Exclusive Featured SMEs

เดิมพันด้วยเงินกู้ก้อนสุดท้าย! คุยกับเจ้าของ “หมึกมันไก่” ที่พลิกหนี้สู่เงินล้าน ด้วย “ตับทอง” สูตรลับจากรุ่นพี่

“ตับไก่ตอนจะมีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่ง คือจะมีสีเหลือง แต่ถ้าคนไม่ได้ไล่เลือด แล้วต้มเลย จะเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล ส่วนร้านพี่จะมาใช้วิธีการไล่เลือดออก แล้วต้มในอุณหภูมิที่ให้ตับสุกไปช้าๆ พอไล่เลือดหมด ตับจะไม่แข็ง และตับจะเป็นสีทองเหลืองอร่าม” 

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินไวรัล “ตับทอง” กันมาบ้าง และคงตั้งข้อสงสัยตามๆ กันว่า ตับไก่สีทอง คืออะไร และเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร บ้างก็ว่า ไก่ป่วยหรือเปล่า เป็นตับที่ไม่ดีหรือเปล่า

คุณหมึก-ฐิตาภัสร์ วีระปฐมศักดิ์ อายุ 46 ปี เจ้าของร้าน หมึกมันไก่ ได้ให้สัมภาษณ์กับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ถึงประเด็นดังกล่าว และพูดในอีกหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของมุมมองของธุรกิจอาหาร หรือแม้กระทั่งกรรมวิธีการทำให้ตับไก่เป็นสีทอง 

เธอเล่าว่า ก่อนหน้านั้นเคยเปิดโรงรับจำนำ แต่ต้องเลิกกิจการไป ชีวิตพลิกผันมาเปิดร้านอาหาร “กะเพราล้มยักษ์ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ” อยู่ที่เพชรบุรี ซอย 5 เปิดได้ประมาณ 5-6 ปี ก็มาเจอกับโรคระบาดอย่าง โควิด-19 

แต่ก็ยังคงสู้ชีวิตต่อไป เพราะทั้งร้านไม่ได้มีเพียงเธอคนเดียว ยังมีลูกน้องอีกหลายชีวิตที่ต้องดูแล ก็สู้อยู่กับโควิด-19 ประมาณ 3 ปีกว่า ไม่คิดว่าจะยาวนาน มีเท่าไหร่ก็ต้องลงหน้าตักจนหมด จากมีเงินก็เริ่มเป็นหนี้ 

จากนั้นจึงตัดสินใจหยิบเงินก้อนสุดท้าย ที่เธอบอกว่าเป็นเงินที่กู้มาด้วย เปิดร้านข้าวมันไก่ โดยถามความเชื่อใจของคนในครอบครัวว่า “เชื่อใจหมึกไหม” ทุกคนในครอบครัวก็เชื่อใจ และบอกกับลูกน้องว่า หากไปได้ดีก็อยู่กันต่อ แต่หากล้มไม่เป็นท่า ก็จำต้องแยกย้ายกัน

ความคิดแรกที่อยากจะเปิดร้านข้าวมันไก่ เป็นเพียงอีกหนึ่งธุรกิจที่จะเป็นรายได้เสริม คิดแค่ว่า จะได้สักวันละ 3,000-4,000 บาท กำไรเดือนละ 50,000-60,000 บาท เท่านี้ก็น่าจะอยู่รอด แต่วันแรกที่เปิดขาย กลับมีรายได้อยู่ที่ 8,000 บาท ซึ่งเกินจากที่เธอคาดหวังเอาไว้มาก

“หลังจากเปิดขายได้อาทิตย์แรก คนมีชื่อเสียงเข้ามากิน เลยรีวิวให้ จึงเกิดกระแส และได้รางวัลเปิบพิสดาร หลังจากเปิดมา 2 สัปดาห์ และได้รางวัล เชลล์ชวนชิม ประมาณ 2 เดือนแรกที่เปิด” เธอเล่า

ระหว่างที่เปิดร้านข้าวมันไก่ ร้านอาหารก็ยังคงเปิดกิจการอยู่ แต่ดูท่าแล้ว คิดว่าน่าจะไปไม่รอด เลยเลิกกิจการร้านอาหารไป และย้ายร้านข้าวมันไก่ที่ขายอยู่กับร้านชานมเล็กๆ มาเปิดที่เพชรบุรี ซอย 5 ซึ่งลูกค้าก็ยังคงตามมาอุดหนุนกันไม่ขาดสาย

“ตับทองคำ” ที่มาของไวรัลและข้อสงสัย

จริงๆ แล้ว เคยฝึกทำข้าวมันไก่มานานมาก และไม่เคยคิดว่าร้านจะมีชื่อเสียง แต่มันกลับเกิดกระแสที่ลูกค้ามายืนรอ เข้าคิวจนเป็นไวรัล แต่เธอคิดว่า ทุกๆ อย่าง เธอตั้งใจทำอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวมันสีทอง ที่คิดว่าเป็นร้านแรกที่ทำ เพราะตั้งใจว่า ถ้าเราเปิดร้านข้าวมันไก่ จะทำข้าวสีเดียวกับเจ้าอื่นๆ ก็กลัวว่าลูกค้าจะจำร้านเราไม่ได้ จึงอยากให้ ข้าวมันสีทอง เป็นภาพจำ ประกอบกับในตอนนั้น ข้าวมันไก่สิงคโปร์ยังไม่มีใครทำหรือแมสเท่าไหร่นัก 

ในส่วนของ ตับไก่สีทอง ที่เป็นประเด็น เธอเล่าให้ฟังว่า ในช่วงแรกจะใช้เป็นตับไก่ตอนธรรมดาก่อน แต่มีความรู้สึกว่า อยากได้ตับที่มีความมัน ครีมมี่ๆ เพราะมีเพื่อนที่เป็นคนทำร้านอาหารเยอะ แล้วจะมีรุ่นพี่เปิดร้านอาหารทะเล คนคนนี้เขาจะทำตับปลาได้อร่อยมากๆ เรียกว่าจากตับปลาที่คาวมากๆ เขาสามารถทำให้ตับนั้นไม่คาวและอร่อยมากๆ พอเธอได้คลุกคลีอยู่กับเขาจึงได้เรียนรู้ วิธีไล่เลือดตับให้ไม่คาว สอยตับ สอยเลือด ตับนุ่ม ครีมมี่ จากวิธีการทำตับปลาในวันนั้น นำมาใช้กับตับไก่ในวันนี้

ซึ่งวิธีการทำตับสีทอง เธอได้ถ่ายทอดออกมาว่า 

“ตับไก่ตอนจะมีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่ง คือจะมีสีเหลือง แต่ถ้าคนไม่ได้ไล่เลือด แล้วต้มเลย จะเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล ส่วนร้านพี่จะมาใช้วิธีการไล่เลือดออก แล้วต้มในอุณหภูมิที่ให้ตับสุกไปช้าๆ พอไล่เลือดหมด ตับจะไม่แข็ง และตับจะเป็นสีทองเหลืองอร่าม” 

ซึ่งคลิป “ตับทอง” ที่เป็นคลิปแรก และเป็นคลิปที่เป็นกระแสไวรัล คนแชร์กันไปมากมาย คือคลิปของ คุณกันย์ เจ้าของเพจ พรุ่งนี้ค่อยลด by กันย์ สามารถดูคลิปเต็มได้ที่ คลิก 

พร้อมเป็นคนที่ตั้งชื่อเมนูตับทองนี้ให้กับคุณหมึกอีกด้วย แต่ด้วยหลายๆ องค์ประกอบรวมกัน ไม่ว่าจะเป็น ไก่ที่เป็นเจลาติน ตับทอง ข้าวมันสีทอง จึงทำให้คนอยากที่จะมาลองกินกันมากขึ้น และได้ขนานนามว่า ตับร้านหมึกมันไก่ คือที่หนึ่ง  

แต่จะพูดถึงมุมบวกอย่างเดียวอาจจะไม่ได้ เพราะในขณะที่ตับทองเป็นไวรัล ก็จะมีบางคอมเมนต์ที่เป็นไปในทางลบๆ ที่บอกว่า ที่ตับไก่มีสีนี้ มันอาจจะเป็นเพราะว่า ไก่เป็นโรคหรือเปล่า หรือไก่เป็นไขมันพอกตับ หรือเอาตับไปแช่ขมิ้นให้มีสีทอง แต่สุดท้ายได้มีการให้นำตับไปวิจัยเพื่อความสบายใจ และผลสรุปว่า ไก่ไม่ได้เป็นโรค ตับเป็นปกติสามารถกินได้

มุมมองธุรกิจ วิธีการรับมือกับกระแสที่ มาไวไปไว

เป็นปกติที่ร้านอาหารเมื่อมีคนมารีวิว จะได้รับกระแสที่มากันอย่างล้นหลาม แต่วิธีการรับมือกับกระแสที่ไปไวมาไวนี้ ให้ร้านเรายังคงยืนอยู่ได้อย่างยั่งยืน แม้กระแสจะหายไปแล้วก็ตาม คุณหมึก ได้บอกกับเราว่า 

จริงๆ แล้ว ร้านอาหารจะยั่งยืนกับกระแสเหล่านี้ได้ จะต้องมีดังนี้

1. ควบคุมคุณภาพอาหารของตัวเองให้ดี

2. พัฒนา อย่าอยู่กับที่ ถ้าอยู่กับที่คือถอยหลัง 

3. ซื่อสัตย์กับลูกค้า ตรงไปตรงมา 

สิ่งที่ท้าทายในการทำธุรกิจร้านอาหาร ที่นอกจากเรื่องของการคำนวณต้นทุนวัตถุดิบแล้ว การรักษาฐานลูกค้าเก่าให้ได้ และหาลูกค้าใหม่ให้ได้ เป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องทำให้ได้

และอีกหนึ่งความท้าทายของหมึกมันไก่อีกข้อคือ ไม่ว่าจะไปเปิดสาขาที่ไหน ต้องทำให้ลูกค้ามาต่อคิวได้อยู่ ถ้าลูกค้าอยากทานข้าวมันไก่สไตล์สิงคโปร์ ก็อยากให้ลูกค้านึกถึงร้านหมึกมันไก่ให้ได้

ปัจจุบันนี้ ร้านหมึกมันไก่ เปิดบริการมาประมาณ 1 ปี 4 เดือน มี 3 สาขาคือ สาขาเพชรบุรี ซอย 5 สาขาตลาดสดธนบุรี และสาขาสุพรรณบุรี 

เธอยังคงตั้งเป้าการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป และมีรายได้ถึง 7 หลักต่อเดือน ซึ่งเกินจากที่คาดคิดไปมาก จนสามารถใช้หนี้ใช้สิน และกลับมายืนได้อย่างแข็งแรงอีกครั้ง เธอได้บอกว่า ชีวิตเหมือนตายแล้วเกิดใหม่เพราะข้าวมันไก่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หมึกมันไก่ ข้าวมันไก่สไตล์สิงคโปร์

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 19 ส.ค. 2568

Related Posts

“หาบเร่” ฟาสต์ฟู้ดหัวใจบ้านนา จากวัฒนธรรมทำบุญแลกกับข้าว คืนคุณค่าให้ผู้สูงวัยและชุมชนยั่งยืน
เที่ยวไทยง่ายขึ้น! ไทยเปิด QR Payment ให้นักท่องเที่ยวสแกนจ่ายได้เหมือนคนไทย รองรับ 9 สกุลเงิน
คู่รักออกจากงานมารับ “ซ่อมตุ๊กตา” แม้ค่าซ่อมถึงหลักพัน แต่ลูกค้า ยอมบินข้ามประเทศมาใช้บริการ
วิทยาลัยดุสิตธานี เปิดหลักสูตรใหม่ “เทคโนโลยีอาหารและการประกอบอาหารสร้างสรรค์” สายงานที่ตลาดต้องการกว่า 4 หมื่นคน