Exclusive Featured SMEs

จากผู้ป่วย SLE สู่เจ้าของสวนเลมอน รายได้ 8 หลัก “พสุธารา” พลิกวิกฤตเลมอนล้นสวน ด้วยกลยุทธ์ “Zero Waste” สู่ผลิตภัณฑ์ขึ้นห้างหรู ปั้นเลมอนสู่ธุรกิจโกอินเตอร์

ในวันที่ชีวิตเหมือนไร้หนทาง หลายคนอาจจะยอมแพ้ แต่สำหรับ คุณดรุณี วัฒน์นครบัญชา หรือ “คุณอ้อย” เจ้าของสวนพสุธารา เธอเลือกที่จะลุกขึ้นสู้และใช้ธรรมชาติเป็นยาเพื่อเยียวยาตัวเอง จากผู้ป่วยที่ต้องทนทุกข์กับโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) เธอพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส สร้างอาณาจักรธุรกิจเลมอน ณ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย

จุดเริ่มต้นจากความเจ็บป่วย สู่การค้นพบ “พสุธารา”

เมื่อ 20 ปีก่อน คุณอ้อยต้องเผชิญหน้ากับโรค SLE ที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ เธอเลือกที่จะไม่ใช้สเตียรอยด์ แต่หันมาศึกษาศาสตร์การแพทย์ทางเลือกที่เน้นการใช้ชีวิตและอาหารที่ “สด” และ “บริสุทธิ์” จากธรรมชาติ ทำให้เธอได้ค้นพบว่า แม้ในประเทศไทยจะหามะนาวหรือผักสดจากต้นได้ง่าย แต่สิ่งที่หาได้ยากกลับเป็น “เลมอน” ที่ปราศจากการเคลือบแวกซ์และสารเคมี เพราะเลมอนที่นำเข้าจะต้องผ่านการเดินทางหลายวัน นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอตัดสินใจปลูกเลมอนด้วยตัวเอง

ในปี พ.ศ. 2558 คุณอ้อยเริ่มต้นปลูกเลมอนเพียง 1-2 ต้นในสวนเล็กๆ ของเธอโดยไม่ได้หวังผลผลิต แต่เพื่อต้องการเลมอนที่สดใหม่และปลอดภัยสำหรับตัวเองและครอบครัวเท่านั้น เธอค่อยๆ ศึกษา ทดลองปลูกและเรียนรู้ไปพร้อมกัน จนค้นพบความลับของการปลูกเลมอนให้ได้ผลดีคือ การปรุงดินให้เหมาะสม มีการระบายน้ำดี ได้รับแสงแดดที่เพียงพอ และใช้ปุ๋ยหมักจากธรรมชาติ 

คุณอ้อย เล่าว่า เลมอนเป็นพืชที่ปลูกง่ายและให้ผลผลิตตลอดทั้งปี ไม่มีช่วงพักเหมือนผลไม้ชนิดอื่น ยิ่งต้นใหญ่ก็ยิ่งให้ผลดก ทำให้ปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 1,000 ต้นแรกที่ปลูก จนถึงปัจจุบัน พสุธารามีต้นเลมอนกว่า 5,000 ต้น และยังรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในเครือข่ายอีกกว่า 5,000 ต้น

ภาพจากเพจ Pasutara พสุธารา

พลิกวิกฤตเลมอนล้นสวน สู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ในช่วงแรกที่ปลูกเลมอน ผลผลิตมีมากมายแต่กลับไม่มีใครสนใจ เนื่องจากคนไทยไม่คุ้นเคยกับเลมอนที่ปลูกในประเทศซึ่งมีตำหนิจากการไม่ได้ใช้ยาฆ่าแมลง จนผลผลิตที่ได้ต้องนำไปทิ้งเป็นตันๆ เหตุการณ์นี้ทำให้คุณอ้อยฉุกคิดว่า เลมอนที่เหลือทิ้งนี้สามารถนำไปสร้างมูลค่าได้อย่างไรบ้าง?

เธอจึงตัดสินใจนำเลมอนมาแปรรูปเป็นสินค้าชิ้นแรก นั่นคือ “เลมอนสไลซ์อบแห้ง” ที่เน้นความธรรมชาติและปลอดภัย ผลิตภัณฑ์นี้กลายเป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนๆ ที่ได้ลองชิม และได้รับคำแนะนำให้ลองนำไปวางขายในห้างสรรพสินค้า ซึ่งปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของพสุธาราได้วางขายที่สยามพารากอน คิง เพาเวอร์ และกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ

ภาพจากเพจ Pasutara พสุธารา

นอกจากเลมอนสไลซ์แล้ว คุณอ้อยยังต่อยอดธุรกิจด้วยการแปรรูปเลมอนในแบบ “Zero Waste” หรือการใช้ประโยชน์จากเลมอนให้ได้มากที่สุด ตั้งแต่น้ำมันหอมระเหยจากเปลือกที่ใช้ในอุตสาหกรรมความงามและเครื่องสำอาง น้ำเลมอนสำหรับทำเครื่องดื่ม ไปจนถึงเปลือกที่เหลือจากการคั้นน้ำก็นำไปทำเป็นน้ำยาล้างจาน ธุรกิจของคุณอ้อยไม่ได้หยุดอยู่แค่เลมอน แต่ยังขยายไปถึงการนำผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ ที่เหลือใช้จากชาวบ้านในท้องถิ่นมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าอีกด้วย

