Featured Inspiration

เมื่อคนญี่ปุ่น “เข้าผับไปอ่านหนังสือ” เทรนด์แฮงก์เอาต์คนรุ่นใหม่ ไม่ต้องเต้น ไม่ต้องตะโกนแข่งกับเพลง แค่พกหนังสือมาคนละเล่ม

ลองจินตนาการดูว่า…คุณกำลังอยู่ในคลับแห่งหนึ่ง มีแสงไฟสลัว บรรยากาศดี และมีเสียงเพลงเปิดคลอเบาๆ แต่กลับไม่มีใครลุกขึ้นมาเต้นสุดเหวี่ยงเลยสักคน เพราะทุกคนต่างกำลังยุ่งอยู่กับการพลิกหน้ากระดาษหนังสือในมือ

และนี่คือ “การเข้าคลับไปอ่านหนังสือ”

เทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงและกลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะจากกระแสของงานที่ชื่อว่า ‘Jucy Book Rave’ ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้น ณ คลับใต้ดินชื่อดังอย่าง SPREAD ในย่านชิโมะคิตาซาวะ กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา โดยจัดในช่วงเวลากลางวัน 10.00-14.00 น.

ที่นี่ไม่มีความจำเป็นต้องเต้น หรือต้องตะโกนใส่หูแข่งกับเสียงเพลงดังๆ เพียงเพื่อจะคุยกับคนที่อยู่ห่างออกไปแค่ 30 เซนติเมตร

สิ่งที่คุณต้องทำมีเพียงแค่พกหนังสือมาเองคนละเล่ม หาที่นั่งสบาย ๆ ในบรรยากาศแสงไฟสลัว แล้วปล่อยให้เสียงดนตรีแนว Ambient คลอเบาๆ เคล้าไปกับการอ่านหนังสือของคุณ

แถมในงานยังมีช่วงเวลาให้ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวหนังสือกันเบาๆ แบบเป็นกันเอง โดยไม่รบกวนสมาธิของผู้อื่น

‘Reading Rave’ ปาร์ตี้หนอนหนังสือ

ลักษณะเหมือน Coffee Raves (เรฟสายกาแฟ) หรือ Wellness Raves (เรฟสายสุขภาพ) นี่คือปาร์ตี้เรฟสำหรับคนรักการอ่าน หรือใครก็ตามที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายมาอ่านหนังสือท่ามกลางบรรยากาศและฟิลลิ่งใหม่ๆ 

กติการ่วมสนุก

– พกหนังสือของคุณมาเอง

– หาที่นั่งสบายๆ

– เริ่มอ่านไปพร้อมกับเพื่อนหนอนหนังสือคนอื่นๆ

– ภายในงานมีเพลงบรรเลงแนว Ambient เป็น Background พร้อมเครื่องดื่มหรือกาแฟให้บริการ

ที่สำคัญที่สุดคือ

– ไม่มีการบังคับว่าต้องอ่านหนังสือเล่มไหน

– ไม่มีความกดดันว่าต้องอ่านให้จบกี่หน้า

– ไม่มีความคาดหวังว่าคุณจะต้องชวนใครคุยในขณะที่กำลังอ่าน

นี่จึงกลายเป็นเสน่ห์ของงาน ที่ทำให้คุณสามารถอยู่คนเดียวได้ โดยไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยว คุณสามารถมาคนเดียว นั่งท่ามกลางคนแปลกหน้า แต่ยังรู้สึกได้ว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี นอกจากนี้ บางงานยังเปิดพื้นที่ให้จดบันทึก วาดภาพ แลกเปลี่ยนหนังสือ หรือแค่นั่งเฉยๆ ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำอีกด้วย

ญี่ปุ่นไม่ใช่ที่แรก กระแสนี้กำลังเติบโตไปทั่วโลก

แม้คลิปจากญี่ปุ่นจะกลายเป็นไวรัลชวนฮือฮา แต่จริง ๆ แล้วรูปแบบของ Reading Rave เริ่มต้นและจัดขึ้นในหลายมุมโลกมาพักใหญ่แล้ว เช่น อัมสเตอร์ดัม (เนเธอร์แลนด์) เคยเป็นไวรัลจากการรวมตัวกันอ่านหนังสือบนดาดฟ้าของพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ NEMO

หรือ เมลเบิร์น (ออสเตรเลีย) มีกลุ่มที่ชื่อว่า Book Doof ซึ่งจัดงาน Reading Rave ตามบาร์ ห้องดนตรี และพื้นที่แปลกใหม่นอกเหนือจากห้องสมุดเดิมๆ

เมื่อการอ่าน กลายเป็นการเข้าสังคมที่ “คูล”

ชมรมอ่านหนังสือมีมาตั้งนานแล้ว และคนรักการอ่านก็มักจะหาวิธีมาพบปะพูดคุยกันเพื่อค้นหา “กลุ่มเพื่อนที่ใช่” เสมอมา แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้คือ การทดลองรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนให้การอ่านกลายเป็นการเข้าสังคมที่คูลยิ่งขึ้น

ในยุคที่เราต้องออนไลน์ตลอดเวลาจนกลายเป็นนิสัยหรืออาจเป็นสิ่งแรกที่เราทำตั้งแต่ตื่นนอน ไม่ว่าจะเป็นการไถฟีดข่าว หรือเสียงแจ้งเตือนที่ไม่เคยหยุด การพาตัวเองออกไปออฟไลน์ จึงกลายเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความตั้งใจและการวางแผน

นั่นอาจเป็นคำตอบว่าทำไม Reading Rave, เทรนด์ Hobby-maxxing การดื่มด่ำกับงานอดิเรกให้สุดทาง ไปจนถึงการท่องเที่ยวเชิงวรรณกรรม ถึงได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายในหมู่คนรุ่นใหม่ เพราะผู้คนไม่ได้ต้องการแค่อ่านหนังสือ แต่พวกเขาโหยหาประสบการณ์ และบรรยากาศที่ช่วยชาร์จพลังใจต่างหาก

ที่มา 

3emeOeil

indiatoday

Related Posts

เช็ก 4 ช่องทาง แจ้งเคลม “ประกันภัยพิบัติ” คุ้มครอง น้ำท่วม-วาตภัย-แผ่นดินไหว เยียวยาสูงสุด 1 แสน
46 ปี “สวนสยาม ทะเลกรุงเทพฯ” แลนด์มาร์กคนเที่ยว 1.2 ล้านคน/ปี เจอน้ำท่วมเสียหายร้อยล้าน ต้องปิดปรับปรุงนานถึง 6 เดือน 
ทรูรวมพลังน้ำใจช่วยภัยน้ำท่วม …ผู้บริหาร พนักงานผนึกกำลังส่งถุงกำลังใจ พร้อมดูแลสัญญาณ เคียงข้างชุมชนฝ่าวิกฤตน้ำท่วม