ใครจะคิดว่าจากผู้ประกอบการสู้ชีวิตที่เริ่มต้นธุรกิจส่งมะพร้าวน้ำหอมขายในเซเว่นฯ เพียงอย่างเดียว วันนี้จะก้าวสู่การเป็นตัวจริงด้านผลไม้สดครบวงจร ส่ง “เงาะมังคุด และลองกอง” ขายในเซเว่นฯ สูงถึง 120 ตันต่อเดือน
คุณกิตติศักดิ์ พิพัฒน์คณาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย เบสท์ โปรดักส์ โฮลดิ้ง จำกัด เล่าถึงการเดินทางกว่า 10 ปีในการทำธุรกิจว่า เขาต้องการกระจายผลไม้ที่มีความสดใหม่ไปถึงมือผู้บริโภค และตั้งใจอยากโฟกัสกับการพัฒนาคุณภาพสินค้า ประกอบกับเชื่อมั่นในศักยภาพการกระจายสินค้าของเซเว่นฯ จึงตัดสินใจเลือกปักหมุดไปที่เซเว่นฯ เพียงที่เดียว
โดยใช้วิธีติดต่อแบบ Walk-in เข้าไปนำเสนอสินค้ากับฝ่ายจัดซื้อโดยตรง เพราะเชื่อมั่นในจุดแข็งของตัวเองที่มีความพร้อมของซัพพลายวัตถุดิบ สามารถบริหารจัดการให้มีผลผลิตหมุนเวียนมาจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง
ย้อนกลับไปช่วงเริ่มต้นธุรกิจ คุณกิตติศักดิ์ทำตลาดส่งออกมะพร้าวน้ำหอมไปประเทศจีน ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ จนมีความเชี่ยวชาญและระบบเริ่มนิ่ง ทำให้เขามองเห็นโอกาสในประเทศ
“ตอนนั้นตลาดผลไม้สดพร้อมทานในร้านสะดวกซื้อยังไม่มีใครกล้าทำ โดยเฉพาะมะพร้าวน้ำหอม ที่บริหารจัดการยากมาก แต่ผมเลือกที่จะนำจุดแข็งคือ รับผลไม้สดตรงจากสวน มีปริมาณยอดสั่งซื้อ และกำลังการรับซื้อที่ค่อนข้างเยอะ
ทำให้เรามีศักยภาพในการบริหารจัดการ ตั้งแต่การควบคุมคุณภาพ คัดเกรดผลผลิต ไปจนถึงการจัดการต้นทุน เพื่อให้มั่นใจว่าผลไม้สดทุกแพ็กที่จะไปอยู่บนเชลฟ์มีมาตรฐานที่สม่ำเสมอ และดีที่สุดแก่ผู้บริโภค จนเกิดเป็นแบรนด์ COCO+ (โคโค่ พลัส) มะพร้าวน้ำหอมสด พร้อมทานที่เริ่มต้นขึ้นร่วมกับเซเว่นฯ”
เมื่อสินค้าของเขาประสบความสำเร็จ ก็ตั้งใจนำองค์ความรู้และประสบการณ์ของทีมเซเว่นฯ ตั้งแต่การคัดเกรดผลผลิต การรักษาความสด การบริหารจัดการขนส่ง ไปจนถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ผลักดันให้ผู้ประกอบการและเครือข่ายเกษตรกรร่วมกันยกระดับมาตรฐานผลผลิตให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดมากขึ้น
โดยเลือกที่จะใส่เพียงโลโก้บริษัทฯ คือ ไทย เบสท์ โปรดักส์ ลงไป เพราะอยากให้ผู้บริโภครู้สึก และสัมผัสได้ถึงความเป็นผลไม้สดที่คัดสรรมาจากสวนของกลุ่มเกษตรกรไทยจริงๆ

ความสำเร็จนี้สร้างโอกาสและสร้างรายได้มั่นคงให้กลุ่มเกษตรกรเครือข่ายรวมกว่า 300 ราย อาทิ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมังคุดแปลงใหญ่คิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี, กลุ่มบ้านเงาะ (เขาสมิง) จังหวัดตราด,กลุ่มแปลงใหญ่ลองกองจันท์ จังหวัดจันทบุรี และกลุ่มลำไยภาคเหนือ
ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกอย่างเข้มงวดตั้งแต่หน้าสวน เพื่อตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง และควบคุมคุณภาพผลผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP (Good Agricultural Practices)
ปัจจุบันบริษัทฯ มีโรงคัดบรรจุ แพ็ก และการกระจายสินค้าที่ได้มาตรฐานทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ จังหวัดปทุมธานี, ลำพูน, ราชบุรี และจันทบุรี ซึ่งผ่านการอบรมอย่างเข้มงวดจากทีม QA ของเซเว่นฯ ที่เข้ามาแชร์องค์ความรู้ในการถนอมคุณค่าความสดใหม่
โดยเขาตั้งใจให้พื้นที่บนเชลฟ์ของเซเว่นฯ เป็นมากกว่าการซื้อมาขายไป แต่คือพื้นที่ส่งต่อคุณค่าของผลไม้ไทยจากหัวใจเกษตรกร
ทำให้พอร์ตโฟลิโอผลไม้สดของบริษัทฯ มีการคัดสรรผลผลิตหมุนเวียนเข้ามาสร้างความสดชื่นอย่างหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่ เงาะ, มังคุด, พุทรานมสด, เคพกูสเบอร์รี่, มะพร้าวน้ำหอม, มะยงชิด และลำไย

คัดเกรดมังคุดคุณภาพตั้งแต่หน้าสวน
ด้าน คุณพิพัฒน์ เต็งเศรษฐ์ เจ้าของสวนเทพอวยชัย จังหวัดจันทบุรี และหนึ่งในกำลังสำคัญของวิสาหกิจชุมชนมังคุดแปลงใหญ่คิชฌกูฏ (KMK) เล่าว่า ทำงานร่วมกับ ไทย เบสท์ โปรดักส์มานานกว่า 5 ปี ในการส่งมังคุดกระจายสู่ร้านเซเว่นฯ
“เรามีพื้นที่สวนกว่า 100 ไร่ สำหรับการปลูกผลไม้ตามฤดูกาลหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น เงาะ มังคุด ทุเรียน และลองกอง มุ่งพัฒนาผลผลิตให้ได้มาตรฐาน GAP
ความใส่ใจของเราจึงเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก เก็บเกี่ยว โดยเฉพาะมังคุด เราจะใส่ใจเป็นพิเศษ ลูกไหนที่ร่วงตกพื้นเราจะไม่เก็บเพื่อป้องกันเนื้อภายในเสียหาย ส่วนผลผลิตที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะถูกนำไปทำปุ๋ยหมุนเวียนในสวนทันที โดยจะเลือกคัดเฉพาะผลไม้เกรดดีตามไซส์ออกมาจากสวนเท่านั้น
ขณะเดียวกันเมื่อสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมังคุดแปลงใหญ่คิชฌกูฏ (KMK) นำผลผลิตมาส่ง ก็ต้องผ่านกระบวนการคัดกรอง เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจว่าได้เกรดตรงตามจริง
ดังนั้น มังคุดทุกลูกที่จะส่งต่อไปยัง ไทย เบสท์ โปรดักส์ และขึ้นสู่บนเชลฟ์ของเซเว่นฯ จะยังคงความสด และสมบูรณ์พร้อมทานมากที่สุด”
นอกจากนี้ เกษตรกรยุคใหม่ยังจำเป็นต้องขับเคลื่อนสวนด้วยองค์ความรู้ ทั้งการจัดการดินเพื่อลดต้นทุนอย่างรักษ์โลก การนำเทคโนโลยี Smart Farm เข้ามาทุ่นแรง รวมถึงการใช้นวัตกรรมปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้า ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการส่งต่ออาชีพเกษตรกรไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคง
ผลไม้สดพร้อมทานที่วางบนเชลฟ์ของเซเว่นฯ ที่เราเห็นกัน จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการกระจายสินค้าทั่วไป แต่คือปลายทางความพิถีพิถันของผลผลิตทุกลูกจากผู้ประกอบการ เกษตรกรผู้ปลูกผลผลิต และเซเว่นฯ
