Exclusive Featured SMEs

หนุ่มครีเอทีฟหยิบ “ปลาดุกไทย” มาเล่าใหม่ เป็น “ปลาดุกไร้ก้าง” เมนูไวรัลฟีลอิซากายะ ยอดขายวันละ 20,000 บาท

ผู้เขียน : คัคน ญานะวงศ์ษา

หลายคนอาจมองว่า “ปลาดุก” เป็นแค่เมนูธรรมดา แต่สำหรับบางคนกลับมองเห็นโอกาสในการ “ต่อยอด” วัตถุดิบใกล้ตัว ให้กลายเป็นธุรกิจที่ “สร้างรายได้” และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร 

วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณฮิม” หรือ วิทวัส เสน่ห์จันทร์ วัย 36 ปี แม้เขาจะทำงานประจำอยู่ในสายงานครีเอทีฟและไดเรกเตอร์มานานกว่า 12 ปี แต่ยังหันมาสร้างธุรกิจส่วนตัวร่วมกับครอบครัว โดยหยิบปลาดุกมาเลาะก้างจนกลายเป็นธุรกิจในชื่อ “Dukdik ปลาดุกไร้ก้าง” ร้านย่านบางบัวทองที่กำลังเป็นไวรัล เพราะสามารถตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และลูกค้าที่อยากกินปลาดุกแบบสะดวกมากขึ้น จนสามารถสร้างรายได้วันละ 20,000 บาท

ปลาดุกไร้ก้าง
ปลาดุกไร้ก้าง

ชวนครอบครัวมาสร้างธุรกิจ “ปลาดุกไร้ก้าง”

คุณฮิมได้ไอเดียปลาดุกไร้ก้างมาจากร้านอาหารสไตล์อิซากายะแนวอีสาน หลังได้ลองกินจนเกิดความประทับใจเพราะไม่มีก้างมาคอยกวนใจคนชอบกินปลาดุกอย่างเขา จึงได้เก็บไอเดียนี้มาพัฒนาเป็นโปรเจ็กต์

เขาใช้เวลาทดลองและพัฒนาสินค้าด้วยตัวเองมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทั้งการแร่ปลา การเอาก้างออก รวมถึงการพัฒนาวิธีทำให้เนื้อปลายังคงความสดและไม่มีกลิ่นคาว 

แม้ในตอนนั้นจะยังไม่คิดเปิดร้านจริงจัง แต่ “จุดเปลี่ยน” สำคัญกลับเกิดขึ้นจากคนในครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่วัย 67 ปี ที่อยากหาอะไรทำหลังใช้ชีวิตเป็นแม่บ้านมานาน เขาจึงชวนครอบครัวมาปั้นธุรกิจปลาดุกไร้ก้างในทันที

“แม่เริ่มรู้สึกอยากหาอะไรทำจริงจังครับ เพราะอยู่บ้าน เล่นติ๊กต็อกไปวันๆ แล้วก็เริ่มเบื่อ” คุณฮิมเล่าเสริม 

โดยตั้งชื่อร้านว่า “Dukdik ปลาดุกไร้ก้าง” ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากลักษณะของปลาดุกที่มักเคลื่อนไหว “ดุกดิก” อยู่ตลอดเวลา และในอีกมุมหนึ่งคำว่า “ดุกดิก” ยังสะท้อนแนวคิดทางธุรกิจที่อยากให้แบรนด์สามารถต่อยอดไปได้เรื่อยๆ ไม่หยุดอยู่กับเมนูเดิมอย่างเดียว

“ปลาดุกไร้ก้างสามารถนำไปพัฒนาเป็นเมนูได้อีกหลากหลาย เรารู้ปัญหาของคนกินปลาดุกคือเรื่องก้าง พอมันไร้ก้างแล้ว มันน่าจะเอาไปต่อยอดได้อีกหลายเมนู” 

เขายังบอกอีกว่า การเปิดร้านนี้ทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น จากเดิมที่ต่างคนต่างทำงาน มีเวลาเจอกันแค่ช่วงวันหยุด 

“เมื่อก่อนต่างคนต่างทำงานครับ แทบไม่ได้คุยกัน แต่ตอนนี้คือคุยกันฉ่ำเลย ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ปัญหา ช่วยกันชิมเมนู มันทำให้ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น” 

ปลาดุกไร้ก้าง
ปลาดุกไร้ก้าง

ลงทุนด้วยงบหลักหมื่น ขายดีลิเวอรีจนออร์เดอร์ล้น

ในช่วงเริ่มต้นคุณฮิมใช้งบลงทุนไม่สูงมากนัก ไม่เกิน 15,000 บาทโดยประมาณ เพราะเริ่มจากสเกลเล็กๆ ภายในบ้าน อุปกรณ์หลักมีแค่เตาย่าง ไม้เสียบ วัตถุดิบ และต้นทุนในการทำน้ำจิ้ม

“ตอนแรกเรายังทำเล็กๆ ครับ ซื้อปลาเข้ามาประมาณร้อยกว่าชิ้น มีเตาย่าง มีไม้เสียบ แล้วก็แช่เย็นเตรียมของ” เขาแชร์ให้ฟัง 

พร้อมเปิดให้บริการผ่านดีลิเวอรีควบคู่ไปกับหน้าร้านที่บ้าน เพื่อให้ลูกค้าในพื้นที่สามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น ในวันแรกของการเปิดร้านยอดขายยังไม่สูงมากนัก ขายได้ประมาณ 3 กล่อง เพราะร้านอยู่ในซอย คนอาจไม่เห็น เขาจึงใช้ประสบการณ์จากสายงานครีเอทีฟมาช่วยทำการตลาด ด้วยการยิงแอดโฆษณาคลิปวิดีโอบนโซเชียลมีเดียในงบประมาณ 500 บาท เจาะกลุ่มเฉพาะคนในพื้นที่รอบร้าน เพื่อให้คนรู้จักร้านมากขึ้น

“การทำคอนเทนต์ไม่ใช่แค่นำเสนอว่าร้านอยากขายอะไร ผมจะคิดก่อนว่าคนอยากดูอะไรจากปลาดุกไร้ก้าง ทำยังไงให้เห็นแล้วรู้สึกหิว เห็นแล้วอยากกิน เลยเกิดเป็นคลิปวิดีโอที่เน้นภาพอาหารแบบใกล้ๆ ผสมกับการเล่าเรื่องเล็กๆ เกี่ยวกับสินค้าและตัวร้าน” เขาอธิบายเพิ่ม

หลังจากนั้น 3 วัน ยอดออร์เดอร์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะดีลิเวอรี กระทั่งในวันที่ 4 คลิปวิดีโอของร้านเริ่มมียอดเข้าถึงสูงขึ้นเรื่อยๆ และมีอินฟลูเอนเซอร์ในพื้นที่เข้ามารีวิว

แต่สิ่งที่ทำให้คลิปกลายเป็นไวรัล ไม่ได้มีแค่เมนูเท่านั้น ยังเป็นภาพบรรยากาศในบ้าน ที่มีคุณพ่อคุณแม่ช่วยกันทำงานอย่างเรียบง่าย จนสร้างความรู้สึกอบอุ่นและเข้าถึงผู้ชม

“อินฟลูเอนเซอร์มารีวิวแล้วมาเจอพ่อกับแม่ช่วยกันทำร้านอยู่สองคน คลิปมันเลยไวรัลขึ้นมา พีกสุดคือหลังคลิปรีวิวลง จากวันละ 20-30 ชิ้น กลายเป็น 200 ชิ้นใน 2 วัน ย่างกันแทบไม่ทัน” เขาเล่าถึงช่วงขายดี 

โดยช่วงที่เปิดดีลิเวอรี ระบบจะส่งคำสั่งซื้อเข้ามาพร้อมกันจำนวนมาก แต่ขั้นตอนการย่างปลาดุกต้องใช้เวลา ทำให้ไรเดอร์จำนวนไม่น้อยต้องรอคิวหน้าร้านเพราะผลิตไม่ทัน เขาจึงตัดสินใจปรับรูปแบบจากดีลิเวอรี มาเป็นระบบ “สั่งจองล่วงหน้า” ผ่านไลน์เป็นหลัก

ปลาดุกไร้ก้าง
ปลาดุกไร้ก้าง

ซึ่งเปิดรับออร์เดอร์เป็นรอบรายสัปดาห์ให้ลูกค้าจองทุกวัน และกำหนดช่วงเวลารับสินค้า เช่น รอบ 11.00 น. รอบ 12.30 น. รอบ 14.30 น. รอบ 15.30 น. รอบ 16.30 น. และ รอบ 17.30 น.

แม้จะแก้ปัญหาการรับออร์เดอร์ได้แล้ว แต่ก็ยังเกิดอีกปัญหาตามมา คือสินค้าไม่เพียงพอ ทำให้ลูกค้าต้องรอรอบจองนานเป็นสัปดาห์ และบางคนแม้จะรอถึงวันเปิดจอง ก็ยังจองไม่ทันอยู่ดี

“ก็กังวลเหมือนกันครับว่าลูกค้าจะเบื่อ รอนานจนไม่อยากกินแล้ว” 

โดยปัจจุบันสามารถผลิตได้วันละประมาณ 200 ชิ้น มียอดขายประมาณ 20,000 บาทต่อวัน บวกลบ และในอนาคตหากสามารถขยายกำลังการผลิตหรือขยายสาขาได้ ก็มีโอกาสกลับมาเปิดดีลิเวอรีอีกครั้ง

หัวใจสำคัญของ “ปลาดุกไร้ก้าง” คือขั้นตอนการเตรียมปลา

ในขั้นตอนการเตรียมปลา คุณฮิมเล่าว่าต้องวางแผนสั่งปลาล่วงหน้าประมาณ 2 สัปดาห์ และทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์รวมถึงบ่อเลี้ยงปลาโดยตรง เพื่อควบคุมคุณภาพและคัดไซซ์ปลาให้ได้ตามมาตรฐาน ต้องมีน้ำหนัก 900 กรัม ถึง 1 กิโลกรัมเท่านั้น เพื่อให้ได้เนื้อปลาในขนาดและความแน่นที่เหมาะสมต่อการทำปลาดุกไร้ก้าง

และความยากไม่ได้อยู่แค่การเลาะก้างออกเท่านั้น แต่เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมปลา การรีดเลือดปลาเพื่อช่วยลดกลิ่นคาว ไปจนถึงวิธีเก็บรักษานำไปแช่เย็นหรือแช่แข็งเพื่อคงความสดก่อนนำมาย่าง 

“ยากที่สุดคือการเตรียมปลา เพราะมันเป็นจุดที่ทำให้ต่างจากร้านอื่น ทำให้เนื้อปลามีความแน่น สด และไม่มีกลิ่นคาว เราบอกลูกค้าว่าเป็นปลาดุกไร้ก้าง ถ้ายังมีก้างแล้วลูกค้าไม่โอเค เราก็คืนเงินให้เลย พอเคลียร์ปัญหาให้ดี ลูกค้าหลายคนก็กลับมาสั่งใหม่”

โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 สูตร ได้แก่ สูตรเกลือหิมาลายันต์ ใช้เกลือชมพูในการหมักและเคลือบระหว่างย่าง ช่วยดึงรสชาติของเนื้อปลาให้ชัดขึ้น สูตรเทอริยากิ รสชาติสไตล์ญี่ปุ่น ให้ความหวานเค็มกลมกล่อม สูตรหมาล่า ได้กลิ่นเครื่องเทศและความเผ็ดชาสไตล์จีน และ สูตรสมุนไพรไทยเดิม เน้นกลิ่นสมุนไพรและรสชาติแบบไทยๆ

