Exclusive Featured SMEs

อาณาจักรไข่ไก่พันล้าน! “King Eggs” จากฟาร์มเล็กๆ ของครอบครัว สู่ ทายาทรุ่น 2 ปั้นรายได้วันละเกือบล้านฟอง ตั้งเป้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ปี 72

“ในประเทศไทยมีไข่ไก่ผลิตออกมาถึง 55 ล้านฟองต่อวัน หากคำนวณที่ราคาฟองละ 3.40 บาท จะพบว่ามีมูลค่าหมุนเวียนสูงถึง 187 ล้านบาทต่อวัน หรือคิดเป็นมูลค่ามหาศาลกว่า 68,255 ล้านบาทต่อปี”

นี่คือมุมมองจาก คุณชาณุวัฒณ์ สิวะโมกข์ ประธานบริษัท คิงส์เอ้กส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือที่รู้จักกันในนาม “King Eggs ราชาไข่ไก่” แบรนด์ไข่ไก่ชั้นนำที่ต่อยอดมาจาก “สุนทรฟาร์ม” ธุรกิจครอบครัวที่เขาเข้ามาสานต่อในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 จนกลายเป็นอาณาจักรฟาร์มไข่ไก่อันดับต้นๆ 

วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปเจาะลึกเส้นทางของ King Eggs คอนเทนต์ชุด ‘โอกาส’ ธุรกิจเกษตร “Sentangsedtee X Technologychaoban” ที่ตั้งใจจะ “ปลดล็อก” มุมมองธุรกิจใหม่ให้กับเกษตรกรและ SMEs ไทย

ในวันที่ “ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ”

จุดเริ่มต้นของฟาร์มย้อนกลับไปในรุ่นคุณพ่อ (เตี่ย) ที่ผ่านการลองผิดลองถูกมานับไม่ถ้วน ตั้งแต่เลี้ยงไก่เนื้อไปจนถึงเลี้ยงปลาแต่ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งมาลงตัวที่ “ไก่ไข่” ซึ่งกลายเป็นอาชีพหลักที่ส่งเสียลูกหลานจนเรียนจบ

แม้คุณชาณุวัฒณ์จะเคยรับปากคุณแม่ไว้ว่าจะกลับมาดูแลฟาร์ม แต่ชีวิตการทำงานในกรุงเทพฯ ก็ทำให้เขาห่างหายจากความคิดนั้น จนกระทั่งปี 2545-2546 เขาตัดสินใจกลับบ้านเพื่อเริ่มต้นใหม่ในบทบาท “คนขายไข่” โดยมีพี่สาวดูแลบัญชี และพี่ชายดูแลการเลี้ยงไก่

การกลับมาครั้งนั้นกลับต้องเผชิญกับ “วิกฤตไข้หวัดนก” ครั้งใหญ่ ไก่ทั้งฟาร์มต้องถูกทำลาย พี่น้องแยกย้ายไปคนละทิศละทาง ตัวเขาเองก็กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ เหมือนเดิม เหลือเพียงเตี่ยกับแม่และเล้าไก่พังๆ แต่ด้วยเลือดนักสู้ของครอบครัว เตี่ยกับแม่ตัดสินใจขายที่ดินและรวบรวมสมบัติก้อนสุดท้ายมาลงทุนใหม่อีกครั้ง พร้อมระบบโรงเรือนมาตรฐานกรมปศุสัตว์ โดยมีคุณชาณุวัฒณ์ ซึ่งขณะนั้นทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ที่กรุงเทพฯ คอยสนับสนุนและกลับมาช่วยงานทุกวันเสาร์-อาทิตย์

การเข้ามารับช่วงต่อกิจการของครอบครัว มีความท้าทายตลอดเวลา เพราะเป็นธุรกิจเกษตรที่มีเยอะอยู่แล้ว ในระยะแรกที่เข้ามาท้าทายตัวเองกับครอบครัว ในช่วงแรกที่ค่อนข้างจะลำบาก 

“ผมกับเตี่ย ช่วงปีแรกๆ จะมีพลิกไปพลิกมา บางช่วงเราก็คุยกันได้ บางช่วงเราก็คุยกันไม่ได้เลย คุยกันทะเลาะทุกที บางทีคิดว่ากลับไปทำงานดีกว่า ไม่ทำแล้ว ปล่อยให้เขาทำไป แต่ด้วยเป้าหมาย เราอยากจะมาดูแลให้เขา ก็นึกถึงเป้านี้ตลอด” เขากล่าว

‘คุณค่า’ คือคำตอบ 

ในมุมมองของคุณชาณุวัฒณ์ ‘ไข่ไก่’ เป็นหนึ่งในธุรกิจปราบเซียน เพราะเป็นสินค้าที่สร้างความต่างยาก ผู้บริโภคแยกไม่ออกว่าฟองไหนอร่อยกว่ากัน เขาจึงต้องใช้วิธี “สร้างคุณค่าในตัวผลิตภัณฑ์” เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าที่จะจ่าย

นอกจากนี้ เขายังเผยหัวใจสำคัญว่า ธุรกิจไข่ไก่คือกำไรต่อหน่วยที่น้อยมาก ดังนั้น ทางรอดเดียวคือ เน้นปริมาณและนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้

“ราคาขายอยู่ที่ฟองละ 3-5 บาท กำไรมากน้อยอยู่ที่ปริมาณ หากอยากได้กำไรเยอะ ต้องเลี้ยงเยอะ และนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ถ้าดูซีรีส์สงครามส่งด่วนมาก็คล้ายๆ กัน แนวทางมาแบบนั้น ยุคแรกก็ต้องลุยไปข้างหน้า แล้วก็มีระบบมาควบคุม แล้วก็มาควบคุมระบบอีกทีหนึ่ง” เขากล่าว

King Eggs ให้ความสำคัญในเรื่องมาตรฐานในทุกๆ มิติ ใช้ระบบ อีแวปคูลเรชัน (Evaporative Cooling System) หรือที่เรียกติดปากกันว่า “ระบบอีแวป” ควบคู่กับการเลี้ยงไก่ไข่ตามมาตรฐานของกรมปศุสัตว์ ควบคุมเรื่องความปลอดภัยทางชีวภาพ ป้องกันเชื้อโรค โรงเรือนเลี้ยงควบคุมสภาพอากาศ สภาพแวดล้อมได้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสำคัญ

“สมัยก่อนเราควบคุมอากาศไม่ได้ เวลาร้อนก็ร้อนสุดๆ ไก่ไม่กินอาหาร ส่งผลให้ผลผลิตไม่แน่นอน แต่ถ้าเราคุมได้อย่างที่เราต้องการ จะได้ไข่ที่มีคุณภาพ” เขากล่าว 

“ผู้บริโภคอยากซื้อ” และ “คู่ค้าอยากขาย”

King Eggs วางตำแหน่งตัวเองให้ชัดเจนผ่านวิสัยทัศน์ “เป็นไข่ที่ผู้บริโภคต้องการซื้อ เป็นไข่ที่คู่ค้าต้องการขาย และเป็นบริษัทที่พนักงานอยากทำงานด้วยมากที่สุด”

ด้วยกลยุทธ์การรักษามาตรฐานให้คงที่ ทำให้พ่อค้าคนกลางมั่นใจว่า “รับไปแล้วต้องขายหมด และลูกค้าต้องกลับมาซื้อซ้ำ” กลายเป็นพลังการตลาดแบบปากต่อปาก นอกจากนี้ เขายังปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์เพื่อสื่อสารตัวตนและคุณภาพ เพราะเชื่อว่า “บางครั้งเรามีของดีแต่ซ่อนไว้เมื่อไหร่จะมีคนมาเห็น”

Goal ปี 72 “ตลาดหลักทรัพย์ฯ”

จากฟาร์มเล็กๆ ที่ไม่มีทุนตั้งต้น วันนี้ King Eggs มียอดขายสูงถึง 800,000-900,000 ฟองต่อวัน สร้างรายได้หลักล้านบาทต่อวัน และตั้งเป้าทะยานสู่ระดับ “พันล้าน” ในปีหน้า โดยมีหมุดหมายสำคัญคือการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในปี 2572 เพื่อระดมทุนขยายอาณาจักรและยกระดับมาตรฐานเกษตรไทยทั้งระบบ

ถ้าเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทำให้มีทุนมาทำในสิ่งที่อยากทำมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแตกไลน์โปรดักต์ หรืออาจจะสร้างมาตรฐานบางอย่างแล้วนำมาตรฐานนี้ไปให้เกษตรกรใช้เพื่อให้ได้มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ไข่ไก่ทั้งประเทศ

เขาไม่ได้มองว่าเป็นแค่เกษตรกร แต่เขาพยายามสร้างมาตรฐานต่างๆ ให้เป็นความน่าเชื่อถือแก่ผู้บริโภค รวมถึงการต่อยอดทำตู้ขายไข่อัตโนมัติ เจ้าแรกในไทย เพราะเขาต้องการเปลี่ยนคำว่าเกษตรเป็นธุรกิจเกษตรให้ได้ 

“เราก็รู้สึกภูมิใจนะ เราได้ทำกิจการครอบครัว โตมาเป็นระบบเป็นบริษัทได้ และอนาคตจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ และระบบงานจะแยกเป็นสัดเป็นส่วน มีบุคคล มีจัดซื้อ มีฝ่ายผลิต มีธุรการ มีบัญชี ซึ่งมันค่อนข้างจะเต็มระบบ” คุณชาณุวัฒณ์ กล่าวทิ้งท้าย

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน