Exclusive Featured SMEs

“มากินจิราเมน” ราคาน่ารัก ชูจุดขาย “ถูกปากคนไทย” ทานได้ทุกวัน

ย้อนกลับไปเมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว อำเภอบางบ่อ สมุทรปราการ อาจยังดูเหมือนย่านชายขอบปริมณฑล ไม่มีห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าขนาดใหญ่ อาหารการกินเน้นเป็นร้านในท้องถิ่น เมนูบางอย่างจึงอาจหารับประทานยากอยู่สักหน่อย ดังเช่นอาหารเส้นสัญชาติญี่ปุ่นอย่างราเมน

คุณพีซ-ธนริศย์ กิตติ์เกษมวัฒน์ กับคู่ชีวิต คุณรินทร์ลิตา ที่มีความนิยมชมชอบราเมนอยู่แล้ว จึงอาศัยความชอบบวกกับไลฟ์สไตล์ส่วนตัวมาเปิดร้าน “มากินจิราเมน” ซึ่งนับว่าเป็นร้านราเมนร้านแรกๆ ของย่านบางบ่อ ด้วยความเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับผู้คนที่อาศัยในย่านนั้น ณ เวลานั้น ทำให้ขายดีจนปัจจุบันได้ขยายสาขาไปยังอำเภอพนัสนิคมและอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ด้วย

“ผมเป็นคนชอบกินราเมน แต่สมัยเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ถ้าจะกินทีต้องเดินทางเข้าไปในเมือง ซึ่งผมเองไม่ชอบรถติด เลยตัดสินใจเปิดร้านราเมนกับแฟนเสียเลย” คุณพีซ เผยที่มา

อาจฟังเป็นเรื่องชวนขำขันที่ร้านนี้เปิดขึ้นมาจากความชอบกินบวกกับความเบื่อหน่ายรถติดล้วนๆ ไม่ได้มาจากแรงบันดาลใจใดๆ เลย แต่ด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้นี่แหละที่ทำให้คุณพีซจับจุดถูก จนกลายเป็นร้านที่ตอบโจทย์คนย่านนี้

“เปิดสาขาแรกที่บางบ่อนี้เป็นร้านเล็กๆ แค่ 1 ห้อง ขนาด 50 ตารางเมตร ก่อนขยายเป็น 100 ตารางเมตรในปัจจุบัน จุดเด่นของร้านคือ เป็นราเมนสไตล์ไทยที่สามารถกินได้ทุกวันเหมือนก๋วยเตี๋ยวเรือ ไม่เลี่ยนเกินไป และมีเมนูมากมาย ส่วนตัวเวลาผมกินแบรนด์ใหญ่ๆ มักรู้สึกว่ามันเข้มข้นเกินไปและราคาค่อนข้างสูง จึงปรับสูตรให้รับประทานได้ทุกวัน”

“ทุกอย่างยังคงความเป็นญี่ปุ่น แต่จะทอนความเลี่ยนลงไป อย่าง ซุปทงคตสึของที่ร้านจะไม่เลี่ยน จะ Light หรือเบาๆ หน่อย แต่ยังคงความเป็นซุปกระดูกหมูทงคตสึอยู่ หรืออย่างซอสโชยุ จะไม่เค็มโดด แต่มีหวานตัดด้วยการนำซี่โครงหมูและผักมาต้มผสมลงไป ส่วนเส้นจะนิ่มหน่อยให้เข้ากับรสนิยมคนไทย โดยสั่งโรงงานผลิต แต่จะเทสต์ก่อนว่าเส้นแบบไหนที่ดีที่สุด และขายราคาไม่แพงมาก ชามหลักราคา 89 บาท เมนูที่ถูกสุดคือ 69 บาท และแพงสุดก็แค่ 169 บาท”

“ที่สำคัญคือ ณ เวลานั้นหารับประทานที่นี่ได้ โดยไม่ต้องเดินทางรถติดเข้าเมือง เน้นเจาะกลุ่มชานเมือง ครอบครัว นักเรียน และนักศึกษา สมัยแรกๆ ที่ลูกค้ามากินแรกนั้นก็สงสัยกันว่าราเมนคืออะไร กินยังไง ตอนนั้นผมจึงอยากเป็นตัวแทนให้กับคนที่อยากลองกินหรือผู้ที่เป็น Ramen Beginner ว่าไม่ต้องกลัว ไม่ต้องเขิน เวลาไปกินที่ร้านใหญ่ๆ จะได้มั่นใจมากขึ้น” เจ้าของกิจการ เผย

และเล่าว่า กิจการของเขาเป็นเพียงร้านเล็กๆ มีตัวเขากับแฟน ปรุงและเสิร์ฟเพียงแค่ 2 คน เวลาลูกค้าเข้ามาและอาจมีท่าทางเคอะๆ เขินๆ เลยต้องคอยคอยแนะนำลูกค้า จนถึงปัจจุบันที่ขยายสาขาและมีลูกน้อง เขาก็จะกำชับให้ลูกน้องคอยให้บริการลูกค้าอย่างดี ลูกค้าคนไหนต้องการคำแนะนำ ยินดีให้คำแนะนำอย่างเต็มใจ แม้ทุกวันนี้ราเมนอาจไม่ใช่เมนูไกลตัวชาวบางบ่อต่อไป แต่มีบ้างที่ยังรู้สึกทำตัวไม่ถูกเวลาเข้าร้านราเมน

