Featured การเงิน และการตลาด

เทรนด์ทำธุรกิจปี 2025 ใช้ “ความสุข” เป็นกลยุทธ์เจาะกลุ่มผู้บริโภค

เทรนด์ทำธุรกิจปี 2025 ใช้ ความสุข เป็นกลยุทธ์เจาะกลุ่มผู้บริโภค

ต้อนรับเข้าสู่ปี 2025 อย่างเป็นทางการ ปีที่หลายกูรูบอกว่าจะเผาจริง ขณะที่บางคนมองบวกว่าเป็นปีแห่งโอกาส ซึ่งก็ไม่รู้ว่า โอกาส “รุ่ง” หรือ โอกาส “ร่วง”

แม้ขวบปีที่ผ่านมาจะเป็นความยาก หรือถึงขั้นสาหัสสำหรับบางคน แต่ก็อยากอวยพรให้ทุกท่านก้าวข้ามผ่านไปได้ สู่ปีใหม่ด้วยพลังที่ฮึกเหิมกว่าเดิมนะครับ

ถ้าย้อนกลับไปดูผลสำรวจ ผลวิจัย ของสำนักต่างๆ ในช่วงต้นปี 2024 คนไทยยังมีอาการผิดหวังท้อแท้ โดยเฉพาะกับรัฐบาลค่อนข้างสูง แล้วก็ดูว่าช่วงปลายปีกระเตื้องขึ้นมา แม้ว่าไตรมาสสุดท้ายผลวิจัยของนีลเส็นไอคิว (ประเทศไทย) จะยังชี้ให้เห็นว่า 35% ของคนไทยยังรู้สึกว่าสภาพคล่องทางการเงินแย่ลง

ข่าวร้ายปลายปีกับการปิดตัวของธุรกิจ ที่สร้างฝันร้ายให้บางคนไม่ได้ฉลองเทศกาลแห่งความสุข กับของขวัญจากรัฐบาลที่ประกาศขึ้นค่าแรงแบบคุณหลอกดาว เพราะไม่ได้เป็นไปตามที่หาเสียงแต่ประการใด

ข่าวการควบรวมของค่ายรถยนต์นิสสันกับฮอนด้า ที่ได้ยินแล้วตีความได้มากมาย ว่านี่คือ กลยุทธ์รวมกันโต หรือแค่ป้องกันตาย แต่อย่างน้อยสิ่งที่น่าหยิบยกมาเป็นบทเรียนให้ขบคิดต่อก็คือ บางที “รวมกันแล้วตายหมู่ ดีกว่าแยกกันอยู่แล้วตายเดี่ยว”

ตลอดปี 2024 ข่าวคราวเปราะบางของหลายธุรกิจมีให้เห็นเนืองๆ บางทีการหันมามองเรื่อง “กลยุทธ์การรวมตัว” อาจเป็นหนึ่งในหนทาง “รอด” การรวมกัน หมายถึง การนำเอาความเชี่ยวชาญคนละด้าน มาช่วยกันสร้างความแข็งแกร่งซึ่งกันและกัน

ผลวิจัยหนึ่งที่น่าสนใจในช่วงก่อนสิ้นปีจากไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) เกี่ยวกับเทรนด์ผู้บริโภคในปี 2024 เรื่องของปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมของคน 5 อย่างที่สำคัญ คือ

1. การเปลี่ยนตามกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์ ที่ปกติก็เป็นอยู่แล้ว แต่ยิ่งเป็นมากขึ้น โดย 3 อันดับเรื่องฮอตปี 2024 คือ “โอลิมปิก 2024” ตามมาด้วย “หมูเด้ง” และอันดับสาม “น้องหมีเนย”

2. คลิปวิดีโอสั้นมาแรง โดยเฉพาะแนวฮีลใจทั้งหลาย ทั้ง Reels บน Instagram และ TikTok โดยคลิปแนวตลกสนุกสนาน เป็นที่ต้องการเสพ 37% เป็นคลิปสัตว์น่ารัก 10% คลิปเต้น ที่ได้รับความนิยม

