด้าน เริ่มจากอยากเรียนนิเทศฯ สุดท้ายเอนฯ ติดรัฐศาสตร์ เคยไปฝึกงานแกรมมี่ แต่ต้องกลับบ้านดึก คุณแม่ไม่แฮปปี้ คุณพ่อเลยส่งไปเรียนภาษาที่อเมริกา

พอเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งพอดี เลยมาเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ หลักสูตรอินเตอร์ในเมืองไทย เพราะไม่อยากรบกวนค่าใช้จ่ายในบ้านมากนัก และคิดว่าจะเรียนเมืองนอกหรือเมืองไทย มาตรฐานการศึกษาไม่ต่างกัน เคยทำงานบริษัทระดับชาติ ก่อนออกมาทำบริษัทตกแต่งภายในของตัวเอง และโดนตามตัวกลับมาให้ทำธุรกิจของที่บ้าน โดยไม่มีพื้นฐานการบริหารโรงแรมแม้แต่น้อย

“หลังจากไปเรียนเรื่องการบริหารโรงแรม เพื่อปูพื้นฐานแล้ว ก็ไปต่อยอดอีก ซึ่งมีอยู่คลาสหนึ่ง อาจารย์บอกว่ามี 7 เมกะเทรนด์ของอนาคต ซึ่งเมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว ซึ่ง 1 ใน 7 เมกะเทรนด์นั้น คือเรื่อง Sustainability หรือ ความยั่งยืน เลยเป็นที่มาบนพื้นฐานที่โรงแรมของเรากรีน มาตั้งแต่รุ่นอากงแล้ว เลยจะ Shift ขึ้นมาเป็นเรื่องของความยั่งยืน” คุณหนิง เล่า

ก่อนบอกต่อ

“วันนั้นเรามีแนวคิดแบบนี้ แต่หมือนว่ามีจิ๊กซอว์อยู่ แต่ต่อเป็นภาพไม่ได้ มันเลยวนเวียนอยู่บนคำว่า จุดขาย ซึ่งจริงๆ 8 ปีที่แล้ว คำว่า กรีน ก็ยังขายไม่ค่อยได้ แล้วยังจะไปความยั่งยืนอีก กระทั่งมาพบจุดเปลี่ยน คือการไปเรียนคอร์ส พอแล้วดี เดอะ ครีเอเตอร์ ที่ก่อตั้งโดย พี่หนุ่ย-ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ที่สอนให้นักธุรกิจรุ่นใหม่ มีความรู้ความเข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แล้วนำไปปรับใช้ในการบริหารธุรกิจ”

“เริ่มจากกลับเข้าสู่ภายใน หาคุณค่าของแบรนด์ ว่าการมีอยู่ของแบรนด์ ก่อนถูกสอนให้ทำธุรกิจอยู่บนความสมดุล ระหว่างผลกำไรแต่ขณะเดียวกันได้เกื้อแล้วพาชุมชนให้ได้เติบโตไปด้วยกัน ในวิธีการทำงานที่เป็นมิตร ช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม กระทั่งทำให้มีภาพที่ชัดเจนขึ้น จนตกผลึกออกมาว่า ศิวาเทล จะเป็น โรงแรมแห่งความสุขอย่างสมดุลและการแบ่งปันอย่างยั่งยืน” คุณหนิง อธิบายเห็นภาพ

นึกสงสัย การสร้าง “สุขอย่างสมดุล แบ่งปันอย่างยั่งยืน” ให้ออกมาเป็นรูปธรรมนั้น เริ่มต้นอย่างไรบ้าง CEO สาวคนเก่ง บอก อย่างแรกคือ Mindset เพราะว่าเวลาที่คนบอกว่าจะทำแล้ว พอคิด อุ้ย! ยาก เป็นไปไม่ได้หรอก หรือทำคนเดียวไม่เกิดผลหรอก หรือคงใช้เงินเยอะ ทำให้รู้สึกว่างั้นก็ไม่ทำอะไรแล้วกัน แต่สำหรับเรา มันอยู่บน Mindset อยากทำให้ได้ ด้วยการใช้งบประมาณน้อยที่สุด แล้วค่อยๆ ทำไปทีละอย่าง

“จะบอกทุกคนเสมอ ความยั่งยืน ต้องค่อยๆ ทำ เหมือนวิ่งมาราธอน มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะสำเร็จอะไรทั้งหมดภายในปีเดียว ศิวาเทล เองยังใช้เวลาตรงนี้มา 8 ปี แต่ยังมีงานที่อยากตั้งใจทำต่อไป” คุณหนิง บอกจริงจัง

ส่งต่อประสบการณ์ นับหนึ่งได้ ไม่ยากอย่างที่คิด

พูดคุยมาถึงตรงนี้ คุณหนิง มีตัวอย่างของความพยายาม Shift โรงแรม “กรีน” ให้เข้าใกล้ “ความยั่งยืน” ตามลำดับ

“จากปี 2017 มา 2018 เราปรับเปลี่ยนเป็น No Single Use Plastic แล้วลดขยะพลาสติกในโรงแรม เปลี่ยนขวดน้ำดื่มให้เป็นขวดแก้ว เปลี่ยน Amenityให้เป็นรีฟิล ไม่ใช้หลอดพลาสติกในโรงแรม แล้วทำเรื่องของการเปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบออร์แกนิก กระทั่งทำให้มีขยะอาหาร อาหารเหลือทิ้งน้อยลง” คุณหนิง เล่า

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตลาด ศิวาเทล Sustainable Market เปิดพื้นที่ให้กับเกษตรกร Local Produce คนตัวเล็ก ที่ขายพืชผัก-ผลไม้ ปลอดสาร ปลอดภัย ตรวจสอบย้อนกลับได้ รวมถึงผู้ประกอบการผลิตของกินของใช้ ที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ มาจำหน่ายในโรงแรมเดือนละครั้ง ทุกวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ต้นเดือน

“ช่วงเปิดตลาดเป็นวันที่ผู้ผลิต พี่ๆ คนตัวเล็ก ที่มีความตั้งใจดีๆ จะได้มาเจอกับลูกค้าหรือผู้บริโภคที่เป็นทั้งลูกค้าโรงแรมแล้วก็ลูกค้าที่เป็นคนไทย เป็นโอกาสที่ลูกค้าโรงแรมที่เป็นชาวต่างชาติจะได้มาพบเจอพี่ๆ ผู้ผลิต ซึ่งมีพี่ๆ หลายคนที่ได้ออร์เดอร์ลูกค้าโรงแรม สั่งเป็นหมื่นๆ เอาไปทดลองขายดูก็มี” คุณหนิง บอกเสียงปลื้ม

นอกจากนี้ ทางโรงแรมศิวาเทล ยังได้เปิดมุมมินิออร์แกนิก “สนับสนุนรายย่อย” รวบรวมของใช้ ของกิน ประมาณ 60 รายการ มีทั้งหมู ไก่ ไข่ มี ผัก ซีอิ๊ว น้ำปลา กะปิ ฯลฯ ไว้จำหน่ายให้กับลูกค้าที่สนใจ

“ฝันอยากเห็นโรงแรมทำงานแบบเราจังหวัดละ 1 โรง ที่รวบรวมความภาคภูมิใจของคนในจังหวัดทั้งหมดเอาไว้ในโรงแรม ผ่านของใช้ ผ่านของกิน ผ่านเมนูอาหารที่สูญหายไป ผ่านวัตถุดิบต่างๆ ซึ่งทำอยู่ในชุมชน ในจังหวัดนั้น แล้วบอกเล่าเรื่องราวนี้ไปให้ลูกค้า ก่อนส่งต่อเป็นเรื่องของท่องเที่ยวชุมชน ในจังหวัดนั้นๆ จะทำให้เป็นการท่องเที่ยวที่มีความหมาย” คุณหนิง เผยจริงจัง

ก่อนบอกต่อ ที่ผ่านมาผู้คนคิดว่าเราต้องเป็นแบรนด์ใจดี คิดว่าเราเป็นแบรนด์คนดี ที่ต้องสูญเสียผลกำไรไปใช่หรือไม่ ต้องบอกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ คิดว่าใช่ เพราะทุกคนจะมี Mindset ไปเอง ความยั่งยืน คือการลงทุนที่แพง แต่จริงๆ แล้วการทำงานของโรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ ตลอด 8 ปี ทำบนพื้นฐานของการใช้เงินน้อยที่สุด

จึงอยากส่งต่อ Message ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี-คนตัวเล็ก ว่าจริงๆ แล้วการปรับการทำงานแบบเรา ช่วยลดต้นทุนได้ และยังช่วยทำให้มีแบรนด์อิมเมจที่ดี ทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำ มีแบรนด์แฟนชื่นชม และพร้อมจะสนับสนุน

“อยากแชร์ให้คนอื่นมีกำลังใจ เมื่อความยั่งยืนกลายเป็นกระแสหลัก จะเริ่มต้นนับหนึ่งอย่างไร อย่างเราเองเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ยืนงง ในดงเพลินจิต มีโรงแรม 5-6 ดาว อยู่รอบ เป็นแบรนด์แข็งแรงทั้งนั้น เราจะสู้กับเขาได้ยังไง แต่มาถึงวันนี้ เราเป็นแบรนด์ไทยที่ยืนอยู่กลางเพลินจิต อย่างภาคภูมิใจ ไม่ได้รู้สึกว่าแข่งขันกับใคร มีแต่แข่งขันกับตัวเองในทุกๆ วัน ที่อยากทำงานให้สังคมดีขึ้น ประเทศ และโลกดีขึ้น” CEO โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ ส่งท้าย

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2567

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน