“อย่าทำธุรกิจกับเพื่อน” คำนี้อาจใช้ไม่ได้กับสองเพื่อนรักคู่นี้ เพราะยิ่งทำงานกับเพื่อนรัก เพียงมองตาก็รู้ใจแล้ว นั่นทำให้ทุกอุปสรรคที่ผ่านเข้ามา ต่อให้เป็นทอร์นาโดก็พัดพาอะไรไปไม่ได้ ได้เพียงแวะแล้วเวียนผ่านไปเหมือนสายลม
บทความนี้ เส้นทางเศรษฐีจะพาคุณไปพูดคุยกับสองผู้ก่อตั้ง Brooo คุณอ๋อง-กษิดิศ ดวงวราภรณ์ และคุณเฟียต–ธนพงศ์ พานิชชอบ คู่เพื่อนรักที่จับมือกันทำธุรกิจ
หากคุณเป็นสายสปอร์ตแอคทิฟคงไม่ต้องสาธยายถึงฮอตของแบรนด์น้องใหม่ Brooo ที่ก่อตั้งมาได้เพียง 5 ปี ก็เปิดแฟลกชิพสโตร์สุดยิ่งใหญ่ ณ ห้างหรู ใจกลางกรุงเทพฯ ได้แล้ว
การเดินทางเพียงแค่ 5 ปี นับว่าเป็นระยะเวลาที่รวดเร็วมากในการปูทางความสำเร็จของแบรนด์ แต่นั่นใช้ไม่ได้กับ Brooo อ่านว่า โบร ที่เริ่มต้นมาจากเพียงการคุยกันเรื่อง “ถุงเท้า”
“ถุงเท้า” ใบเบิกทางความสำเร็จ
คุณเฟียตเริ่มเล่าเรื่องอย่างเป็นกันเองว่า เขาและคุณอ๋องเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย ช่วงที่จะเข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย ก็ไปบนบานศาลกล่าวด้วยกันว่าถ้าสอบติดคณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์ฯ จะวิ่งรอบสนามหลวงเป็นการแก้บน โดยที่คุณอ๋องบนไว้ว่าตนจะวิ่ง 80 รอบ แต่คุณเฟียตบนว่า 10 รอบเป็นพอ
จากวันนั้นคุณอ๋องก็ยังไม่หยุดวิ่ง (ไม่ได้หมายความว่ายังวิ่งอยู่ที่สนามหลวงอยู่) แต่จากวันนั้นคุณอ๋องได้พาตัวเองเข้าสู่วงการวิ่งอย่างจริงจัง เป็นนักกีฬามหาวิทยาลัย ขณะที่คุณเฟียตอยู่ขั้วตรงข้ามกับสายรักสุขภาพ โชคดีที่มีคุณอ๋องดึงกลับมาให้เข้าสู่วงการออกกำลังกาย
ถูกเพื่อนบังคับมาออกกำลังกาย
คุณเฟียตเล่าต่อว่า ช่วงโควิด-19 ประกาศล็อกดาวน์ คุณเฟียตเริ่มไม่อยากอยู่ว่าง ๆ จึงบอกกับเพื่อนว่าให้หาอะไรให้ทำ สิ่งที่คุณอ๋องพาไปทำก็หนีไม่พ้นสิ่งที่เขารัก นั่นก็คือการพาไปวิ่ง ช่วงแรกแม้จะเหนื่อยอยู่มาก แต่พอนานวันเข้า เขาก็เริ่มเห็นความสนุก ความสุขที่เกิดขึ้นจากการได้ออกไปวิ่ง จนเริ่มอยากหารายได้จากมัน
“ผมกับคุณอ๋องคุยกันว่ามันมีถุงเท้าแบบ มันส์ๆ ไหม ถุงเท้าแบบ fancy ถุงเท้าที่แฟชั่น คุณอ๋องก็เดินขึ้นไปบนบ้าน ไปหยิบถุงเท้าทั้งหมดในบ้านมา แล้วโยนลงบนโต๊ะอาหาร ก็ค้นพบว่า เฮ้ย ถุงเท้าที่อยู่ในตลาดเนี่ยมันเป็นขาว เทา ดำ ไม่มีสีสันเลย ก็มองหน้ากันแล้วจุดประกายว่า เฮ้ย เดี๋ยวเราจะลองทำถุงเท้าวิ่งกันดีกว่า”
ถุงเท้าที่ใส่แล้วเข้ากับรองเท้าทุกคู่บนโลก
เขาทั้งคู่เริ่มวางคอนเซปต์ไอเดียบรรเจิดว่า “ถุงเท้า” จะต้องใส่แล้วเข้าได้กับรองเท้าทุกคู่บนโลก คิดได้ดังนั้นก็ไม่รีรอ ติดต่อหาโรงงานทันที คุณอ๋องให้เหตุผลว่าเบื้องหลังของการตัดสินใจทำอะไรเร็ว ๆ เช่นนั้นเป็นเพราะว่า ‘เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีไฟให้รีบเลี้ยงไฟนั้นไว้ด้วยการลงมือทำ ณ ตอนนั้นซะ เพราะหากปล่อยไว้มีโอกาสที่มันจะมอดดับไปโดยไร้ประโยชน์’
เปิดตัวมาก็ Sold Out
ภายหลังการเปิดตัวถุงเท้าได้เพียงหนึ่งวัน ก็ Sold Out ในทันที แม้ผู้บริหารทั้งสองจะถ่อมตัวว่าเป็นเพราะผลิตออกมาน้อยก็ตามที แต่เรารู้ดีว่าสินค้าของ Brooo นั้น ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพเพียงใด
หลังประสบความสำเร็จจากถุงเท้า แบรนด์ก็ค่อย ๆ ต่อยอดสู่สินค้า Apparel อื่น ๆ จนครอบคลุมทั้งเสื้อ กางเกง ถุงเท้าและอุปกรณ์เสริม
“วงการ Sport Apparel ไม่มีอะไรที่เป็นแบบสีในเชิงแฟชั่นเลย ก็จะเป็นแบบกีฬาจัด ๆ แล้วสีก็ฉูดฉาดมาก ดูกีฬาจนเกินไป เราก็เห็น Pain Point ตรงนั้นแหละว่ามันเป็นตลาดที่เราสามารถเข้าไปได้” คุณอ๋องกล่าว
ที่มาของชื่อสุดชิค “Brooo” ทำไมต้องมี O สามตัว
คุณเฟียต อธิบายว่า ด้วยความที่ทั้งคู่สนิทกัน เมื่อเอ่ยทักทายจึงเรียกแทนกันว่า “ว่าไง bro” เป็นคำพูดติดปาก เป็นที่มาของคำว่า Brooo และ “O” สามตัวย่อมาจาก “Out Of Ordinary” แปลว่า เกินกว่าความธรรมดา เหนือกว่าความปกติ
มีไทยเป็นบ้านของโรงงานระดับโลก
ไทยเป็นประเทศที่เป็นฐานการผลิต (OEM/ODM) และศูนย์กลางการส่งออกเสื้อผ้ากีฬาแบรนด์ระดับโลกที่สำคัญ เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญด้านฝีมือ แรงงานที่มีทักษะ และเทคโนโลยีการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล
ส่งผลให้ธุรกิจเสื้อผ้ากีฬาในไทยมีความได้เปรียบอยู่มาก “ธุรกิจสปอร์ต apparel ตัวของแหล่งผลิตในไทยเป็นหนึ่งในที่ที่ดีที่สุดในโลก แล้วธุรกิจเราเป็นคนไทย เราสื่อสารภาษาไทยในการพูดคุยเพื่อดิเวลลอปสินค้าอะไรต่าง ๆ มันง่ายกว่ากันมาก”
อุปสรรคนานัปการ แต่ผ่านได้หมด
เมื่อถามถึงว่า ตลอดเส้นทางที่ผ่านมามันราบเรียบหรือไม่ ทั้งสองพร้อมใจกันตอบว่า อุปสรรคมีมานับไม่ถ้วน จนเล่าไม่หมดใน 2 วัน แต่ด้วยมายด์เซตของทั้งคู่ที่ไม่มีความคิดจะยอมแพ้เลย จึงเป็นข้อได้เปรียบที่สุด ไม่ว่ามีปัญหาใดผ่านเข้ามาก็คิดแค่ว่าเดี๋ยวมันหาทางแก้ได้
“เวลาเราเจอปัญหาเรามองหน้ากัน แล้วพูดว่า…คราวที่แล้วเราก็ผ่านได้ แล้วก็ไปกันต่อ แล้วเราก็เจออีก แล้วเราก็พูดอีกว่า เฮ้ย! ไอ้คราวที่แล้ว ของคราวที่แล้ว ก็ยังผ่านกันมาได้ มันเป็นอย่างนี้อยู่เสมอครับ” คุณเฟียต
Sports Marketing ใส่ Brooo แล้วทรงพลัง
คุณเฟียต กล่าวว่า ในการจะทำ Sports Marketing นั้น คุณอ๋องพร้อมด้วยนักกีฬาคนอื่น ๆ จะนำเสนอ performance ในมิติของการแข่งขันด้วย โดยพ่วงไปกับเรื่องของอันดับและรางวัล ที่จะมาเป็นเครื่องพิสูจน์ ให้คนในอุตสาหกรรรมเห็นว่า ใส่ Brooo แล้วนำไปสู่เรื่องของ performance ของคุณได้เลย นำไปสู่เรื่องอันดับที่ดีเช่นนี้ ในมุมกลับกัน เจ้าของแบรนด์อย่างคุณเฟียตเอง ก็ต้องทำคอนเทนต์ร่วมด้วย แม้จะออกมาในแนวที่เรียกว่าคอนเทนต์เพี้ยน ๆ ก็ตามที แต่อย่างน้อยให้คนได้เห็นว่าใส่ Brooo แล้วสร้างสีสันความสนุกให้ทุกการออกไปใช้ชีวิตอย่างไร
ฝืนข้อห้าม อย่าทำธุรกิจกับเพื่อน
คุณอ๋องเล่าว่า ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมานานจนรู้จักกันหมดเปลือก มองตาก็รู้ใจว่าอีกฝ่ายคิดอะไร จึงตั้งกฎร่วมกันตั้งแต่แรกไว้เพื่อกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น ซึ่งช่วยได้เยอะมาก
ขณะที่คุณเฟียต เล่าด้วยเอเนอร์จี้ที่เหลือล้นต่ออีกว่า เขาเป็นไอ้เขียวถือดาบ (ENFJ) พูดเยอะ ช่างเพ้อฝัน หลุด ๆ ขณะที่เพื่อนเป็นคนละเอียด สาย Data ข้อมูล แต่มีความคิดและ Vision เหมือนกัน ซึ่งลงล็อคกันเหมือนหยินหยาง
3 คำสำเร็จ
หากจะต้องระบุ Key Success ที่พา Brooo มาถึงจุดนี้ คุณเฟียตพดขึ้นว่า มันควรจะเป็นคำว่า “Broment” , “Out of Ordinary” (ทำอะไรให้ออกจากความจำเจ สุดท้ายคงเป็นคำว่า “เต็มที่”
ด้านคุณอ๋อง กล่าวว่า คำแรกต้อง “ตั้งเป้าหมาย” ไว้ก่อน ต่อด้วยคำว่า “เต็มที่” หรือใส่สุด สุดท้ายกับคำว่า “อดทน” เพราะไม่ว่าอย่างไรในการทำธุรกิจก็ต้องเจออุปสรรคแน่นอน 100% แต่ความอดทนจะเป็นสิ่งที่ช่วยหาทางออกในทุกปัญหา ถ้าไม่ยอมแพ้ไปเสียก่อน ความสำเร็จจะมาถึงสักวันหนึ่ง
“วันนี้เราอยากเป็น Global brand แต่ถ้าย้อนกลับไป ณ วันนั้น เมื่อ 5 ปีที่แล้ว มันอาจจะฟังดูไกล แต่อย่างที่บอกว่า เราเชื่อว่ามันจะไปได้ แล้วก็ไม่ยอมแพ้ ทีนี้มันก็ถึงในสักวันอ่ะ”
