ไม่รอเกษียณ! ครูดนตรีลาออกเปิดโฮมสเตย์ “เรือนระเด่น” ไม่ใช่แค่ที่พัก แต่คือการย้อนเวลาสัมผัสวิถีไทย
“ปัจจุบันนี้เราไม่ได้การันตีความอยู่รอดจากรายได้ เราต้องการันตีความอยู่รอดจากรายจ่าย”
ครูดนตรีไทยที่รักในอาชีพ และอยู่กับความเป็นครูมาร่วม 20 กว่าปี แต่ต้องตัดสินใจลาออก ด้วยสาเหตุหลายๆ อย่าง แล้วมองเห็นโอกาสของการนำบ้านของตนเองมาพัฒนาและต่อยอดเป็นที่พัก
ครูดนตรีไทยที่เรากล่าวมาตอนต้นคือ คุณเก่ง-ระเด่น หลงสวาสดิ์ เจ้าของเรือนระเด่นโฮมสเตย์ ที่ผันตัวเองจากการเป็นครูมาสู่ผู้ประกอบการโฮมสเตย์ที่บ้าน ในตำบลคลองเขิน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมต่อยอดเปิดร้านกาแฟไว้รองรับแขกที่มาเยือน

หากจะลาออกจากงาน ต้องเตรียมตัวให้พร้อม
คุณเก่ง เล่าให้ฟังว่า เคยเป็นครูสอนดนตรีไทยมาก่อน และถือว่าเป็นอาชีพที่รัก และเป็นอาชีพที่มั่นคง ซึ่งในระหว่างนั้น ก็มีการทำโฮมสเตย์มาพลางๆ ทำควบคู่กันไปกับอาชีพครู เพราะบ้านที่เป็นเรือนไทย มีพื้นที่พอที่จะจัดสรรให้เป็นที่พักได้
จุดเริ่มต้นจริงๆ คือเขาเองเป็นครูสอนในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ วันหยุดก็จะมีเพื่อนๆ มาพักที่บ้าน เพราะการเดินทางไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯ มาก ด้วยบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ เพื่อนๆ จึงบอกต่อ เลยมีเพื่อนของเพื่อนตามมาพัก ถือว่าเป็นจุดเริ่มและทำให้เห็นโอกาสในการสร้างรายได้
การตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ใช้เวลานานเกือบ 5 ปี เพราะในการจะลาออกจากงานประจำมา เราจะต้องมีความพร้อมในหลายๆ ด้าน จนมาถึงช่วงโควิดที่เขาได้ตัดสินใจลาออกมา ทำให้อยู่กับบ้านมากขึ้น ในช่วงเวลานั้น ก็เป็นการเพิ่มตัวเลือกธุรกิจเข้ามา อย่างการเปิดร้านกาแฟ เพื่อเป็นตัวเลือกให้ลูกค้า ผลตอบรับค่อนข้างดี สามารถเลี้ยงค่าใช้จ่ายในบ้านได้ จึงคิดว่าพร้อมในการลาออกแล้ว เพราะมีอาชีพนี้มารับรองเรา
“เราต้องเตรียมตัวล่วงหน้า ไม่ใช่จบจากอาชีพหนึ่ง แล้วมาเริ่มต้นใหม่อีกอาชีพหนึ่ง ต้องเฟดอีกข้างลง แล้วดันอีกข้างหนึ่งขึ้น มันจะไม่มีรอยต่อที่ตัดกันโดยสิ้นเชิง” เขาเล่า
แต่ถึงแม้ว่าจะมีการวางแผน หรือเตรียมตัวเอาไว้ล่วงหน้า แต่ก็ไม่วายที่ครอบครัวจะไม่เห็นด้วย เพราะงานที่ทำอยู่ค่อนข้างมั่นคง มีรายได้ มีสวัสดิการต่างๆ ที่สามารถดูแลเขาไปจนวันสุดท้ายของชีวิตได้ แต่เขาก็พยายามบอกกับที่บ้านถึงเรื่องของค่าใช้จ่าย การเดินทางต่างๆ ที่จะต้องขับรถจากบ้านไป 2 ชั่วโมง กลับอีก 2 ชั่วโมง โดยใช้เส้นทางบนถนนพระราม 2 ซึ่งเขาคิดว่ามันมีแต่ความเสี่ยง
“อย่าใช้คำว่าเกษียณ ทุกคนทำได้หมด ไม่ต้องรอใกล้เกษียณแล้วจะทำ มันจะสายเกินไป เราจะไม่มีแรงทำ” เขากล่าว
