แม้ SMEs จะเป็นหนึ่งในฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย มีจำนวนกว่า 3.2 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของธุรกิจทั้งหมด แต่ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการจึงเป็นที่มาของบทบาทใหม่ของ สสว. “The Growth Connector” ที่มุ่งเชื่อมโยง SMEs กับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อสร้างโอกาสและเร่งการเติบโตของธุรกิจ
ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า สสว. ทำงานร่วมกับ SMEs มายาวนาน 24 ปี แต่ที่ผ่านมายังเป็นการทำงาน “เชิงรับ” ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่รู้จัก และพลาดโอกาสเข้าถึงบริการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของ สสว.
องค์กรจึงมุ่งเปลี่ยนทิศทางใหม่สู่การทำงานแบบ “เชิงรุก” ในบทบาท “The Growth Connector” โดยได้ยกนิทรรศการมาไว้กลางห้าง ในงาน “สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย” เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงผู้ประกอบการให้เข้าถึงบริการจากภาครัฐ ทลายทุกอุปสรรค และสร้างการเติบโตให้อย่างเป็นรูปธรรม
ซึ่งเตรียมจัดงานต่อเนื่องใน 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ หาดใหญ่ ชลบุรี และขอนแก่น เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับผู้ประกอบการทั่วประเทศได้รู้จักและสัมผัสบทบาทของ สสว. มากขึ้น
ภายในงานได้จัดให้มีพื้นที่นิทรรศการที่มีกิจกรรมให้ร่วมสนุกและเรียนรู้จริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมค้นหาศักยภาพทางธุรกิจผ่านภารกิจไขกุญแจ 5 ดอก ได้แก่
1. แหล่งเงินทุน ชูโครงการเด่นอย่าง ‘SME ปังตังได้คืน’ หรือ BDS
2. ความรู้และคำปรึกษา
3. ข้อมูลและสิทธิประโยชน์จากพันธมิตรกว่า 50 หน่วยงาน
4. โอกาสทางการตลาด
5. นโยบายรัฐเชิงรุก

เมื่อทำภารกิจสำเร็จครบทุกสเตชั่นจะได้รับสิทธิ์รับของที่ระลึกสุดพิเศษที่จัดทำขึ้นจำนวนจำกัดเฉพาะงานนี้เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีพื้นที่แสดงความสำเร็จ (Showcase) จากผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมจาก สสว.
อาทิ ยาอมแก้ไอตรายูอีคอฟ, ยู้ ลูกชิ้นปลาเยาวราช, อุดรกระจกรถยนต์, และ The Tree Riverside มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์เพื่อจุดประกายไอเดียให้แก่ผู้ที่กำลังจะเริ่มต้นธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ดร.ปณิตา เผยถึงเทรนด์ พบว่า ธุรกิจที่อยู่รอดในตอนนี้ คือธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีดิจิตอล และ AI อีกทั้งอยู่ในเทรนด์ ธุรกิจสายกรีน รวมถึงสายสุขภาพ ที่ค่อนข้างเติบโตในอนาคต