“การแปรรูปเอง ทำให้เรามีมูลค่าที่มากกว่า คิดว่าตลาดในอนาคตเป็นตลาดที่เติบโตได้โดยเฉพาะคนที่เลือกปลูกแบบเกษตรที่ปลอดภัยที่สุด แล้วก็มีความคิดว่าแบรนดิ้งเป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้เราจะมีราคาได้มากกว่าการต้องไปพึ่งใครชั่งกิโล การที่มีแบรนดิ้งที่ชัดเจน จะทำให้คนเชื่อถือได้ในที่มาที่ไปของแบรนด์” เธอกล่าว

ธรรมชาติคือรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ถึงแม้ว่าธุรกิจจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด รายได้เติบโตขึ้นทุกปี โดยเฉพาะหลังโควิด-19 เทียบรายได้ครึ่งปี 67 ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา กับ 6 เดือนของปี 2568 ณ วันนี้รายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 50% ปีนี้ตั้งเป้าการเติบโตอยู่ที่ 60% หากสรุปเป็นจำนวนเงิน ก็อยู่ราวๆ 60-80 ล้านบาท

แต่รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของคุณอ้อยไม่ใช่ตัวเลขทางธุรกิจ แต่คือการที่เธอได้ใช้ชีวิตอย่างบริสุทธิ์และแข็งแรงขึ้น จากผู้ป่วยที่ไม่สามารถตากแดดได้ ปัจจุบันเธอกลับสามารถใช้ชีวิตท่ามกลางแสงแดดและธรรมชาติในสวนของเธอได้อย่างมีความสุข

คุณอ้อย เชื่อว่า “ธรรมชาติ คืนชีวิตได้จริงๆ” เธอจึงไม่ได้สร้างแค่ธุรกิจ แต่สร้างบ้านที่เป็นทั้งโรงพยาบาลและแหล่งอาหารที่ปลอดภัยสำหรับครอบครัวและผู้คน เธอเปรียบลูกค้าเหมือนเพื่อนที่แวะมาเยี่ยมบ้านและอยากให้ทุกคนได้สัมผัสกับความบริสุทธิ์จากธรรมชาติอย่างแท้จริง 

การเริ่มต้นจากความไม่รู้และความลำบากทำให้วันนี้คุณอ้อยได้เรียนรู้และเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และนำพาพสุธารากลายเป็นตัวอย่างของธุรกิจการเกษตรที่ยั่งยืนและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในวงกว้างได้อย่างแท้จริง

ภาพจากเพจ Pasutara พสุธารา

ความสำเร็จระดับโลก ที่เริ่มต้นจากสวนเล็กๆ

ความมุ่งมั่นและความคิดสร้างสรรค์ของคุณอ้อย ทำให้พสุธาราไม่เพียงเป็นที่รู้จักในประเทศไทย แต่ยังก้าวไกลไปสู่เวทีระดับโลก เมื่อเร็วๆ นี้ คุณอ้อยได้รับเลือกจากกระทรวงพาณิชย์ ให้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมงาน World Expo 2025 ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นงานระดับนานาชาติที่จัดขึ้นทุก 5 ปี

ภาพจากเพจ Pasutara พสุธารา

แม้ในงานจะไม่ได้เน้นการขายสินค้า แต่เป็นการนำสินค้าไปแสดงและให้ผู้เข้าชมจากทั่วโลกได้ทดลอง คุณอ้อยได้ใช้โอกาสนี้ในการทำวิจัยและสำรวจความชอบของชาวต่างชาติ ซึ่งผลตอบรับที่ได้นั้นยอดเยี่ยมเกินคาด ลูกค้าจากหลายประเทศแสดงความสนใจและอยากซื้อผลิตภัณฑ์ของพสุธารา ทำให้ขณะนี้ผลิตภัณฑ์ของคุณอ้อยอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ โดยมีสินค้ามากกว่า 10 SKU แต่จะเลือกไปสัก 3-4 SKU เพื่อที่จะส่งออก ให้เหมาะสมในแต่ละประเทศ ทั้งญี่ปุ่น จีน และสิงคโปร์ รวมถึงตะวันออกกลางด้วย

คุณอ้อย กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า 

“รู้สึกว่าได้รางวัลชีวิต และรู้สึกขอบคุณการเจ็บป่วยในวันนั้นที่ทำให้ได้ค้นพบเส้นทางนี้ เพราะถ้าไม่ได้ป่วย อาจจะเป็นแค่เกษตรกรธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่ความเจ็บป่วยได้ผลักดันให้สร้างทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่สร้างอาหาร สร้างโรงพยาบาลส่วนตัว และสร้างชีวิตที่สมบูรณ์แบบบนความบริสุทธิ์ของธรรมชาติอย่างแท้จริง”

ช่องทางการติดต่อ พสุธารา

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 21 สิงหาคม 2025

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน