วิทยาลัยดุสิตธานี
ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้วอย่างยิ่งใหญ่สมกับที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “โอลิมปิกของสายอาชีพ” สำหรับการแข่งขัน WorldSkills Shanghai 2026 เวทีประชันทักษะวิชาชีพระดับโลกที่รวบรวมเยาวชนผู้มีความเป็นเลิศจากกว่า 70 ประเทศ มาร่วมแสดงศักยภาพและแข่งขันมาตรฐานฝีมือใน 64 สาขาทักษะ โดยจัดขึ้นทุก 2 ปี และในปีนี้นับเป็นการแข่งขันครั้งที่ 48 ณ National Exhibition and Convention Center (NECC) นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 22-27 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าแข่งขันกว่า 1,400 คนจากทั่วโลกเข้าร่วมการแข่งขัน บนเวทีระดับนานาชาติที่แวดล้อมไปด้วยสุดยอดเยาวชนสายอาชีพจากทั่วทุกมุมโลก นายนครินทร์ จรูญพันธุ์วณิช หรือ “เจอร์รี่” นักศึกษาสาขาศิลปะการประกอบอาหาร วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันชั้นแนวหน้าด้านธุรกิจบริการในเครือโรงแรมดุสิตธานี สามารถสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศไทยด้วยการคว้าเหรียญเงิน ในการแข่งขันสาขาประกอบอาหาร (Cooking) จากการเป็นตัวแทนเยาวชนไทยเข้าร่วมการแข่งขัน WorldSkills Shanghai 2026 ซึ่งมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 ภายหลังการรับรางวัล เจอร์รี่กล่าวถึงความ
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 วิทยาลัยดุสิตธานี ได้ร่วมกับ Avocados Australia จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา การพัฒนาบุคลากร และนวัตกรรมอาหาร โดยมี ดร.อรรถเวทย์ พฤกษ์สถาพร อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี และ คุณพิชยา นรนิติผดุงการ ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภาคอุตสาหกรรม เป็นผู้แทนวิทยาลัยร่วมลงนามกับผู้แทนจาก Avocados Australia ได้แก่ Mr. Brad Rodgers, Director for Western Australia และ Mr. KC Liew, General Manager Southeast Asia ในโอกาสนี้ยังได้รับเกียรติจาก นายพาโบล คัง เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย มาร่วมเป็นสักขีพยาน โดยเนื้อหาในบันทึกความเข้าใจระหว่างวิทยาลัยดุสิตธานีและ Avocados Australia นั้น มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านอาหาร การพัฒนาเทคโนโลยีอาหาร และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมในระดับนานาชาติ อันจะช่วยเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาและบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต ภายในวันเดียวกันนั้นเอง วิทยาลัยดุสิตธานียังได้รับการสนับสนุนจาก Avocados Australia ให้จัดการแข่งขัน Aus
เรื่องราวของพี่น้องสามใบเถา คุณฝน-ประกายดาว ศิริดลธนเกษม และน้องสาว คุณฟ้า-กนกวรรณ เดชวีระพานิชย์ กับ คุณรุ้ง-อนงค์นาฎ เดชวีระพานิชย์ ที่ร่วมกันก่อตั้งร้านขนมอบสไตล์ฝรั่งเศส Trinity ในจังหวัดขอนแก่น บ้านเกิดของทั้งสามคน จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ด้วยการทำขนมแจกและขายให้เพื่อนๆ สมัยเรียน ก่อนค่อยๆ เติบโตจนกลายเป็นร้านขนมที่ได้รับความนิยมในจังหวัด คอลัมน์ Young Entrepreneur ของเส้นทางเศรษฐี พาไปพูดคุยกับ คุณฝน ถึงเส้นทางการเริ่มต้นธุรกิจของ 3 พี่น้อง เบื้องหลังการปั้น Trinity จากร้านเล็กๆ ที่เริ่มต้นเมื่อราว 13 ปีที่แล้ว สู่ธุรกิจที่ต่อยอดไปสู่ร้านอาหารและเครื่องดื่มอีกหลายแบรนด์ในวันนี้ จุดเริ่มต้นของ Trinity คุณฝนและและน้องสาวทั้งสองเป็นชาวจังหวัดขอนแก่นโดยกำเนิด เติบโตมาในครอบครัวที่เปิดร้านอาหาร จึงซึมซับทั้งความคุ้นเคยและความหลงใหลในการประกอบและทำธุรกิจอาหารมาตั้งแต่วัยเด็ก ในช่วงแรกเธอและน้องๆ ทำขนมเป็นงานอดิเรก ด้วยการทำขนมอบไปแจกไปขายให้กับเพื่อนๆ ร่วมชั้นเรียน ซึ่งปรากฏว่าได้รับคำชมเรื่องความอร่อย จนกลายเป็นแรงยุแรงผลักดันให้เริ่มทำขนมส่งให้กับร้านกาแฟที่รู้จักกันภายในพื้น
“อาหาร” ไม่ได้เป็นเพียงซอฟต์พาวเวอร์ของไทย แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ทว่าในขณะที่อุตสาหกรรมอาหารไทยกำลังเติบโต ตลาดแรงงานกลับเผชิญปัญหาขาดแคลนบุคลากร โดยคาดว่าช่วงปี 2568-2572 ไทยจะต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและ Future Food มากกว่า 47,000 คน ช่องว่างดังกล่าวจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของภาคการศึกษาในการเร่งสร้างบุคลากรคุณภาพ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย และผลักดัน “ครัวไทยสู่ครัวโลก” ให้เกิดขึ้นได้จริง นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของกลุ่มดุสิตธานีในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการคือ การสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะการผลิตบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ระดับโลก ขณะเดียวกัน ยังเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ สอดรับกับนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” เนื่องจากประเทศไทยมีข้อได้เปรียบในฐานะแหล่งผลิตวัตถุดิบและอาหาร แต่ที่ผ่านมาอาจจะยังขาดการยกระดับไปสู่ตลาดโลกและกล
“ข้าวเหนียวมะม่วง” เมนูของหวานไทยๆ ที่หารับประทานได้ทั่วไป แต่จะว่าไป อาจหาเจ้าที่อร่อยจริงๆ ได้ยาก แต่มีอยู่เจ้าหนึ่งที่การันตีความอร่อยและแตกต่าง ด้วยการใช้วัตถุดิบมีคุณภาพ ผ่านกรรมวิธีการทำที่เจ้าของศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมมาอย่างลึกซึ้ง จนกลายเป็นร้านที่เคยเกิดปรากฏการณ์ลูกค้าต่อคิวซื้อมาแล้ว ร้านที่ว่าคือ “อยู่ ดี มี สุข ข้าวเหนียวมะม่วง” ของ คุณเบสท์–ณัฐธนนท์ สิทธิปัญญพัฒน์ ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการ Haus Ari3 ซอยอารีย์ บริเวณเดียวกับร้านข้าวผัดอเมริกัน Lucky’s Hungry และมีบูธขายที่ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ เจ้าตัวเล่าว่า กว่าจะประสบความสำเร็จเช่นนี้ได้ ผ่านการล้มลุกคลุกคลานมาไม่น้อย “ธุรกิจที่บ้านเจอวิกฤตทางการเงิน ผมจึงตัดสินใจเลิกเรียนกลางคัน ทั้งๆ ที่เพิ่งเรียนไปปีเดียว เพื่อไม่ให้เป็นภาระของที่บ้าน” คุณเบสท์ เกริ่น ก่อนย้อนให้ฟังว่า “ครอบครัวเปิดร้านขายหมูในตลาดคลองเตย เรียกว่ามีฐานะปานกลาง แต่พอปี 2554 ทางบ้านประสบวิกฤตทางการเงิน เพราะพ่อกับแม่ทำการค้าแบบไม่มี Know How เลย ประกอบกับก่อนหน้านั้นมีสถานการณ์ทางการเมืองและน้ำท่วมใหญ่ อีกทั้งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยม
หากเอ่ยถึงชื่อ “โรงแรมดุสิตธานี” เชื่อว่าหลายๆ คนย่อมนึกถึง “การบริการอย่างไทย” และ “ความเป็นไทย” เนื่องจากเป็นโรงแรมระดับสากลแห่งแรกที่มีเจ้าของเป็นคนไทย นั่นคือท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้บุกเบิกโรงแรมแห่งนี้ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเผยแพร่ความเป็นเลิศของความเป็นไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับโลก ความคิดและวิสัยทัศน์นี้ได้ถูกส่งต่อเป็นมรดกทางจิตวิญญาณสู่องค์กรอื่นๆ ที่อยู่ในเครือ Dusit International ดังเช่นวิทยาลัยดุสิตธานีที่ก่อตั้งมายาวนานกว่า 30 ปี โดยสืบสานและต่อยอดคุณค่าด้าน “ความเป็นไทย” ที่โรงแรมดุสิตธานีได้วางไว้ ทั้งการฝึกฝนทักษะการบริการที่ละเมียดละไมและการถ่ายทอดศิลปะการประกอบอาหารที่สะท้อนเอกลักษณ์ไทย เพื่อตอกย้ำความเป็นเลิศด้านเอกลักษ์ไทยดังกล่าว เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา วิทยาลัยดุสิตธานีจึงได้จัดงาน “Thai Culture Excellence ความเป็นเลิศวัฒนธรรมไทย” ครั้งที่ 2 หลังจากได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากงานครั้งแรกที่จัดขึ้นเมื่อปีก่อน โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่าTimeless Flavors of the Thai Regions สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยผ่านอาหาร ศิลปะ และองค์ความรู้หลากหลายมิติ
เพราะความรู้ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอในโลกการทำงานจริง การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ได้ลงมือทำจริง จึงกลายเป็นคำตอบสำคัญ วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขอพาไปทำความรู้จักกับโมเดลการเรียนรู้แบบ Skill-based Learning ของ “วิทยาลัยดุสิตธานี” ที่ยกธุรกิจจริงมาไว้ในรั้ววิทยาลัย ให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะการทำงานอย่างมืออาชีพในบรรยากาศไม่ต่างจากสถานประกอบการจริง หากเดินเข้าไปในวิทยาลัยดุสิตาธานี คุณอาจพบกับผู้คนมากหน้าหลายตา ไม่ใช่แค่นักศึกษา หรืออาจารย์ แต่ยังมีบุคคลภายนอกที่แวะเวียนเข้ามาใช้บริการในพื้นที่การเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง ที่เรียกว่า F&B Concept โดยนักนักศึกษาทั้งหลักสูตรไทยและนานาชาติ ในสาขาศิลปะการประกอบอาหาร ทำหน้าที่เป็นผู้ปรุงอาหาร และนักศึกษาสาขาการจัดการโรงแรม ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการ เริ่มต้นกันในโซนแรก D Corner เป็นเหมือนศูนย์อาหารหรือ Food Court ในห้างสรรพาสินค้าที่ยกเคาน์เตอร์จำหน่ายอาหารหลากหลายมารวมไว้ในที่เดียวกัน ทั้งอาหารไทย อาหารเอเชีย และอาหารนานาชาติ ปรุงกันแบบสดใหม่ ด้วยวัตถุดิบคุณภาพและมาตรฐาน ไม่แพ้ศูนย์อาหารใหญ่ๆ นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่ม
เมื่อพูดถึงคำว่า “ข้าวแกง” คราวใด เชื่อว่าหนึ่งในชื่อที่จะผุดขึ้นในหัวก็คือ เชฟจากัวร์-ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ เพราะเขาเคยมีฉายาว่า “ข้าวแกงร้อยล้าน” จนกลายเป็นโลโก้ติดตัว ล่าสุดร้าน “อุทยานข้าวแกง” ของเชฟจากัวร์ที่ตั้งอยู่ในอุทยานเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น คว้ารางวัลชนะเลิศสุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล “Khao Gaeng” Thai Curry Rice Championship 2025 ซึ่งจัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและสมาคมภัตตาคารไทย ยิ่งตอกย้ำความเป็นราชาข้าวแกงของเขามากขึ้นอีก อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : “จากัวร์” เชฟสู้ชีวิต ไม่เคยหยุดขวนขวาย ขึ้นแท่น “แชมป์ข้าวแกงประเทศไทย” “มาเปิดร้านอุทยานข้าวแกงที่ มข. 3 ปีแล้ว เนื่องจากมีพื้นที่ว่างและเพื่อนอาจารย์ชักชวนมา” เขาเกริ่น “เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นอุทยานเกษตรของคณะเกษตรศาสตร์ ที่ส่งเสริมเกี่ยวกับการเกษตรไทย จึงนึกถึงการส่งเสริมข้าวไทยและการอนุรักษ์อาหารไทย ประกอบกับช่วงนั้นคุณแม่เริ่มมีอาการหลงๆ ลืมๆ ซึ่งคุณหมอให้คำปรึกษาว่า ควรหากิจกรรมที่ใช้สมองให้ท่านทำ จึงเปิดร้านนี้ขึ้นเพื่อที่จะได้ทั้งขายของและให้แม่มีอะไรทำบ้าง ปรากฏว่าแนวคิดของผมตอบโจทย์ของทางคณะ ที่ต้องการ
ผ่านพ้นไปอย่างอิ่มอก อิ่มใจ และอิ่มท้อง อีกทั้งยังอิ่มบุญกับค่ำคืนดินเนอร์เพื่อการกุศล JOURNEY OF FLAVOR : A TWIST FOR THE BETTER TOGETHER ที่วิทยาลัยดุสิตธานี ร่วมกับ สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี และ โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ จัดขึ้น เมื่อคืนวันที่ 3 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้องอาหารสแควร์วัน โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้เป็นครั้งแรกของไทยที่ศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี ผู้เป็นเซเลบริตี้เชฟ 12 คน ได้แก่ เชฟอาร์-ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์ เชฟโต้ง-ยุทธจักร แสงศาสตรา เชฟปาร์ค-ภัทรวิทย์ จันทร์ไทย เชฟฝ้าย-ศิโรรัตน์ เถาว์โท เชฟกิ๊ก-กมล ชอบดีงาม เชฟบัส-ธวัชชัย อัครวงศ์วัฒนา เชฟเตย-พชรคุน กัลยาณมิตร เชฟภู-ภูรินท์ พัฒนวิริยะวาณิช เชฟปูน-ภูผา ชุณหรัศมิ์ เชฟบอย-ปิยะชาติ พุทธวงษ์ เชฟแอนนี่-อังคณา เอี่ยมสอาด และเชฟเอ็ม-ศิริพงศ์ ชุติธาดากุล มารวมตัวกันเพื่อรังสรรค์เมนูทั้งคาวและหวานในสไตล์ Modern Thai Twist เสมือนพาแขกผู้มีเกียรติเดินทางไปยังภาคต่างๆ ของไทยผ่านรสชาติอาหารไทยทั้ง 5 ภาค “ค่ำคืนนี้เป็นครั้งแรกที่สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานีได้รวบรวมเชฟผู้เป็น
คุณเมธิณี อนวัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า รถรับจ้างสาธารณะเป็นหนึ่งในบริการที่ช่วยตอบสนองการเดินทางในชีวิตประจำวันและมีส่วนช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศ โดยมาตรฐานของคนขับและคุณภาพการให้บริการถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในฐานะผู้บุกเบิกบริการเรียกรถผ่านแอป แกร็บมุ่งมั่นที่จะช่วยส่งเสริมและยกระดับอุตสาหกรรมการเดินทาง ตลอดจนระบบขนส่งสาธารณะของไทยให้ก้าวไปข้างหน้า โดยนอกจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของคนขับอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้แกร็บจึงได้จับมือพันธมิตรจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้และพัฒนาทักษะให้กับคนขับทั้งในด้านบริการ การสื่อสาร และการดูแลยานพาหนะ เพื่อมุ่งสร้างความประทับใจให้ผู้ใช้บริการและช่วยยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมโดยรวม สำหรับการพัฒนาศักยภาพของคนขับในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ยกระดับมาตรฐาน บริการด้วยหัวใจ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ GrabAcademy ซึ่งริเริ่มมาตั
