ในวันที่ผู้คนไม่ได้มองหาแค่ร้านอาหาร สถานที่พักผ่อน หรือออกจากบ้านเพื่อหาแค่กาแฟดีๆ อีกต่อไป แต่กำลังโหยหา “พื้นที่” ที่ทำให้รู้สึกได้ใช้ชีวิต พบปะผู้คนที่มีความชอบและไลฟ์สไตล์เดียวกัน “คอมมูนิตี้” จึงกลายเป็นหนึ่งในคำตอบของคนยุคใหม่
สะท้อนจากการเกิดขึ้นของคอมมูนิตี้มากมาย หนึ่งในนั้นคือ “The Lake Club” คอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ในเมืองทองธานี ที่ปรับโฉมโรงแรมอีสติน เลคไซด์ ซึ่งเคยถูกปล่อยร้างมานาน โดยยังคงเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมเดิมเอาไว้ ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลสาบ
พร้อมเชื่อมโยงผู้คน ชุมชน ศิลปวัฒนธรรมผ่านกิจกรรมหลากหลายได้อย่างลงตัว ทำให้แลนด์มาร์กแห่งใหม่นี้กลายเป็น “ไวรัล” แม้เปิดตัวได้ไม่นาน
ในคอลัมน์ Exclusive Interview “เส้นทางเศรษฐี” ชวนไปดูแนวคิดการสร้าง The Lake Club ผ่านคำบอกเล่าของ จินตนา พงษ์ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด และ ณัฐพงศ์ ชินวงษ์ PR & Event Manager The Lake Club

ปรับโฉมพื้นที่ร้าง ให้กลับมามีชีวิต
หลังโรงแรมอีสติน เลคไซด์ ถูกปล่อยร้างมานาน คุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็คเมืองทองธานี (ในนามผู้บริหาร The Lake Club) ได้วางไอเดียชุบชีวิตพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นคอมมูนิตี้ของผู้คนทุกเจเนอเรชั่น ด้วยมีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่สามารถเข้าถึงทะเลสาบได้
ประกอบกับอาคารถูกทิ้งร้างมานาน จนถูกมองว่าเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งลี้ลับ หลายคนที่พบเห็นจึงรอคอยการเปลี่ยนแปลงหรือทำสิ่งใหม่กับอาคารนี้มายาวนาน อีกทั้งในเมืองทองธานียังไม่มีพื้นที่สำหรับจัดอีเวนต์ขนาดเล็ก การปรับโฉมอาคารแห่งนี้จึงเข้าไปเติมเต็มช่องว่างให้เมืองทองธานีสามารถจัดงานได้ครบวงจรมากขึ้น
“The Lake สื่อถึงโลเคชั่นที่มีเอกลักษณ์ คือการตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Club สื่อถึงการรวมตัวของผู้คนและการสร้างคอมมูนิตี้ของทุกคน เป็นที่แฮงเอาต์แห่งใหม่รวมถึงเป็นแหล่งรวมร้านอาหารที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นสถานที่จัดอีเวนต์ต่างๆ ที่มีไลฟ์สไตล์ เราอยากเป็นพื้นที่ให้พวกเขาได้นำเสนอผลงานเก๋ๆ ให้คนรุ่นใหม่และคนหลายวัยมารวมตัวกันอยู่ตรงนี้ อยากเป็นคอมมูนิตี้ดีๆ ให้กับจังหวัดและประเทศ” จินตนากล่าว

โดยชูแนวคิดL.A.K.E. คือ L – Life พื้นที่ของการใช้ชีวิตในทุกจังหวะ ไม่ว่าจะเป็น การพบปะ ทำงาน พักผ่อน หรือแม้แต่นัดหมายเล็กๆ ริมทะเลสาบ
A – Art ศิลปะ ผ่านนิทรรศการงานจัดวาง (Installation) การแสดงและวัฒนธรรมสร้างสรรค์
K – Kitchen ชูวัฒนธรรมการกิน ตั้งแต่วัตถุดิบตามฤดูกาล เครื่องดื่มคราฟต์ไปจนถึงประสบการณ์การแบ่งปันมื้ออาหารร่วมกัน
และ E – Experience พื้นที่ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ทั้งดนตรี สุขภาพ และกิจกรรมที่หมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็น เทศกาลอาหาร, คอลแลปกับเชฟ, ดนตรีสด, DJ, Sunset Session, Workshop, Art Market, Cmmunity Event, Run Club, Wellness Activity และ Outdoor Fitness ซึ่งรูปแบบกิจกรรมจะปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่แวะเข้ามาในคอมมูนิตี้