เมื่อลาออกมา การกลับมาบริหารโฮมสเตย์ก็เป็นไปตามแผนที่เตรียมไว้ สามารถเลี้ยงดูทุกคนในครอบครัวได้ ทุกคนไม่ต้องออกไปทำงานข้างนอก
“ส่วนใหญ่พี่จะใช้คนในครอบครัวทั้งหมดเลย แล้วเราก็มีแผนต่อไปเรื่อยๆ พี่ไม่ได้เอาตัวพี่เป็นหลัก เมื่อเราอายุเยอะขึ้นกว่านี้ คนในบ้านก็จะต่อเนื่องกิจการในบ้านได้” เขากล่าว
เรือนระเด่น กับจุดเด่นที่แตกต่าง

เรือนระเด่น เปิดให้บริการมาร่วม 7 ปี เดิมเป็นบ้านที่ใช้อยู่อาศัยทั่วไป แต่มันมีพื้นที่มากเกินกว่าจะอยู่คนเดียว จึงคิดว่าจะเปิดให้เพื่อนๆ มาพักผ่อนหย่อนใจไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จึงทำเป็นโฮมสเตย์ ซึ่งคำว่าโฮมสเตย์ในที่นี้ความสะดวกสบายไปไม่ถึงรีสอร์ต มันก็จะอยู่แบบบ้านๆ แต่ก็ไม่เชิงเป็นบ้านขนาดนั้น เรียกว่าอยู่ระหว่างโฮมสเตย์กับรีสอร์ต
ภายในโฮมสเตย์ มีห้องอยู่ด้วยกัน 3 ห้อง โดยแต่ละห้องจะมีชื่อที่แตกต่างกันไปโดยจะยึดในเรื่องของวรรณกรรมเข้ามาคือ บุษบา สารถี และบุหลัน โดยมีราคาห้องละ 2,500 บาท ในราคานี้จะรวมอาหาร 2 มื้อ คือ เช้าและเย็น สำหรับใครที่อยากจะพักก็ต้องจองล่วงหน้า ไม่สามารถรับแบบ Walk in ได้ เพราะจะต้องมีการจัดเตรียมในหลายๆ อย่าง

คุณเก่ง เล่าว่า บรรยากาศที่บ้านก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เหมาะแก่การทำโฮมสเตย์ เพราะใกล้คลอง ซึ่งหากมีเวลาก็จะพาแขกที่มาพักพายเรือ ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีให้กับคนที่มาพัก และถือเป็นการบอกต่อๆ กัน
เรือนระเด่นมีการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ จะเน้นถึงความโบราณ แต่ความโบราณในที่นี้ ไม่ได้เป็นความโบราณที่เชย เพราะตามสมัยนิยม เราก็ต้องปรับให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้นในบางเรื่อง แต่ยังคงนำความเป็นอดีตมาขายให้กับลูกค้าที่ต้องการจะเสพกับบรรยากาศแนวนี้
“ใครๆ มาที่นี่ก็จะบอกว่า มีความรู้สึกเหมือนย้อนอดีตได้ เพราะเป็นการรื้อฟื้นความทรงจำในอดีต ฐานลูกค้าจึงเป็นกลุ่มคนที่มีอายุหน่อยๆ แต่หากคิดจะขายความเป็นอดีตให้กับคนรุ่นต่อๆ ไป ก็ต้องคงสภาพไว้ แต่จะไม่เชย เพราะคนเจนต่อไปเข้ามาสัมผัสจะทำให้มีความอยากรู้ถึงวิถีชีวิตมากขึ้น” เขาเล่า
ถึงแม้จะมีการเตรียมความพร้อมในหลายๆ เรื่อง แต่ก็ยังคงมีปัญหาและอุปสรรคที่คิดว่าหลายๆ ผู้ประกอบการต่างเจอเหมือนๆ กันคือ ดิน ฟ้า อากาศ เรือนระเด่นไม่สามารถรับลูกค้าได้ทั้งปี ต้องเลือกรับลูกค้าเป็นฤดู อย่างเช่น ฤดูฝน น้อยมากที่จะรับลูกค้า โดยจะรับลูกค้าจริงๆ ช่วงปลายฝนไปจนกระทั่งฤดูหนาว
“บรรยากาศเรือนไทย หน้าฝน ถ้าคนรับได้ก็โอเค แต่ถ้าคนรับไม่ได้ อยากได้รับความสบาย มาอยู่เรือนไทยในฤดูฝน ค่อนข้างอยู่ยาก พี่เลยตัดช่วงฤดูฝนออกไป ก็จะไปเน้นเป็นทางร้านกาแฟมากกว่า” เขากล่าว
นอกจากเรื่องของสภาพอากาศแล้ว อีกปัญหาหนึ่งอาจจะเป็นปัญหาของลูกค้าเสียมากกว่า ด้วยที่เป็นเรือนไทย และอยากจะให้ผู้ที่มาพักได้สัมผัสกับบรรยากาศที่ธรรมชาติ เรื่องของเครื่องปรับอากาศ ที่โฮมสเตย์แห่งนี้ไม่ได้มีบริการ ดังนั้น ลูกค้าที่เข้ามาพักจะต้องมีความเข้าใจและยอมรับกับสิ่งนี้ได้
คุณเก่ง เล่าต่อว่า “ลูกค้าบางคนที่มา อยากเรียนดนตรี อยากเล่นดนตรี ก็สามารถทำได้ ตัวพี่เองก็รับสอนดนตรีไทยให้กับเด็กๆ ในชุมชนที่อยากจะเรียนด้วย”
ถือว่าเป็นการนำองค์ความรู้ที่เคยมีมาในวิชาชีพครู มาปรับให้สอดคล้องกับอาชีพใหม่ และเป็นการเพิ่มตัวเลือกและสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากโฮมสเตย์ที่อื่นๆ จนก่อให้เกิดเป็นความสนใจของแขกผู้มาเยือน
หากพูดถึงรายได้ คุณเก่ง ยืนยันว่า สามารถเลี้ยงดูทุกคนในครอบครัวได้และสร้างอาชีพให้กับพวกเขา อยู่ได้อย่างสบายๆ
“ตอนเป็นครู รายได้มันเยอะก็จริง แต่รายจ่ายมันก็เยอะ แต่พอเราออกมาอยู่ที่บ้าน รายรับเราน้อยลง แต่รายจ่ายเราก็น้อยลงไปด้วย ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าต่างๆ ที่ลดลงไป ซึ่งหักกลบลบหนี้แล้ว เราอยู่ได้ เรามีเวลากลับมาเพิ่มขึ้นเพื่อจะทำหลายๆ อย่างเพื่อเพิ่มรายได้ได้” เขากล่าว

ทำธุรกิจทุกวันนี้ ใช้รายจ่ายเป็นตัวกำหนด
เรื่องของต้นทุนและกำไร เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการควรใส่ใจ และหากลวิธีในการบริหารจัดการเพื่อความอยู่รอด ทุกธุรกิจมีปัญหาหมด ปัจจุบันนี้เราไม่ได้การันตีความอยู่รอดจากรายได้ เราต้องการันตีความอยู่รอดจากรายจ่าย ทุกคนถูกจำกัดในเรื่องของรายได้ ของต่างๆ วัตถุดิบแพงขึ้นทุกวัน ถ้าเราลดต้นทุนทุกอย่างได้ ประหยัดได้ และทำเองทุกอย่างได้ มันคือทางรอดของทุกธุรกิจ
คุณเก่ง ยังคงฝากถึงภาครัฐที่เป็นความหวังของประชาชนไว้ว่า
“อย่างเดียวเลย เรื่องของพลังงาน ดอกเบี้ย ทุกอย่างเป็นรายจ่ายที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าอะไรต่างๆ พวกนี้เป็นต้นทุนหลักของคนประกอบอาชีพหมดเลย ดอกเบี้ยธนาคาร เรามีการพักชำระหนี้เงินต้น แต่เราไม่เคยมีการพักชำระดอกเบี้ยเลย มันก็จะทบไปเรื่อยๆ และเป็นรายจ่ายที่ไม่จบสิ้น รัฐควรจะช่วยเรื่องนี้ ควรปรับโครงสร้าง ไม่เช่นนั้น ประชาชนจะไม่สามารถลืมตาอ้าปากกันได้เลย ธุรกิจจะรอด ดูที่รายจ่ายอย่างเดียว เพราะรายรับไม่ได้การันตีแล้วว่าจะอยู่รอด”
สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ แล้วอยากจะไปลองสัมผัสโฮมสเตย์เรือนไทยสไตล์ธรรมชาติ จิบกาแฟสบายๆ หรืออยากพูดคุยกับคุณเก่ง สามารถเข้าไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก เรือนระเด่น Raune Raden Homestay
