Featured Inspiration SMEs

ดวลเดือดหม้อสุกี้! หลัง ‘MK’ เปิดแบรนด์ใหม่ “BONUS SUKI” ได้วันเดียว ‘สุกี้ตี๋น้อย’ สู้กลับ ส่งโปรลด 50% เหลือ 117 บาท 2 วัน 10 สาขา 

ศึกตลาดสุกี้ในไทยมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ล่าสุด บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด ผู้นำตลาดสุกี้ในประเทศไทยที่ครองส่วนแบ่งกว่า 60% จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 23,000–25,000 ล้านบาท ได้มีการส่งแบรนด์น้องใหม่ ที่ชื่อว่า “BONUS SUKI (โบนัสสุกี้) ” เป็นบุฟเฟต์คุณภาพ สั่งได้ไม่อั้นกว่า 60 เมนู เปิดเที่ยงวันยันตีห้า ราคารวมเครื่องดื่มรีฟิล 39 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จะอยู่ที่ 276 บาท ซึ่งเท่ากับราคารวมปกติของ ‘สุกี้ตี๋น้อย’ และ ‘ลัคกี้ สุกี้’ 

โดยจะประเดิมสาขาแรกที่โรบินสันไลฟ์สไตล์สระบุรี วันที่ 16 กรกฎาคมนี้ หากกระแสตอบรับดีอาจมีแผนเปิดสาขาอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งดำเนินธุรกิจในชื่อบริษัท คุ้มคุ้ม จำกัด ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท 

ทางด้าน “สุกี้ตี๋น้อย” ไม่รอช้า ปล่อยหมัดเด็ด โปรลดราคา 50% จำนวน 10 สาขา เหลือเพียง 117 บาท Net รวมเครื่องดื่มรีฟิล เฉพาะช่วงเวลา 00.01-05.00 น. ของวันที่ 17-18 กรกฎาคม 2568 ส่วนแบรนด์ “ลัคกี้ สุกี้” ล่าสุดขอเสิร์ฟ เป็ดย่าง ฟรีไม่อั้นทุกสาขา ราคาบุฟเฟ่ต์อยู่ที่ 276 บาท Net 

ในขณะที่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ต่างมีงบ มีระบบหลังบ้าน มีทุนหมุนเวียนและเครือข่ายซัพพลายเชนที่แข็งแรง ทำให้สิ่งที่น่ากังวลในสงครามนี้ คือ ผู้ประกอบการรายเล็ก ที่มีสายป่านไม่ยาวพอ

เพราะหากตลาดบุฟเฟ่ต์ยังแข่งขันกันที่ “ราคา” อย่างต่อเนื่อง การอยู่รอดของร้านขนาดกลาง-เล็ก จะยากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากต้นทุนอาหารสดที่พุ่งไม่หยุด ค่าเช่า ค่าแรง ไปจนถึงราคาวัตถุดิบที่ปรับขึ้นอยู่ตลอด ยิ่งหากร้านที่ไม่ได้มีจุดขายเฉพาะ ไม่มีแฟนคลับที่เหนียวแน่น อาจจะต้องรับมือกับการลดราคาอย่างเหน็ดเหนื่อย

“อย่าเริ่มทำสงครามราคา เพราะถ้าทุกเจ้าแข่งกันลด ตลาดมันจะพัง” 

คำกล่าวจาก  ‘เฮียคณิน’ ในซีรีส์ สงครามส่งด่วน ที่ฟังแล้วสะท้อนถึงสถานการณ์ธุรกิจปัจจุบันได้อย่างถ่องแท้ เพราะหากแบรนด์ใหญ่สู้กันเองอาจจะไม่ได้กระทบมาก แต่ถ้าผู้ประกอบการรายเล็กเข้าไปร่วมวงโดยไม่มีแผนรับมือ สิ่งที่จะเกิดขึ้นนั่นคือ “ความเสียหายทั้งระบบ”

ทางรอดของผู้ประกอบการรายเล็ก

อย่างแรกควรหาจุดขายที่ชัดเจน เพื่อที่จะไม่ต้องแข่งกับราคา เช่น เมนูซิกเนเจอร์ หรือการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งการสร้างประสบการณ์ที่แบรนด์ใหญ่อาจจะทำไม่ได้

และควรที่จะสื่อสารกับลูกค้าแบบจริงใจ เพื่อที่จะมีฐานแฟนคลับที่กลับมาใช้บริการซ้ำ ซึ่งอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือการบริหารต้นทุนให้แม่นยำ ไม่ใช่แค่ลดแลกแจกแถม

โดย เชฟโอ้-ลำดวน ฉวยกระโทก อุปนายกสมาคมสมาพันธ์เชฟประเทศไทย กล่าวไว้ว่า 

“ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการวางแผนตลาดก่อนการผลิต เพราะการผลิตโดยไม่มีตลาดรองรับจะทำให้เกิดของเสียสูง และไม่สามารถแข่งขันในยุคสงครามราคาได้ ซึ่งปัจจุบันการตลาดนำการผลิต คุณต้องรู้ก่อนว่าคุณขายให้ใคร ตลาดคืออะไร ถ้าคุณมีตลาด ทำยังไงก็ขายได้หมด ถ้าไม่มีตลาด ทำมาแค่ 20 มันก็เหลือ”

Related Posts

คุณวีระอนงค์ กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Ba
LINE MAN เผยคนแห่ใช้ “ไทยช่วยไทย พลัส” สั่งดีลิเวอรีทะลุ 1.2 ล้านคน
วอล์กอินไปเสนอขายผลไม้ในเซเว่นฯ ส่งเงาะ มังคุด และลองกอง ขึ้นเชลฟ์ เดือนละ 120 ตัน