“คอมมูนิตี้” ที่เป็นพื้นที่ของทุกเจเนอเรชั่น
The Lake Club ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ของคนทุกเจเนอเรชั่น สามารถเข้ามาใช้ชีวิตได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำด้วยเวลาเปิดให้บริการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 4 ทุ่มของทุกวัน ทำให้ผู้คนไม่จำเป็นต้องเข้าไปหาคอมมูนิตี้ในเมือง ก็สามารถสัมผัสไลฟ์สไตล์แบบเดียวกันได้ในเมืองทองธานี
สามารถเริ่มต้นวันในร้านกาแฟ Beans ซึ่งรองรับสายออกกำลังและผู้คนที่มาวิ่งรอบทะเลสาบในช่วงเช้า โดยมีทั้งตู้ล็อกเกอร์และห้องอาบน้ำให้บริการ
ช่วงกลางวันสามารถแวะมาทานอาหารในร้าน Culinova Lab หรือ Xianyuan Express พร้อมช้อปปิ้งสินค้าดีไซน์จากร้าน The Collective เป็นต้น

ก่อนปิดท้ายวันในช่วงค่ำด้วยการพาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นในพื้นที่ Pet Friendly พร้อมนั่งจิบไวน์ ดื่มค็อกเทล หรือชิมคราฟต์เบียร์จากร้าน Vessel, สหประชาชื่น และ THE BARREL ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลสาบยามค่ำ
“เราไม่อยากให้คนมอง The Lake Club เป็นสถานที่ที่มาครั้งเดียว มาถ่ายรูป เช็กอินแล้วกลับ เรามองระยะยาว ผู้คนมาแล้วต้องได้รับประสบการณ์บางอย่างกลับไป ซึ่งเราพยายามสร้างสรรค์กิจกรรมให้มีอะไรทำอยู่เสมอ” ณัฐพงศ์กล่าวเสริม
ซึ่งไม่ได้โฟกัสแค่ผู้คนในชุมชนรอบเมืองทองธานีเท่านั้น แต่ยังดึงดูดผู้ที่เดินทางมาร่วมงานอีเวนต์ของอิมแพ็ค ไม่ว่าจะเป็น คอนเสิร์ต งานแสดงสินค้า งานประชุม ฯลฯ รวมทั้งความไวรัลยังพัดพาผู้คนจากหลายพื้นที่ทั้งเข้ามาด้วยเช่นกัน

เติบโตไปพร้อมชุมชน
The Lake Club ไม่ได้เป็นเพียงคอมมูนิตี้ และไม่ได้เติบโตเพียงคนเดียว แต่ชุมชนรอบเมืองทองธานียังสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ ผ่านแผนในอนาคตที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในรอบชุมชนเมืองทองธานีได้เข้ามาทำงานร่วมกัน ซึ่งในตอนนี้ The Lake Club เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กได้ที่อยากทดลองทำธุรกิจหรือขายอะไรบางอย่างได้เข้ามาเปิดป็อปอัพด้วยเหมือนกัน
จากแนวคิดของ The Lake Club สะท้อนให้เห็นว่า การจะเป็น “พื้นที่ของทุกคน” ได้ ไม่ใช่แค่รีโนเวตอาคารให้สวยงาม แต่ต้อง “สร้างประสบการณ์ร่วม” ให้ผู้คนเข้ามาใช้ชีวิตผ่านกิจกรรม อาหาร ศิลปวัฒนธรรม และอีเวนต์สร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น คอมมูนิตี้แห่งนี้จึงไม่ใช่สถานที่ที่มาแค่ครั้งเดียวแล้วกลับไป แต่ผู้คนสามารถกลับมาใช้ชีวิตซ้ำได้ทุกวัน ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ขณะเดียวกันการชุบชีวิตอาคารร้างแห่งนี้ ยังช่วย “ปลุกบรรยากาศ” และ “ความคึกคัก” กลับคืนสู่ย่านอีกครั้ง

