SMEs
วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ผลสำรวจ UOB Business Outlook Study สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2026 ในประเทศไทย ระบุว่า ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมของไทยกำลังปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่เพื่อรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยมีการนำ AI มาใช้ในอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค เอสเอ็มอีไทยก้าวนำภูมิภาคด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ หนึ่งในสัญญาณสำคัญคือ เอสเอ็มอีไทยกว่า 7 ใน 10 ที่ตอบแบบสำรวจ ระบุว่ากำลังนำ AI มาใช้ในธุรกิจ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค ขณะที่กว่า 8 ใน 10 ได้นำโซลูชันดิจิทัลมาใช้แล้ว สะท้อนว่าเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเสริม แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เร่งการตัดสินใจ และเสริมความสามารถในการแข่งขัน โดยในกลุ่มธุรกิจที่นำ AI มาใช้ ร้อยละ 58 ระบุว่าสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานได้ ขณะที่ ร้อยละ 44 รายงานว่าประสิทธิภาพการดำเนินงานเพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังสร้างคุณค่าทางธุรกิจที่สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม แรงกดดันด้านต้นทุนยังคงเป็นข้อกังวลหลักของภาคธุรกิจ ต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับ
“ผมแค่อยากพาครอบครัวไปทานอาหารแล้วไม่ต้องดูราคา ผมแค่อยากใช้ชีวิตสบายๆ แต่คำว่าสบายมันต้องใช้เงิน” ประโยคที่ฟังดูจริงใจ ไม่ปรุงแต่งนี้ คือคำพูดแรกของ คุณจี-จีรภัทร ศรีทองคำ ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” เมื่อถูกขอให้เล่าถึงเส้นทางธุรกิจจากศูนย์ ก่อนจะกลายมาเป็นเจ้าของอาณาจักรร้านอาหาร 400 ล้านบาทในปีนี้ จากอดีตพนักงาน HR Business Development ที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง CP ประจำภาคเหนือ เริ่มต้นจากการเป็นพนักงานออฟฟิศที่มีความฝันว่าอยากจะรวย อยากสบาย กลายเป็นสิ่งผลักดันให้เขากล้าลอง กล้าเริ่ม กล้าล้ม คุณจีเริ่มเล่าว่า ตนเองเป็นนักศึกษาคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งคณะนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นนักจิตวิทยาสายคลินิก กับคนที่มาสายองค์กรเพื่อพัฒนาสายธุรกิจ ตอนที่เป็นพนักงานประจำก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงานยังไม่มีรถยนต์ขับ ที่บ้านไม่ได้มีธุรกิจ พ่อเป็นข้าราชการ แม่ขายก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่ง หลังเรียนจบมาก็มาเป็นพนักงานประจำอยู่ในสาย HR ล้วน 7 ปี “ผมอยากรวยครับ อยากใช้ชีวิตแบบสบายๆ ซึ่งคำว่าสบายๆ นี้มันต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่ามันนี่ ถ้าไม่มีตัวนี้ก็ไม่สบาย” เมื่อตอนสิบปีที่แล้วนั้น เงินเดือน
จาก “Dubai Chocolate” ถึง “Dalgona Coffee” โลก TikTok ไม่เคยขาดของหวานไวรัล แต่ล่าสุดมีขนมชนิดหนึ่งที่กำลังยึดฟีดของคนทั้งอินเทอร์เน็ต นั่นคือ “Dot Cakes” เค้กถ้วยหน้าตาธรรมดา ที่ดูเผิน ๆ เหมือนเค้กโรยเกล็ดน้ำตาล แต่กลับกลายเป็นไวรัลระดับที่คนยอมต่อคิวตั้งแต่รุ่งสางเพื่อซื้อ ต้นกำเนิดของกระแสนี้มาจาก “The Dotcakes” ร้านเบเกอรี่ในเมือง Roslyn รัฐนิวยอร์ก ที่ก่อตั้งโดย Alex Posner และคุณแม่ Sondra Posner โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2017 ตอนที่ Alex ยังเป็นนักเรียนมัธยมปลาย จากตั้งใจจะขายเพื่อนแต่ลูกค้ากลับมาจากทั่วสารทิศ เธอเริ่มทำเค้กขายแบบเล็ก ๆ ให้เพื่อนและคนรู้จัก เพราะคนชอบทั้งรสชาติและหน้าตาที่น่ารักจนอยากถ่ายรูป ก่อนที่มันจะค่อย ๆ โตขึ้นเรื่อย ๆ ลูกค้าไม่ใช่เพียงเพื่อน แต่เริ่มเป็นขาจรที่ตั้งใจขับมาซื้อ จนเธอเริ่มรู้ตัวว่าลูกค้าไม่ใช่แค่กลุ่มเล็ก ๆ อีกต่อไป จากที่เป็นเพียงโปรเจกต์ขายของของเด็กมัธยม ปี 2019 กลายเป็นร้านเบเกอรี่เต็มรูปแบบ และในปี 2026 ชื่อของ Dotcakes ก็ระเบิดบน TikTok แบบเต็มตัว Dot Cakes คือเค้กเสิร์ฟในถ้วยขนาด 8 ออนซ์ ด้านในเป็นชั้นเค้กนุ่มสลับกับ
ทีทีบี เปิดเผยผลการสำรวจ “SME Insight 2026” สะท้อนภาพผู้ประกอบการไทยในปีแห่งความท้าทายว่า ถึงแม้ SME ส่วนใหญ่จะเร่งปรับตัวในหลายด้าน ทั้งด้านดิจิทัล การวางแผนธุรกิจ และใช้ AI แต่ยังไม่สามารถ “ปลดล็อกไปสู่การเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ” ได้ ธนาคารจึงเดินหน้าสู่การเป็น “Growth Navigator” สนับสนุนผู้ประกอบการทั้งด้านเงินทุน เครื่องมือ และองค์ความรู้ นายพีรพงศ์ นิธิไกรวุฒิ ประธานกลุ่มกลยุทธ์ลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี กล่าวว่า SMEs เป็นรากฐานของเศรษฐกิจไทย โดยครองสัดส่วนใหญ่สุด 90% และมีการจ้างงานมากถึง 70% หรือกว่า 13.6 ล้านคนของตลาดแรงงานทั้งหมด แต่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพียงประมาณ 1 ใน 3 ของ GDP เพราะต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากเศรษฐกิจไทย พบว่า GDP ไทยที่โตเพียง 2-3% และหนี้ครัวเรือนสูงถึง 90% ของ GDP อีกทั้งยังมีการแข่งขันจากต่างชาติ จากการทะลักเข้ามาของสินค้าจีนจนเกิด Over Supply มีสินค้าและบริการมากกว่ากำลังซื้อ รวมทั้งปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างสงครามและการกีดกันทางการค้า และต้นทุนหลายอย่างสูงขึ้นทั้งพลังงานและโลจิสติกส์ รวมทั้งราคาวัตถุดิบที่ผันผวน ค่าแรงสูงขึ้น และค่าธรรมเนีย
จากกิจกรรม “T-Brand to China 2.0” เวิร์กช็อปที่จะพาผู้ประกอบการไทยไปบุกตลาดจีน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปดูเนื้อหาที่น่าสนใจ ในหัวข้อ “Social Commerce Revolution with Tencent คู่มือใช้ WeChat สร้างหน้าร้าน-หาลูกค้า ฉบับ SMEs” โดย คุณธีรยุทธ บาการี Assistant Manager จาก WeChat Pay มาร่วมแชร์เคล็ดลับการใช้ WeChat แอปพลิเคชันยอดนิยมของคนจีน คุณธีรยุทธ เปรียบเทียบให้ฟังถึงพฤติกรรมการใช้สื่อของคนไทยและคนจีนว่า คนไทยส่วนใหญ่มักจะติดต่อกันผ่านทางไลน์ แต่คนจีนจะใช้ WeChat ในชีวิตประจำวัน เพราะมีหลายฟังก์ชันให้ใช้ ทั้งส่งข้อความ การเสิร์ชข้อมูลต่างๆ อีกทั้งยังเป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์อีกด้วย ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการ WeChat กว่า 1.4 พันกว่าล้านแอ็กเคานต์ และคนจีนมีการชำระเงินผ่าน WeChat เกือบ 99% ทำให้มีการใช้ชำระค่าบริการหลักพันล้านต่อวัน โดยได้อธิบายถึง WeChat Mini Program หนึ่งในฟังก์ชันของ WeChat ที่ผู้ประกอบการไทยสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการให้กับผู้บริโภคชาวจีนได้ด้วยการสร้างหน้าร้านใน WeChat Mini Program ซึ่งเป็นโอกาสให้ธุรกิจไทยเปิดประตูไปสู่ตลาดจีน นอกจากนี้ ทาง WeChat ยังมีการส
SME D Bank เปิดเกมยกระดับเอสเอ็มอีไทย สู่มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) จับมือ สคส. เดินหน้าโครงการ “SME Easy Privacy” คัด 10 ธุรกิจต้นแบบ เสริมแกร่งด้วยที่ปรึกษาเข้มข้น 3 เดือน พร้อมสิทธิ์ใช้แพลตฟอร์ม GPPC+ และโอกาสรับ PDPA Trust Mark เพิ่มความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ สมัครฟรี วันนี้–20 เม.ย. 69 รับสิทธิ์เต็มพิกัด ทั้งทดลองระบบ-เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ 3% และเครื่องมือดิจิทัลครบวงจร หนุนเอสเอ็มอีไทยโตอย่างมั่นคง นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอียุคปัจจุบัน จำเป็นต้องให้ความสำเร็จอย่างสูงสุดต่อการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดต้นทุนธุรกิจจากเหตุข้อมูลรั่วไหล ที่สำคัญ ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น ปลอดภัย และเปิดโอกาสสร้างการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว ดังนั้น SME D Bank จับมือ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ pdpc จัดโครงการ “SME Easy Privacy” ยกระดับเอสเอ็มอีไทยสู่มาตรฐานการคุ้
SME D Bank จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท สนับสนุนให้เอสเอ็มอีไทยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุนพลังงาน ด้วยการลงทุนหรือเสริมสภาพคล่อง เพื่อใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม ยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียว สร้างประโยชน์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลักดันธุรกิจเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความขัดแย้งเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ประกอบกับกฎระเบียบและมาตรการทางการค้าของต่างประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ต้นทุนธุรกิจ โดยเฉพาะค่าพลังงานปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี ต้องเร่งปรับตัวเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) นำเทคโนโลยี นวัตกรรม มายกระดับปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน ดังนั้น SME D Bank สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง
ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยความผันผวน ผู้ประกอบการ SMEs ไทยกำลังเผชิญทั้งความท้าทายจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาวะสงคราม กติกาโลกที่เปลี่ยนไป และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ไม่เหมือนเดิม การทำธุรกิจจึงไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่คือการปรับวิธีคิดและเลือกใช้เทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ งาน BOOTCAMP DAY 2026 เวทีสัมมนาสำหรับผู้ประกอบการไทยโดย LINE ประเทศไทย ร่วมกับ THE STANDARD ได้เผยถึงวิธีคิดและแนวทางการใช้เทคโนโลยีผสาน Human Touch เพื่อปรับตัวสู่ยุค Chat Commerce ที่เป็นโอกาสสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ เศรษฐกิจโตช้า-กติกาโลกเปลี่ยน ฉากหลังที่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจ คุณนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ CEO แห่ง THE STANDARD เผยว่า “เศรษฐกิจไทยในปี 2026 ยังอยู่ในช่วงท้าทาย โดยข้อมูลจาก KResearch คาดการณ์ว่า GDP ไทยปี 2026 จะเติบโตเพียง 1.6% ลดลงจากปี 2025 ที่โตราว 2.0% ด้านการท่องเที่ยวก็ยังชะลอตัว โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยว 35.5 ล้านคน ซึ่งยังตํ่ากว่าช่วงก่อนโควิดที่มีนักท่องเที่ยว 40 ล้านคน และแม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะฟื้นตัวหลังการเลือกตั้ง แต่เศรษฐกิจจริงยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ตั้งแต่สถานการณ์สงครามตะวันอ
ในวันที่พ่อแม่ไม่ได้มองหาแค่ “เสื้อผ้าเด็ก” แต่กำลังมองหาความสบายใจ ความปลอดภัย และคุณค่าที่อยากส่งต่อให้ลูกตั้งแต่วันแรกของการเติบโต ตลาดเสื้อผ้าเด็กจึงเปลี่ยนจากสมรภูมิราคาไปสู่การแข่งขันด้านมาตรฐาน คุณภาพ และประสบการณ์ที่แบรนด์สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อ ไปจนถึงวันที่ลูกสวมใส่ พฤติกรรมของพ่อแม่ยุคใหม่สะท้อนชัดว่า “คุณภาพ” กลายเป็นปัจจัยแรกที่ถูกนำมาพิจารณา สอดรับกับเทรนด์ Premiumization โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ปกครอง Gen Y ที่พร้อมจ่ายมากขึ้น เพื่อแลกกับสินค้าที่มั่นใจได้ว่าดีที่สุดสำหรับลูกน้อย หนึ่งในแบรนด์เสื้อผ้าเด็กไทยที่ก้าวขึ้นมาโดดเด่นอย่างชัดเจนท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น และสามารถตอบโจทย์พ่อแม่ยุคใหม่ที่มองหาเสื้อผ้าคุณภาพ ดีไซน์น่ารัก คือ “BabyLovett” (เบบี้โลเว็ต) แบรนด์ที่สร้างปรากฏการณ์คอลเลกชันลิมิเต็ดซึ่งขายหมดหลายพันชิ้นภายในไม่กี่นาที และยังครองแบรนด์อันดับ 1 ในหมวดเสื้อผ้าเด็กบนแพลตฟอร์มลาซาด้า จากแนวคิดการทำแบรนด์ที่ชัดเจน และการใช้ Storytelling เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความผูกพันกับคุณพ่อคุณแม่อย่างยั่งยืน BabyLovett แบรนด์เสื้อผ้าเด็กคุณภาพ ที่
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 – ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมมือกับ PEAK ผู้นำแพลตฟอร์มบัญชีออนไลน์สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี มอบสินเชื่อวงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ผ่านแคมเปญ SMEs ScaleUp โดยใช้ข้อมูลบัญชีดิจิทัลที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว มาประกอบการพิจารณาสินเชื่อของธนาคาร ความร่วมมือครั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีบัญชีบนระบบของ PEAK สามารถยื่นขอสินเชื่อโดยใช้ข้อมูลบัญชีดิจิทัลของตนเองในการขออนุมัติ ซึ่งทางธนาคารยูโอบีจะสามารถประเมินผลประกอบการและกระแสเงินสดได้โดยตรงจากแพลตฟอร์ม ช่วยลดความซ้ำซ้อนด้านเอกสาร และไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารทางการเงินแบบดั้งเดิมหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันอีกต่อไป โครงการนี้มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีวินัยด้านการเงินอย่างสม่ำเสมอ แต่ประสบปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อเนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ประกอบการต้องใช้แพลตฟอร์ม PEAK มาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน และดำเนินธุรกิจมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี นางสยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของธ
