ดร.ยศพิชา คชาชีวะ ในฐานะกูรูวงการอาหาร เผยถึง “ตัวอย่างไม่น่าทำตาม” เกี่ยวกับการลงทุนทำร้านอาหารในยุคปัจจุบัน กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไว้น่าสนใจว่า
“ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง เขาจะทำเมนูอาหาร ลงทุนจ้างช่างภาพมืออาชีพมาถ่ายรูปอาหารหมดไป 50,000 บาท แต่ลืมคิดไปว่าร้านตัวเองไม่ได้ใหญ่และทุนหนาอย่างนั้น ถึงเสร็จแล้วรูปที่ได้ก็สวยอยู่สมราคา แต่เอาไปใช้แค่ในเฟซบุ๊ก ส่วนเมนูออนไลน์ ทำไม่เสร็จสักที จนร้านเปิดไป 3-4 เดือนแล้ว เมนูเล่มยังไม่ได้ทำ ทำแค่กระดาษพรินต์ตัวอักษรในปกหนัง
“งบประมาณถ่ายรูปนั้นจึงค่อนข้างสูญเปล่า ทั้งที่ยังมีวิธีที่จะหาเจ้าที่ถูกกว่า หรือไหว้วานเพื่อนฝูงให้ช่วยทำให้ หรือถ่ายเองซะเลย กล้องมือถือเดี๋ยวนี้คุณภาพล้นเครื่อง ไปสั่งซื้อตู้ไฟถ่ายภาพมาใช้ได้ภาพอาหารใสปิ๊งแล้ว ลงทุนแค่ไม่กี่พัน” กูรูวงการอาหาร กล่าว
ก่อนเผยถึง เรื่อสำคัญในการทำร้านอาหาร นั่นคือ “การวางแผนธุรกิจ”
“ก่อนเปิดร้านต้องลงทุนอะไรบ้าง มีตั้งแต่ ค่าเช่า ค่าทดลองอาหาร พนักงานทดลองทำงาน ค่าถ่ายรูป อุปกรณ์ จานชาม โต๊ะ เก้าอี้ ค่าพาหนะ ฯลฯ เหล่านี้จดลงบัญชีไว้อย่างละเอียด ซื้ออะไรมาเท่าไหร่ วันที่เท่าไหร่ เป็นเงินเท่าไหร่ อย่าให้เกินงบลงทุนที่ตั้งเอาไว้ เมื่อเปิดร้านแล้ว จะมีรายจ่ายอะไรเป็นรายจ่ายประจำบ้าง เช่น ค่าเช่า ดอกเบี้ย เงินเดือนพนักงาน”
“และรายจ่ายที่ผันแปรตามการขาย ต้องประเมินไว้ล่วงหน้า เป็นค่าวัตถุดิบ น้ำ ไฟ แก๊ส ควรจะขายได้เท่าไหร่ รายจ่ายนี้ควรเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย ส่วนใหญ่กำหนดรายจ่ายวัตถุดิบกันไว้ที่ 30-35 เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย รายจ่ายประจำกับค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส อีกประมาณ 30-35 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลืออีก 30 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นกำไร” ดร.ยศพิชา กล่าว
และย้ำว่า ที่ต้องประเมินหนักๆ คือ รายรับจากการขาย ประเมินต่ำไปหมดกำลังใจ ประเมินสูงไป กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ รายได้ต่อเดือนเท่านี้ รายจ่ายต่อเดือนเท่านี้ 3 เดือนคืนทุน กำไรแหงมๆ ผลปรากฏ 3 ปี ยังไม่คืนทุน และควักเงินทุนส่วนตัวออกไปอีก
ฉะนั้น แผนธุรกิจ จึงใช้การ “นั่งเทียน” อย่างเดียวไม่ได้ และห้ามคิดเข้าข้างตัวเอง ต้องไปสังเกตคู่แข่ง ร้านข้างๆ ร้านในละแวกนั้นเขาขายเป็นยังไงกัน ลองมองกรณีที่แย่ที่สุดไว้ด้วย จะอยู่ไปได้นานสักแค่ไหน และต้องดิ้นอย่างไรให้ได้กำไร เพราะเมื่อรายจ่ายสูงกว่ารายรับ ร้านอาหารก็เจ๊งอย่างเดียว
“การควบคุมรายจ่ายไม่ให้สูงเกินที่ควรเป็น จึงต้องทำอย่างรัดกุม ประหยัดตั้งแต่ต้น จดบัญชีรับจ่ายทำให้เป็นนิสัย และเป็นระบบ อะไรที่ยังไม่ควรลงทุนอย่าเพิ่งทำ อะไรที่ดูเวอร์ไปลดสเกลลงบ้าง ร้านอาหารที่ประหยัด ควบคุมต้นทุนได้ไม่ให้เกินตามเกณฑ์ ช่วยให้ร้านมีโอกาสเจ๊งน้อยลง แต่ก็ยังอาจจะเจ๊งเพราะปัจจัยอื่นๆ ได้อยู่ดี แต่ถ้าอยาก เจ๊ง เร็วๆ จงเวอร์วังอลังการเข้าไว้ครับ” ดร.ยศพิชา สรุป