ฟังมาเหมือนกิจการจะดำเนินอย่างราบรื่น แต่จริงๆ แล้วเขาก็เจออุปสรรคเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงที่โควิด-19 ระบาด

“ตอนเปิดร้านได้เดือนหนึ่ง เจอสถานการณ์โควิด ตอนนั้นทุกคนยังใหม่กับโควิด ไม่รู้วิธีแก้ปัญหา ผมเองก็หยุดไปพักหนึ่ง โชคดีที่ช่วงแรกเรา 2 คนทำกันเอง ไม่มีค่าดูแลพนักงาน เลยหาทางออกโดยการทำดีลิเวอรี พร้อมกับทำโปรโมชันส่งเอง ใครสั่งครบ 300 บาท ส่งฟรีในระยะทางที่กำหนด เลยผ่านมาได้” คุณพีช ย้อนให้ฟังอย่างนั้น

ก่อนบอกต่อ อุปสรรคหลักอีกอย่างคือ ไม่ได้วางผัง Flow การทำงานแบบเป็นองค์กร เพราะตอนแรกคิดว่าจะทำกันแค่ 2 คน ไม่ได้คิดว่าจะขยายกิจการเหมือนทุกวันนี้ แต่พอขายดีขึ้น มีพนักงานเยอะขึ้น ผังเดิมจึงไม่ตอบโจทย์ ต้องทำผังใหม่ ทำให้เสียเงินซ้ำซ้อน และสุดท้ายต้องย้ายร้านเพื่อทำให้ครัวใหญ่ขึ้น จึงได้เรียนรู้ว่า ก่อนจะเปิดอะไรแบบนี้ ต้องวางแผนให้ดีทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการตลาด บัญชี แบรนดิ้ง โซเชียล อย่าคิดแค่ว่าจะขายอาหาร

ถึงแม้เขาจะเริ่มต้นกิจการโดยปราศจากแรงบันดาลใจเป็นพิเศษ แต่เพราะเขาชอบทำอาหาร และเรียนด้านศิลปะการประกอบอาหารมาโดยตรง สิ่งที่ได้เรียนรู้มาก็นำมาใช้ประโยชน์ได้มาก

“ผมเรียนจบสาขาครัวมาจากวิทยาลัยดุสิตธานี เพราะเป็นสถาบันอันดับ 1 ทางด้านนี้ ประกอบกับมีญาติและรุ่นพี่เคยเรียนที่นี่แนะนำมาด้วย ซึ่งสิ่งที่เรียนมาก็ช่วยได้มาก โดยเฉพาะเรื่อง Food Knowledge และ Food Safety หรือเรื่องความปลอดภัยในอาหาร ทำให้รู้เรื่องการรักษาความสะอาดในการทำอาหารที่ถูกต้อง การใช้เขียง ใช้ผ้าอย่างไร ไม่ให้เกิดการปนเปื้อน”

“เพราะถ้าไม่ดูแลให้ดีอาจเกิดผลร้ายแรงตามมา ลูกค้าอาจท้องเสียได้ ซึ่งต้องยอมรับว่าบางร้านที่ไม่ได้เรียนด้านนี้มาโดยตรงอาจไม่รู้จุดนี้ ซึ่งการที่เรามีความรู้ด้านนี้ทำให้มั่นใจว่า ลูกค้าเราปลอดภัยแน่ๆ และถ้าเกิดอะไรขึ้น ก็มั่นใจว่าไม่ได้เกิดจากเรา” คุณพีซ บอกก่อนหัวเราะร่วน

สำหรับเป้าหมายธุรกิจนี้ คุณพีซและคู่ชีวิต คาดหวังจะขยายกิจการอีกสักแห่ง พัฒนาระบบให้ดีขึ้น แล้วขายแฟรนไชส์ โดยมุ่งมั่นให้กิจการที่เกิดจากความชอบกินราเมนและเลี่ยงรถติดแห่งนี้เป็นธุรกิจหลักของครอบครัว

“ผมอาจไม่มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดแต่แรกเหมือนบางคน แต่เมื่อมีโอกาสเข้ามา ก็ไม่คิดที่จะทิ้งโอกาสนั้น และเชื่อว่าเมื่อมีโอกาสมารวมกับความตั้งใจ ความสำเร็จย่อมเกิดขึ้นได้” คุณพีซ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามร้านมากินจิราเมนได้ที่ https://web.facebook.com/p/Markinji-Ramen

Related Posts

รวมสูตรแป้งทอดกรอบ ทำขายได้จริง ชุบได้ทั้งปีกไก่ ลูกชิ้นทอด ไก่ทอดหาดใหญ่ และไก่ทอดฟาสต์ฟู้ด
เมื่อคนรุ่นใหม่ขอโตในย่านร้อยปี! “ซาวน์น้ำ” คาเฟ่แผ่นเสียง ชุบชีวิตตึกเก่าย่านนางเลิ้ง ดึงดีเอ็นเอความเป็นไทยมาสร้างรายได้