Featured การเงิน และการตลาด

เด็กจบใหม่ว่างงานพุ่ง เหตุเพราะ หางานไม่ได้ ไม่เคยทำงานมาก่อน 

“จบใหม่ไฟแรง แต่ทำไมหางานยาก?” ติดหล่มว่างงานเป็นปีกว่า 8.1 หมื่นคน เหตุเพราะ หางานไม่ได้ ไม่เคยทำงานมาก่อน 

จากข้อมูลของ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า ในไตรมาสสาม ปี 2567 แม้ตลาดแรงงานไทยโดยรวมจะฟื้นตัว แต่กลับพบปัญหาการว่างงานในกลุ่มเด็กจบใหม่เพิ่มขึ้น โดยสาเหตุหลักมาจาก ‘หางานไม่ได้’ และ ‘ขาดประสบการณ์ทำงาน’

โดยชั่วโมงการทำงานในไทยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2.0 และ 2.7 หรืออยู่ที่ 43.3 และ 47.4 ชั่วโมง ตามลำดับ โดยผู้ทำงานล่วงเวลาเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 3.8 ขณะที่ผู้เสมือนว่างงาน และการว่างงานแฝงลดลงกว่าร้อยละ 32.9 และ 27.2 

ภาพรวมตลาดแรงงาน

ส่วนหนึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อต้นปี 2567 โดยค่าจ้างเฉลี่ยในภาพรวมของกลุ่มแรงงานในระบบ (ตามการจัดเก็บแบบเดิม) อยู่ที่ 15,718 บาทต่อคนต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสสาม ปี 2566 ร้อยละ 1.8 ขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยในภาพรวมที่รวมกลุ่มแรงงานอิสระอยู่ที่ 16,007 บาทต่อคนต่อเดือน ส่วนค่าจ้างเฉลี่ยของภาคเอกชน อยู่ที่ 14,522 บาทต่อคนต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 2.7

ผู้ว่างงาน

โดยไตรมาสสาม ปี 2567 มีจำนวน 4.1 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2566 คิดเป็นอัตราว่างงานร้อยละ 1.02 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0.99 ในปีก่อน ซึ่งเพิ่มขึ้นทั้งผู้ที่เคยและไม่เคยทำงานมาก่อน ที่ร้อยละ 2.8 และ 3.5 หรือมีจำนวน 1.8 และ 2.3 แสนคน ตามลำดับ

โดยผู้ว่างงานที่ ‘เคยทำงานมาก่อน’ ส่วนใหญ่ออกมาจากสาขาการขายส่ง/ขายปลีก และสาขาการผลิต ขณะที่ ‘กลุ่มที่ไม่เคยทำงานมาก่อน’ ส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาสูงสุดในระดับอุดมศึกษา มัธยมปลาย และมัธยมต้น ตามลำดับ 

นอกจากนี้ ผู้ว่างงานระยะยาวตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป มีจำนวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.2 หรือมีจำนวน 8.1 หมื่นคน ซึ่งเป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงปัญหาโครงสร้างตลาดแรงงานที่ยังไม่ตอบโจทย์กับความต้องการของคนรุ่นใหม่

โดยกว่า 65% ระบุสาเหตุว่า ‘หางานไม่ได้’ ขณะที่ 71.3% ‘ไม่เคยทำงานมาก่อน’ ซึ่งในจำนวนนี้เกือบ 3 ใน 4 อยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี สำหรับอัตราการว่างงานในระบบอยู่ที่ร้อยละ 1.82 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ร้อยละ 1.93 โดยมีผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานทั้งสิ้น 7.4 หมื่นคน ซึ่งกว่าร้อยละ 95 เป็นแรงงานในภาคการผลิต

แนวทางแก้ไขปัญหาที่ต้องให้ความสำคัญ

1. ส่งเสริมการปรับตัวของแรงงานในอุตสาหกรรมดั้งเดิมให้เป็นรูปแบบใหม่

การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและโครงสร้างเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรม เช่น การผลิตยานต์ยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงความต้องการไปเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 

จากภาวะเศรษฐกิจและการเข้ามาของรถยนต์ EV พบว่า ในเดือนสิงหาคม 2567 สถานประกอบการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และการประกอบรถยนต์ จำนวน 83 แห่ง มีจำนวนพนักงานลดลงจากเดือนมกราคม 2567 ประมาณ 3.5 พันคน อีกทั้งยังมีการจ่ายค่าจ้างในอัตราที่ต่ำลง และการเปิดโครงการสมัครใจลาออก/เกษียณอายุก่อน 60 ปี สำหรับพนักงานประจำ

ดังนั้น จึงต้องมีแนวทางในการ Upskill และ Reskill ให้กับแรงงานและพัฒนานโยบายให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมสมัยใหม่

2. การเตรียมความพร้อมด้านทักษะแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่

อุตสาหกรรมที่มีกำลังเติบโต อาทิ กิจการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่, การประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์และวงจร, การผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์, การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, การผลิตเครื่องจักรความแม่นยำสูง และการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งอาจมีการจ้างแรงงานไทยประมาณ 1.7 แสนคน

3. ผลกระทบต่อค่าครองชีพจากวิกฤตอุทกภัย

อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทยตั้งแต่ช่วงกลางปี 2567 ส่งผลให้พื้นที่เกษตรกรรมมากกว่า 7.7 แสนไร่ใน 53 จังหวัด ได้รับความเสียหาย ทั้งจากการถูกน้ำท่วมและดินโคลนทับถม และส่งผลต่อความสามารถในการเพาะปลูกของที่ดิน ซึ่งทำให้ผลผลิตทางการเกษตรมีปริมาณลดลง โดยเฉพาะที่เป็นพืชระยะสั้น 

ซึ่งอาจกระทบต่อค่าครองชีพ เนื่องจากต้นทุนของวัตถุดิบอาจสูงขึ้นจากการขาดแคลน โดยกระทรวงพาณิชย์ควรตรวจสอบราคาสินค้าไม่ให้มีการปรับเพิ่มสูงจนเกินไปและกลายเป็นการซ้ำเติมภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นผู้ประสบปัญหาน้ำท่วมโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ตลาดแรงงานในภาพรวมเริ่มฟื้นตัว แต่ปัญหาว่างงานในกลุ่มเด็กจบใหม่ ยังคงเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข การพัฒนาทักษะแก้ไขโครงสร้างเศรษฐกิจ และสร้างงานให้สอดคล้องกับความต้องการของแรงงานยุคใหม่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เด็กจบใหม่มีบทบาทสำคัญในอนาคตได้

ที่มา : สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว