Exclusive Featured SMEs

จากเค้กที่คฺณแม่ตั้งใจทำให้อาม่าทาน “เค้กคิดถึง” ตำนานความอร่อยกว่า 40 ปี แห่งเมืองโคราช รสชาติที่ลูกค้าสุดคิดถึง

“เค้กคิดถึง” ร้านเค้กจากโคราชที่มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยเฝ้ารอทุกปี เพราะจะเปิดเตาเพียงปีละ 1 ครั้ง ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนมกราคม

ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 2522 รวมเวลากว่า 40 ปี มีจุดเริ่มต้นมาจากความตั้งใจของ คุณแม่สุพัตรา โล่พิทักษ์อุดม ที่อยากทำขนมให้อาม่าได้ทาน จนค่อยๆ พัฒนากลายเป็นเค้กสูตรพิเศษที่ครองใจลูกค้ามาจนถึงทุกวันนี้

“เราเปิดปีละครั้ง ทุกคนจะกลับมาเจอกันทั้งทีมทำเค้ก ร้านวัตถุดิบ ลูกค้า และบริษัทรถทัวร์ที่คอยส่งเค้กให้เรา” คำบอกเล่าของ คุณฝ้าย-จิดาภา โล่พิทักษ์อุดม ลูกสาวที่เข้ามาช่วยสานต่อร้านเค้กคิดถึง ทั้งการรับออร์เดอร์ การจัดการหลังบ้าน และการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อพาร้านเค้กของแม่และครอบครัวให้เติบโตต่อไป

ในคอลัมน์ #LegacyEntrepreneur เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณแม่สุพัตรา และคุณฝ้าย ถึงเรื่องราวการเริ่มต้นร้านเค้กคิดถึง

เค้กคิดถึง
เค้กคิดถึง

เริ่มต้นจากความตั้งใจ “ทำเค้กให้อาม่าทาน”

คุณแม่สุพัตรา ในวัย 75 ปี ให้สัมภาษณ์กับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์อย่างเป็นกันเองว่า ร้านเค้กคิดถึงไม่ได้มีจุดเริ่มต้นจากความคิดอยากเปิดร้าน แต่เกิดจากความตั้งใจของเธอที่อยากทำเค้กให้อาม่าทาน เพราะอาม่าชื่นชอบเค้กกับแยมโรลเป็นพิเศษ จนต้องสั่งซื้ออยู่เป็นประจำ 

ด้วยเหตุนี้ เธอในฐานะลูกสาวจึงตัดสินใจไปเรียนทำขนมอย่างจริงจังในปี 2519 ก่อนกลับมาลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง โดยมีอาม่าคอยชิมและให้คำแนะนำอยู่ไม่ห่าง

“เรียนทำขนมมาใช่ว่าเราจะทำเป็นเลย ต้องมาลองผิดลองถูก ทำไหม้บ้าง ทิ้งบ้าง อาม่าคอยติชม ไม่ลงตัวสักที เพราะท่านเป็นคนเน้นความอร่อย รสชาติต้องดี 

ตอนหลังรสชาติเริ่มลงตัว อาม่าบอกให้ทำไปให้ญาติพี่น้องกับเพื่อนฝูงหน่อย เขาก็ชมว่าอร่อยและอยากส่งไปให้ญาติให้เพื่อนเขาต่ออีก ให้ช่วยทำให้หน่อย เราก็ไม่คิดจะขายหรอก แต่เขาบอกขอซื้อๆ” นั่นจึงเป็นเหตุผลให้คุณแม่สุพัตราทำขนมเรื่อยมา

ในสมัยนั้นคุณแม่สุพัตราขายแยมโรลชิ้นละ 5 บาท เค้กกล้วยหอมถ้วยละ 1 บาท ส่วนเค้กแต่งหน้า เป็นเมนูที่เริ่มทำในภายหลังจากคำแนะนำของลูกค้า แม้ตอนเรียนจะเน้นเรื่องสูตรอาหารและขนมอบเป็นหลัก 

แต่ด้วยความมุ่งมั่นเธอจึงเรียนรู้เพิ่มเติมจากหนังสือและรายการโทรทัศน์ ก่อนค่อยๆ พัฒนาสูตรจนได้เค้กรสชาติถูกปากลูกค้า วางขายในราคาปอนด์ละร้อยกว่าบาท และกลายเป็นเมนูที่สร้างชื่อในเวลาต่อมา

“ร้านเราใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ไม่แต่งกลิ่น แต่งสี ใบเตยปลูกเอง คั้นสด และวัตถุดิบอื่นๆ ก็เลือกใช้อย่างดี ไม่เจือวัตถุกันเสีย เน้นคุณภาพเป็นหลัก และไม่เคยปรับรูปแบบการตกแต่งหน้าเค้ก เห็นแล้วรู้เลยว่านี่คือเค้กคิดถึง”

“แรกๆ เราใช้กล่องเปล่าใส่เค้ก ผูกโบ ลูกค้าที่มาซื้อเขาบอกรำคาญแล้ว มีแต่คนโทร.มาถามว่าเค้กเจ้านี้อยู่ตรงไหน เพราะจะสั่งบ้าง อย่างน้อยมีเบอร์โทร.สักหน่อย เลยไปทำตรายางมาปั๊มบนกล่อง 

ลูกค้าก็ซื้อไปส่งต่อเรื่อยๆ เขาบอกเค้กเจ้านี้อร่อย แต่เป็นเค้กไม่มีชื่อ เลยไปปรึกษาน้องชาย เขาก็ช่วยตั้งมาให้ 4-5 ชื่อ เรามาถูกใจชื่อเค้กคิดถึง เพราะลูกค้ากินแล้วคิดถึงเค้กเจ้านี้ แล้วถามว่าเมื่อไหร่จะเปิดเตาอีก” คุณแม่สุพัตราเล่าให้ฟังถึงที่มาของชื่อร้าน

เค้กคิดถึง
เค้กคิดถึง

เปิดเตาเพียงปีละครั้ง

คุณแม่สุพัตราเล่าว่า ร้านเค้กคิดถึงปรับมารับออร์เดอร์และเปิดเตาเพียงปีละหนึ่งครั้ง เพราะครอบครัวขายอะไหล่รถยนต์เป็นอาชีพหลัก จึงไม่สามารถรับออร์เดอร์ที่เริ่มเกินกำลังได้ โดยทางร้านเลือกเปิดรับออร์เดอร์และเปิดเตาในช่วงปลายปี เพราะลูกค้าส่วนใหญ่นิยมซื้อไปเป็นของฝากช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยในปีที่ผ่านมา เปิดออร์เดอร์ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน และจบในวันที่ 9 มกราคม ทั้งนี้ก่อนเปิดรับออร์เดอร์และเปิดเตา มักมีลูกค้าโทร.มาสอบถามล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนว่าร้านเค้กคิดถึงจะเริ่มเปิดเตาเมื่อไหร่

“เค้กเราคนที่อยากทานนานๆ วันสุดท้ายเขาจะสั่งหลายกล่องไปฟรีซ บางบ้านฟรีซแล้วทยอยกิน เขาบอก 2 เดือนยังอร่อย รสชาติเหมือนเดิม ไม่ผิดกับวันแรกที่ซื้อมาเลย

เราภูมิใจนะเวลาได้ยิน มันหายเหนื่อย ยิ่งมีคนพูดทำนองเดียวกัน ยิ่งภูมิใจ พอมีลูกมาช่วย ก็เบาแรงไปได้เยอะ เพราะเมื่อก่อนรับโทรศัพท์เอง จดออร์เดอร์เอง” คุณแม่สุพัตราบอกทิ้งท้าย

เค้กคิดถึง
เค้กคิดถึง

สานต่อเค้กคิดถึงให้เติบโต

จากคุณแม่ที่เป็นผู้ดูแลการผลิตเค้ก ปัจจุบันได้คุณฝ้ายผู้เป็นลูกสาว เข้ามารับช่วงต่อช่วยดูแลในหลายด้าน ทั้งการรับออร์เดอร์ การจัดการหลังบ้าน รวมถึงการดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเธอตั้งใจใช้เป็นช่องทางสื่อสารกับลูกค้า

ปัจจุบันทางร้านมีทั้งเพจเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม เพื่อให้ลูกค้า เพื่อนๆ หรือผู้ที่กำลังตามหาร้านเค้กคิดถึงสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกมากขึ้น แตกต่างจากในอดีตที่แทบไม่มีข้อมูลของร้านปรากฏอยู่บนโลกออนไลน์เลย

“เราพยายามสร้าง Awareness ในช่วงแรก ให้ลูกค้ารู้ว่าร้านมีความเป็นมายังไง มีเค้กรสชาติอะไรบ้าง และเปิดรับออร์เดอร์ช่วงไหน ซึ่งเป็นความโชคดีที่มีสื่อและเพจช่วยกันกระจายข้อมูลมากขึ้น ปัจจุบันจึงไม่ต้องสื่อสารอะไรมากแล้ว เพราะลูกค้ารับรู้จากข้อมูลที่สื่อไป ทำให้ทุกคนรอสั่งออร์เดอร์อย่างเดียว 

แต่ทุกปีก่อนเปิดรับออร์เดอร์ เราจะสรุปข้อมูลให้อีกครั้งว่ามีเค้กรสชาติอะไรบ้าง รวมถึงอัปเดตจังหวัดที่ส่ง วิธีการสั่งซื้อ เพื่อเวลามีออร์เดอร์เข้ามาทีเดียวเยอะๆ มันจะง่ายสำหรับเรา ถ้าลูกค้าสามารถตอบข้อมูลได้ครบถ้วน เราก็สามารถสรุปยอดได้เลย

เราจำชื่อลูกค้าได้หมด ช่วงทำเค้กก็จะเริ่มถามถึงลูกค้าแล้วว่าคนนี้ยังไม่มาเหรอ หรือลูกค้าส่งต่างจังหวัด เวลาแพ็กก็จะเห็นว่าคนนี้มาสั่งแล้ว ก็ยังเป็นคนเดิมๆ และมีลูกค้าหน้าใหม่เพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ” คุณฝ้ายเล่าให้ฟัง

ในส่วนของการผลิต เมื่อได้รับออร์เดอร์แล้วคุณฝ้ายจะเป็นคนวางแผนและเฉลี่ยจำนวนออร์เดอร์ให้ฝ่ายผลิตในแต่ละวัน เพื่อให้ลูกค้าได้รับออร์เดอร์ครบถ้วน และฝ่ายผลิตสามารถจับมือกันทำไปจนถึงวันสุดท้ายของการปิดเตาได้

เธออธิบายว่า “วันแรกของการเปิดเตา จะให้ทีมผลิตซึ่งเป็นลูกหลานเครือญาติที่มารวมตัวกันเฉพาะกิจ ได้เริ่มวอร์มอัพกันก่อน เพราะทุกคนไม่ได้ทำสิ่งนี้มาหนึ่งปี และอัดกันในช่วงใกล้ถึงเทศกาลปีใหม่ที่ลูกค้าต้องใช้เค้กกันเยอะ 

พอปิดเตาทุกคนก็แยกย้ายไปทำอาชีพหลักของตัวเอง ส่วนหน้าร้านที่คุณป้าใจดีให้ยืมพื้นที่เปิดปีละครั้ง เราก็จะเก็บป้ายร้านออกหมดเลย ถ้าลูกค้ามาหาร้านตอนนี้จะไม่เจอ เราจะขึ้นป้ายร้านอีกทีตอนเปิดเตา”

สำหรับรสชาติของเค้กคิดถึง มีให้เลือกชิม 6 รสชาติ ได้แก่ เค้กเผือก, เค้กใบเตย, เค้กกาแฟ, เค้กช็อกโกแลต, เค้กวานิลลา และเค้กผลไม้หน้าแยม โดยเค้กทุกรสชาติขายไซซ์ 2 ปอนด์ต่อก้อนขึ้นไป ในราคา 540 บาท ราคาเท่ากันทุกรสชาติ (ปอนด์ละ 270 บาท)

สำหรับการจัดส่ง ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากๆ ร้านเค้กคิดถึงจึงหาวิธีการที่ดีที่สุด เพื่อส่งต่อเค้กคุณภาพดีให้ลูกค้าได้ทานอย่างมีความสุขสมกับการรอคอย ซึ่งจัดส่งโดยรถทัวร์ตามเส้นทางการเดินรถ

“เวลาลูกค้าสั่งเขาจะบอกว่าอยากได้วันไหน แล้วเราจะแจ้งเวลาว่ารถไปถึงกี่โมง เขาก็จะไปรับที่ท่ารถ ซึ่งเราจะต้องอัปเดตตารางเดินรถทุกปี อย่างปีล่าสุดเขาเปลี่ยนเส้นทางเดินรถ เลยไม่ได้ส่งในบางจังหวัด เพราะรถไม่ผ่านทางนั้นแล้ว ก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ลูกค้าน่ารักมาก 

อย่างเส้นกบินทร์บุรี ที่ไม่ได้ส่งแล้ว ก็ยังมีลูกค้าขับรถไปรับเค้กในจังหวัดใกล้เคียงที่รถทัวร์จอด หรือกรุงเทพฯ เราดร็อปแค่หมอชิต บางคนอยู่สมุทรปราการ อยู่นครปฐมก็ขับรถเข้ามารับเพื่อให้ได้กินเค้กของเรา

เราเคยลองใช้ขนส่งห้องเย็นแล้ว แต่เค้กหน้าแตก เพราะอุณหภูมิเย็นเกินไป เราอยากให้ลูกค้าได้เค้กหน้าตาสมบูรณ์ เลยต้องส่งผ่านรถทัวร์”

ถามทิ้งท้ายถึงความภูมิใจในฐานะทายาทที่เข้ามารับช่วงต่อร้านเค้กคิดถึง คุณฝ้ายบอกว่า “ดีใจมาก เราโตมากับห้องเค้กตั้งแต่เด็กๆ ไปวิ่งเล่นอยู่ในนั้น มีทำเค้กเสียบ้าง ทำหล่นบ้าง เรียกว่าวุ่นวาย 

จนวันหนึ่งได้มาช่วย เราก็ได้เห็นฟีดแบ็กจากทั้งหน้าเพจและคอมเมนต์ ว่าเขารออยู่นะ หรือทุกครั้งที่มีเพจใหญ่ๆ ทักเข้ามา ก็ดีใจมาก ไม่คิดว่าตอนนั้นที่ทำกันเล็กๆ แบบไม่มีหน้าร้านจะมาถึงจุดที่เพจใหญ่ให้ความสนใจ”

Related Posts

สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!
นางไปรยา ไทยชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท เพ็ญภาค เบฟเวอเรจ จำกัด
FULLFISH เปิดจักรวาล “Fulltopia” ครั้งแรกบนเวที THAIFEX 2026 ปิดดีลผู้นำเข้าจาก 6 ประเทศ