Exclusive Featured SMEs

จากหนี้ 50 ล้าน พลิกวิกฤตด้วย ‘โรงคั่วกาแฟ วังน้ำเขียว’ สู่แบรนด์ GI ปลูก-คั่ว-ขาย สร้างรายได้ครบวงจร

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับภาพกาแฟที่ปลูกในภาคเหนือหรือภาคใต้ของไทย แต่รู้หรือไม่ว่า “นครราชสีมา” ก็สามารถปลูกกาแฟที่มีรสชาติดีเช่นกัน เพราะรสชาติของกาแฟนั้นไม่ได้มีสูตรตายตัว ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน ซึ่งคาแร็กเตอร์ของกาแฟที่วังน้ำเขียว มีทั้งหมด 5 รสชาติ ได้แก่ เปรี้ยว ฝาด หวาน มัน และขม

วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณปกรณ์ เตชสิทธิ์วรโชติ อดีตเด็กนิเทศที่ผันตัวมาทำธุรกิจกับเพื่อน แต่เกิดวิกฤตเป็นหนี้หลายสิบล้าน จนกระทั่งได้มาเจอกับพื้นที่วังน้ำเขียว และตั้งใจอยากจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่

โดยปัจจุบันคุณปกรณ์เป็นประธานเครือข่ายโอทอป อำเภอวังน้ำเขียว และประธานรัฐวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกกาเเฟวังน้ำเขียว เเละเจ้าของกิจการโรงคั่วกาเเฟ วังน้ำเขียว ที่เปิดมาแล้วกว่า 15 ปี

จุดเริ่มต้นกาแฟแดนอีสาน

คุณปกรณ์จบการศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ และได้ทำงานในวงการสื่ออยู่ประมาณ 2 ปี จากนั้นได้ผันตัวมาทำธุรกิจร่วมกับพาร์ตเนอร์ชาวจีน กระทั่งในปี พ.ศ. 2554 เกิดวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ หลายธุรกิจทยอยปิดตัวลง รวมถึงกิจการของเขาด้วย จึงทำให้เกิดหนี้ 40-50 ล้านบาท

แต่ในช่วงเวลาที่เริ่มหมดหวังนั้น เขาได้มีโอกาสเดินทางไปเขาใหญ่เพื่อหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมือง และนี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเขาเลยก็ว่าได้

“เราตัดสินใจอยากจะมาอยู่ที่นี่ ตรงวังน้ำเขียว แล้วเริ่มทำเกษตรแบบผสมผสาน โดยเริ่มจากเงินทุน 2 แสนบาท และต้องเช่าที่ดิน ใช้วัสดุอุปกรณ์ธรรมชาติในการออกแบบ”

ก่อนจะเล่าต่อว่า ที่นี่เริ่มจากติดลบ ทำด้วยกาย ด้วยจิตวิญญาณ ด้วยประสบการณ์ เราไม่เคยไปเรียนคั่วกาแฟ ไม่เคยไปเรียนที่ไหนเลย แต่ทุกอย่างมาจากการปลูกกาแฟที่ความสูง 30 เซนติเมตร จนวันหนึ่งสามารถปลดหนี้ได้ทั้งหมด และสามารถบอกต่อเป็นวิทยาทานให้กับคนรุ่นหลังได้

โคก หนอง นา กาแฟ

ก่อนหน้านี้จะทำเป็นลักษณะของ “โคก หนอง นา โมเดล” ในพื้นที่ 4 ไร่ แต่หลังจากนั้นก็ได้เดินทางไปเยี่ยมชมที่ต่างๆ ในอำเภอ จนได้เจอกับกาแฟที่ชาวบ้านปลูกไว้ ทำให้มองเห็นว่ากาแฟที่วังน้ำเขียวมีผลผลิตที่สมบูรณ์

เขาจึงเริ่มนำมาปลูก และลองแปรรูป โดยเริ่มจากการคั่วกระทะทองเหลือง เพราะไม่มีทุน จึงทำทุกอย่างเองแบบ 100% ตั้งแต่การดริป ดรอป ดริงก์ และสร้างเพจที่ชื่อว่า โรงคั่วกาแฟ ตั้งอยู่ ณ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

แต่ในช่วงแรกได้มีการนำกาแฟไปเสนอขายให้กับร้านกาแฟกว่า 10 ร้าน แต่กลับถูกปฏิเสธทั้งหมด ทำให้เขาตัดสินใจกลับมาทำให้ทุกคนมองเห็นแบรนด์นี้มากขึ้น

“เรากลับมาในพื้นที่ 4 ไร่ พร้อมกับเปิดศูนย์การเรียนรู้เรื่องกระบวนการทำกาแฟ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ แล้วก็เปิดคาเฟ่ริมน้ำ ทำโฮมสเตย์ ให้คนได้มาถ่ายรูปเช็กอิน จนเกิดการแชร์ต่อ”

ซึ่งวิธีนี้ทำให้เขาไม่ต้องถือกาแฟไปเสนอขายอีกต่อไป เพราะถ้าลูกค้าที่ได้มาลอง แล้วชอบก็จะกลับมาซื้อซ้ำ หรือแม้แต่คนที่เคยปฏิเสธเราไปก็กลายมาเป็นลูกค้าประจำในที่สุด

เบื้องหลัง “กาแฟหนึ่งแก้ว” 

หากพูดถึง “โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว” หลายคนอาจจะนึกภาพบรรยากาศแบบสวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน ที่มีอากาศเย็นสบาย เหมาะกับการจิบกาแฟแล้วมองป่า มองเขา

แต่ทว่ากาแฟที่นี่ยังการันตีด้วยรางวัลมากมาย ซึ่งที่ได้รับรางวัลเป็น “กาเเฟอาราบิก้า วังน้ำเขียว” ที่ปลูกด้วยหัวใจเเละส่งประกวดสถาบันของ SCA ได้คะเเนน 81.5 คะแนน ซึ่งสูงกว่ามาตรฐาน (80 คะแนน)

“การจะได้รางวัลเขาจะเทสต์ด้วยรสชาติเเละหลายๆ อย่าง เราก็มีความกล้าที่จะส่งประกวด เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่การันตีว่า กาเเฟวังน้ำเขียว มีคุณภาพจริงๆ” 

รสชาติของกาแฟที่โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว จะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ มีความหอมกรุ่น ละมุนลิ้น โดยจะมีทั้งหมด 5 รสชาติ ได้แก่ ความเปรี้ยว ความฝาด ความหวาน ความมัน และความขม 

ซึ่งเป็นกาแฟที่ปลูกในพื้นที่ของวังน้ำเขียว ขนาบด้วยอุทยานแห่งชาติทับลาน ดินในพื้นที่จะเน้นการทำเกษตรอินทรีย์ทั้งหมด ทำให้จุดนี้เป็นเหมือนคาแร็กเตอร์ของกาแฟอีสาน ทั้งอาราบิก้าและโรบัสต้า ทำให้หลายคนอยากมาลิ้มรสกาแฟที่ปลูกในพื้นที่อีสาน ที่บุกเบิกมาจนได้ GI เมื่อปี พ.ศ. 2566 

“กว่าจะได้กาแฟ 1 แก้ว ต้องใช้เวลากว่า 2 ปี เริ่มจากการคัดสายพันธุ์ เก็บด้วยมือทีละเม็ด จากนั้นนำไปตาก 12 แดด บ่มในโรงอีก 3-6 เดือน และเมื่อคัดแยกเสร็จก็นำมาคั่วเป็นรสชาติ”

ในระยะเวลา 1 ปี เราใช้กาเเฟประมาณ 50 ตัน เเต่คิดว่าหลังจากนี้อาจจะเยอะขึ้น เพราะถ้าได้ส่งออกเเล้วก็ขยายตลาดโมเดิร์นเทรด 

“เราทำงานกับ OTOP ทำงานกับ SMEs ก็จะได้โอกาสในการที่จะเข้าห้างโมเดิร์นเทรด ซึ่งทางผู้ใหญ่ก็ให้โอกาสเราได้วางที่โลตัสทั่วประเทศไทย ซึ่งอนาคตคาดว่าจะส่งออกไปยังต่างประเทศ”

การทำเกษตรยั่งยืน

“เชื่อไหมว่าพื้นที่ 5 ไร่ สามารถสร้างอะไรได้มากมาย”

คุณปกรณ์ บอกกับสมาชิกทุกคนว่า อย่าปลูกแค่กาแฟอย่างเดียว การวางแปลนในพื้นที่ 5 ไร่ ให้สามารถสร้างรายได้ได้ทุกวัน ทั้งเดือน ทั้งปี กาแฟก็เป็นส่วนหนึ่ง โกโก้ก็เป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งการปลูกพืช 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เขาเรียกว่า “การทำเกษตรแบบอินโนเวชัน” และทำให้ตัวเองเป็นสมาร์ทฟาร์ม

“การทำเกษตรแบบยั่งยืนอยากให้เด็กรุ่นหลังกลับมาดูว่าการทำเกษตร ไม่ใช่ว่าต้องตากแดด หรือต้องเหนื่อย แต่มีความแปลกใหม่ มีเสน่ห์ ความเป็นศาสตร์และศิลปะของการทำเกษตร”

การทำเกษตรด้วยความสุขคือ Happiness agrees culture เป็นความสุขที่เกิดจากการทำในสิ่งที่เรารัก ที่ปลอดภัยกับเราเเละคนที่อุปโภคบริโภค

“ความสุขของเราไม่ใช่เงินร้อยล้าน พันล้าน เเต่คือการทำเกษตรยั่งยืน สุดท้าย Product ก็คือความสุขที่ยั่งยืน การใช้ชีวิตก็คือความสุขที่ยั่งยืน ตื่นมาได้จิบกาเเฟ เเล้วมองธรรมชาติ แล้วทำงานให้มีความสุขทุกๆ วัน อันนี้คือสิ่งที่เราตกผลึก”

โดยกาแฟมีความเป็นศาสตร์และศิลปะ คนที่เสพกาแฟไม่ได้เสพแค่รสชาติ แต่เสพความรู้สึกเมื่อได้ดื่มเข้าไปด้วย ซึ่งเชื่อว่ากาแฟมีโอกาสไปได้อีกไกล ตราบใดที่มนุษย์ยังดื่มกาแฟ กาแฟก็ไม่มีวันตาย 

สำหรับใครที่สนใจอยากจะไปเยี่ยมชมกาแฟสายอีสาน พิกัดที่ “โรงคั่วกาเเฟวังน้ำเขียว” ณ หมู่บ้านไทยพัฒนา ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา หรือติดต่อผ่านช่องทาง Facebook : โรงคั่วกาแฟ วังน้ำเขียว

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 16 ต.ค. 68

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!
นางไปรยา ไทยชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท เพ็ญภาค เบฟเวอเรจ จำกัด