3. แพลตฟอร์ม TikTok มาแรงแซงทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งแต่ก่อน Facebook ขึ้นแท่นอยู่ อยากปิดกั้นดีนัก เลยโดนแซงอย่างง่ายดาย การเติบโตของ TikTok ไม่เพียงดูเอาฮาเท่านั้น แต่การตลาดบนแพลตฟอร์มนี้เติบโตตามด้วย อย่างมีนัยสำคัญ

4. Influencer กลายเป็นตัวป้ายยาที่สำคัญสำหรับผู้บริโภค 80% มีการติดตามอินฟลูฯ ขณะที่ 30% ซื้อเพราะเชื่ออินฟลูฯ และอีก 29% บ้าจี้ซื้อเพราะเจอป้ายยาจากอินฟลูฯ มากสุดเป็นสินค้าเครื่องสำอางถึง 67.77% รองมาเป็นเสื้อผ้า 56.34%

5. อาชีพใหม่ที่มาแรง มีแนวโน้มขยายตัวเติบโต “รับจ้างต่อคิว” เพราะคนยุคใหม่ใจร้อน เบื่อเสียเวลา ไม่ชอบรอนาน

จากผลวิจัยต่างๆ เราจะหยิบมาใช้ประโยชน์อย่างไรดี สิ่งหนึ่งที่มักเห็น เวลาที่แนวโน้มของกระแสทำอะไร หลายคนชอบกระโดดเข้าใส่ แล้วพยายามเล่นกับกระแส ดีไหม มีทั้งดีและไม่ดีครับ

กระแสเหมือนการอาบน้ำฝน ฝนตกซู่ลงมา แล้วหยุดอย่างรวดเร็ว เล่นช้าตอนฝนกำลังจะหยุด เปียกไม่มากพอที่จะอาบจะฟอกสบู่ได้ทัน ไม่เหมือนลงอาบในแม่น้ำ มีน้ำตลอด ไหลช้าๆ แต่อาบได้เสร็จจนสดชื่น

ทุกวันนี้ หลายคนชอบเข้าใจผิดคิดว่า การทำการตลาด ต้องใช้แพลตฟอร์มยอดนิยม อย่างเช่นผลวิจัยบอก TikTok มาแรง ต้องทำ TikTok คลิปตลก คลิปเต้น คนชอบ ต้องใช้แนวนั้นทำการตลาด

ขอปรับความเข้าใจดังนี้ครับ แพลตฟอร์มออนไลน์ทั้งหลาย เป็นเพียงแค่ Media หรือ สื่อ เพื่อใช้ในการสื่อสารการตลาด บอกกล่าวเล่าแจ้งให้ลูกค้าเป้าหมายของเรารับรู้ รู้จัก เข้าใจ สนใจ ในธุรกิจของเรา การทำตามกระแสนิยม เหมือนการเล่นตามน้ำ ที่บ่อยครั้งเสียเงินฟรี

จุดเริ่มต้น ต้องเริ่มที่การตอบคำถามให้ชัดเจนก่อนว่า “ใครคือลูกค้าเป้าหมายของเรา” แล้วเขา “รับสื่ออะไรอยู่บ้าง” แนวไหนที่เขาชอบ บางทีถ้าคำตอบลูกค้าเป้าหมายของเราเป็นคนเบบี้บูมเมอร์ คนเจน X แบบนี้ TikTok อาจไม่ใช่คำตอบที่ดี แม้จะมีคนกลุ่มนี้เล่นอยู่บ้างก็ตาม แนวเต้นๆ ร้องๆ ก็อาจไม่ใช่คำตอบเช่นเดียวกัน

สื่อออฟไลน์ยังไม่ได้ล้มหายตายจาก และการทำการตลาดจริงๆ เรายังมีสิ่งที่ต้องคำนึงทั้งเรื่องของสินค้า เรื่องของราคา เรื่องของช่องทางในการขาย ที่ต้องมาสอดคล้องสัมพันธ์กับการสื่อสารการตลาด

ถ้าเราไม่อยากทำให้ธุรกิจของเราเป็นแค่การเล่นตามน้ำ ตามกระแส ตามคนอื่นๆ ก็คงต้องหาทางทำให้ล้ำกว่าอีกขั้น นั่นคือ การสร้าง “คุณค่า” บางอย่างที่เหนือกว่า เพื่อนำเสนอต่อลูกค้า

อย่างเช่น เมื่อตอนเริ่มยุคแข่งขันของธุรกิจขนส่ง ผู้เล่นที่เข้ามารายแรกๆ ค่ายหนึ่ง นำเสนอคุณค่าบางอย่าง ที่เหนือกว่า ล้ำกว่าผู้เล่นรายเดิมในตลาด นั่นคือ “การส่งเร็วชั่วข้ามคืน” ซึ่งตอบโจทย์ โดนใจคนที่อยากส่งของมาก แม้ต้องจ่ายแพงกว่า แต่ผู้บริโภคบอกว่าสมราคา

น่าเสียดายที่ปัจจุบัน ฝีมือตก รักษาคุณค่าไว้ไม่ได้ บางครั้งส่งช้ากว่าผู้เล่นรายเดิมด้วยซ้ำ ทำให้คู่แข่งอยู่เฉยๆ ยังแซงได้โดยไม่ต้องทำอะไร ราคาที่แพงกว่ากลายเป็นจุดอ่อนทันที

ย้อนกลับไปดูผลวิจัยต่างๆ ข้างต้น คงทำให้เราเห็นเป็นแนวทางได้ว่า ผู้คนต้องการ “ความสุข” เพราะต้นปีก็ผิดหวัง กลางปีก็ใช่ว่าจะดีขึ้น ปลายปียังมีเรื่องร้ายๆ เทรนด์ต่างๆ ชี้ว่า อะไรเป็นเรื่องความสุข การหนีจากโลกจริงไปได้ ผู้คนโหยหา ดังนั้น ธุรกิจในปี 2025 ถ้าจะให้เข้ากับผลวิจัยต่างๆ คงต้องหยิบเอาเรื่องของ “ความสุข” มาพิจารณา

ทำอย่างไร ที่ธุรกิจของเราจะนำเสนอคุณค่าให้ผู้บริโภคเห็นว่ามี “ความสุข” อยู่ในธุรกิจของเรา ตัวอย่างเช่น การจัดตกแต่งสถานที่รองรับลูกค้า ให้ดูดี แค่ดูแล้วก็มีความสุข เข้ามาสัมผัส มาใช้บริการ ยิ่งได้รับความสุข ทั้งจากพนักงานที่ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดคุยเป็นกันเอง มีความสุขจากความน่าเชื่อถือว่าบริการของเรา สินค้าของเรา ใช้แล้วจะไม่โดนหลอกเหมือนนโยบายหลายอย่างของรัฐบาล

ทุกจุดสัมผัส ที่ลูกค้าจะเข้ามาสัมผัสกับธุรกิจของเรา ต้องออกแบบให้รู้สึกได้ถึง “ความสุข”

คุณค่าไม่สามารถสัมผัสได้ด้วยกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย “ความรู้สึก” อาศัย “ใจ” มาสัมผัส

ปี 2025 จะเผาจริงเผาหลอก จะดี จะเลวร้าย แต่ชีวิตและธุรกิจ ยังต้องดำเนินต่อไป เราเลือกได้ว่าจะนำเสนอแค่สินค้า แค่บริการ ทำตามน้ำตามกระแสชาวบ้าน หรือมุ่งการสร้างคุณค่า นำเสนอคุณค่า ให้ลูกค้าประทับใจ

เลือกได้ครับว่าจะแค่เล่นตามน้ำ หรือทำให้ล้ำกว่าใครๆ

Related Posts

กล้อง - อาริยะ คําภิโล CEO & Founder แบรนด์โจนส์สลัด
“หาบเร่” ฟาสต์ฟู้ดหัวใจบ้านนา จากวัฒนธรรมทำบุญแลกกับข้าว คืนคุณค่าให้ผู้สูงวัยและชุมชนยั่งยืน
เที่ยวไทยง่ายขึ้น! ไทยเปิด QR Payment ให้นักท่องเที่ยวสแกนจ่ายได้เหมือนคนไทย รองรับ 9 สกุลเงิน
คู่รักออกจากงานมารับ “ซ่อมตุ๊กตา” แม้ค่าซ่อมถึงหลักพัน แต่ลูกค้า ยอมบินข้ามประเทศมาใช้บริการ