ขายราคาเซ็ตละ 89 บาท ประกอบด้วย ปลาดุกคัดไซซ์ น้ำจิ้มสูตรของร้าน เครื่องเคียงอย่างหัวไชเท้าดอง และปวยเล้งน้ำมันงาเพิ่มรสชาติและความกลมกล่อม 

ปลาดุกไร้ก้าง
ปลาดุกไร้ก้าง

เปิดร้านในบ้าน มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

สำหรับการเปิดร้านในบ้าน แม้จะเป็นร้านเล็กๆ คุณฮิมมองว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสียควบคู่กันไป โดยข้อดีคือ “ช่วยลดต้นทุน” เรื่องค่าเช่าที่ได้ค่อนข้างมาก จึงสามารถนำต้นทุนส่วนนี้ไปพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริหารร้านได้มากขึ้น

ส่วนข้อจำกัดคือเรื่อง “ความเกรงใจเพื่อนบ้าน” เมื่อร้านเริ่มมีออร์เดอร์จำนวนมาก จะมีทั้งรถลูกค้าและไรเดอร์เข้ามารอรับสินค้าอยู่เป็นประจำ ซึ่งอาจส่งเสียงรบกวนคนในละแวกใกล้เคียง ทั้งผู้สูงอายุและเด็ก จึงพยายามบริหารจัดการร้านให้กระทบกับเพื่อนบ้านน้อยที่สุด รวมถึงติดป้ายขอความร่วมมือให้ดับเครื่องยนต์ระหว่างรอสินค้า

“บางทีจะมีรถแต่งเข้ามา หรือไรเดอร์มารอหน้าบ้าน ก็กลัวว่าจะรบกวนเพื่อนบ้าน แต่โชคดีที่เพื่อนบ้านน่ารักและซัพพอร์ตกันดีมาก”

ต่อยอด “Dukdik” ไม่หยุดแค่ปลาดุก

อย่างไรก็ตาม คุณฮิมมีแผนต่อยอดแบรนด์ในอนาคต โดยต้องการให้ชื่อ “ดุกดิก” เติบโตได้มากกว่าการเป็นร้านปลาดุกย่างเพียงอย่างเดียว

“จริงๆ อยากให้ดุกดิกไปได้หลายทาง ไม่ได้อยากให้หยุดอยู่แค่ปลาดุกย่าง”

เขาจึงเริ่มวางแผนขยายธุรกิจทั้งในรูปแบบแฟรนไชส์และการขยายสาขา โดยกำลังศึกษามาตรฐาน คุณภาพปลา ขนาดสินค้า รวมถึงมองหาทำเลที่เหมาะสม และอาจต่อยอดขายออนไลน์เพิ่มเติม

“ลูกค้าต่างจังหวัดหลายคนอยากลองกินเหมือนกัน ก็เลยคิดว่าในอนาคตอาจขยายไปทางออนไลน์ด้วย อาจเป็นแบบแช่แข็งเพื่อส่งให้ลูกค้าต่างจังหวัดได้” เขาบอกอย่างนั้น

แพชชั่นคอยผลักดันธุรกิจ

ท้ายนี้ คุณฮิมยังพูดถึงมุมมองการทำธุรกิจในยุคนี้ว่า “เมื่อก่อนผมไม่ค่อยเชื่อเรื่องแพชชั่นเท่าไหร่ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าถ้าเราอินกับอะไรจริงๆ เราจะพยายามหาวิธีทำให้มันแตกต่างเอง พอมีแพชชั่นกับปลาดุกไร้ก้าง ก็รู้สึกว่าต้องทำให้มันต่างและติดตลาดให้ได้ มันเหนื่อยนะ แต่ก็สนุก เพราะยังมีแพชชั่นกับมันอยู่”

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ ไลน์ https://lin.ee/rIL6QmXเฟซบุ๊ก : ดุกดิกปลาดุกไร้ก้าง เบอร์โทร. : 094-793-2492

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน