Featured SMEs

“เลิฟซ่า” ธุรกิจ “ซุง-ซ้อก้าด” จากวิ่งหาตลาดโชห่วยรายใหญ่ สู่ไวรัลจนคนแห่ตามหา ดันยอดขาย 1 ล้านกระป๋องใน 3 วัน

หากพูดถึงกระแสในโลกโซเชียลช่วงนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักเครื่องดื่มแบรนด์ “Loveza” (เลิฟซ่า) ที่ล่าสุดสร้างความฮือฮาด้วยการที่ร้านดังหยิบไปสร้างเมนู เลิฟซ่าสเลอปี้ เกล็ดน้ำแข็งเนื้อเนียนสุดฟินจากร้าน น้องเอลฟ์ เกี๊ยวเด้งจัมโบ้ ในงานวัดไร่ขิง จนกลายเป็นไวรัลที่คนต่อคิวซื้อกันยาวเหยียด 

โดยเจ้าของ Loveza (เลิฟซ่า) ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือ ซุง-ศตาวิน นาราทองเพชร กับ ซ้อก้าด-ณัฐชยานันท์ สุขวัฒนพร เจ้าของแบรนด์ Love Potion ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า สกินแคร์ และเครื่องสำอางชื่อดัง 

แต่กว่าธุรกิจน้ำดื่มกระป๋องจะประสบความสำร็จขนาดนี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพวกเขาต้องแลกมาด้วยบทเรียนราคาแพงจากปัญหาค่าใช้จ่ายแฝง และปัญหาการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเป็นต้น 

จากประสบการณ์ดังกล่าวทำให้พวกเขามีความรู้ และรอบคอบมากขึ้นในการบริหารสต็อกควบคุมซัพพลาย ไปจนถึงการเลือกช่องทางจัดจำหน่ายที่แม่นยำ ซึ่งส่งผลให้พวกเขาพลิกเกมจนสามารถกวาดยอดขายทะลุถึง 1 ล้านกระป๋องภายในเวลา 3 วัน จนกลายเป็นไวรัลให้คนแห่ตามหากันทั่วบ้านทั่วเมือง 

จุดเริ่มต้นของความซ่า

ก่อนจะมีแบรนด์ Loveza ต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นแรกของทั้งคู่ ในการสร้างแบรนด์ LOVELY DRINK น้ำเปล่าแต่งกลิ่นผลไม้ ที่ขาดทุนกว่า 15 ล้านบาท และปิดตัวลงภายใน 4 เดือน 

โดยแรงบันดาลใจมาจากการที่ซุงได้ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น แล้วได้ลองดื่มน้ำเปล่าแต่งกลิ่นผลไม้ที่ขายดีมาก จนเกิดความประทับใจต่อสินค้า ทำให้ลุกขึ้นมาสร้างแบรนด์เครื่องดื่มโปรดักต์แรกของตัวเอง แต่ก็ไม่สำเร็จ ทำให้การทำธุรกิจน้ำดื่มในครั้งนั้นเป็นบทเรียนสำคัญของพวกเขา 

จนกลายมาเป็นจุดเปลี่ยนที่หันมาทำธุรกิจน้ำดื่มแบรนด์ Loveza เครื่องดื่มน้ำโซดาผลไม้ที่มีให้เลือก 3 รสชาติ ได้แก่ รสองุ่นเคียวโฮ, รสฮันนี่เลมอน และรสลิ้นจี่ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นคือเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีน้ำตาล และมีส่วนผสมของวิตามิน เช่น วิตามิน B3, B6 และ B12 ช่วยบำรุงระบบประสาทและเสริมสร้างพลังงาน

การกลับมาครั้งนี้ได้ร่วมมือกับ CJ MORE ในด้านช่องทางการจัดจำหน่าย พร้อมควบคุมราคาขายปลีกให้เข้าถึงง่ายในราคา กระป๋องละ 18 บาท

นอกจากนี้ การเลือกนำสินค้าจำหน่ายใน CJ MORE แทนที่จะเป็นร้านสะดวกซื้อเบอร์ใหญ่ ก็มาจากเหตุผลด้านการบริหาร ด้วยกำลังการผลิตที่จำกัด การเลือกพาร์ตเนอร์รายนี้จึงช่วยให้พวกเขาสามารถควบคุมซัพพลาย และดูแลระบบหลังบ้านได้อย่างแม่นยำมากกว่า 

หลังจากที่สินค้าถูกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการก็กลายเป็นกระเเสจนเกิดเป็นคอนเทนต์ ตามล่าหา Loveza

ลุยตลาดต่างจังหวัดด้วยตัวเอง

นอกจากจะขายตามร้านสะดวกซื้อแล้ว พวกเขายังลงทุนนำ Loveza ไปเปิดตลาดที่ต่างจังหวัด ด้วยการลงพื้นที่ไปพูดคุย ศึกษาตลาดตามร้านโชห่วยต่างๆด้วยตัวเอง จนทำให้สามารถขยายตลาดไปต่างจังหวัดได้ง่ายขึ้น

เพราะแบบนี้เลยทำให้ Loveza มีฐานตลาดที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น จนทำให้เกิดเมนูสุดไวรัลอย่าง เลิฟซ่าสเลอปี้ สินค้าขายดีในงานวัดไร่ขิง และล่าสุดพี่ญาคนรุมก็ได้นำ Loveza มาวางขาย จนเกิดเป็นคลิปไทยมุง ที่แสดงถึงความขายดีของผลิตภัณฑ์ จนร้านโชห่วยต้องหามาขายตามกัน

จากบทเรียนราคาแพงในวันนั้น สู่การปรับกลยุทธ์ธุรกิจที่รัดกุมในวันนี้ ทำให้ปัจจุบัน Loveza ที่เปิดตัวมาได้เพียง 6 เดือน สามารถกวาดรายได้ไปได้ถึง 3 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์ที่น่าจับตามองมากเลยทีเดียว ว่าพวกเขาจะเติบโตไปในทิศทางไหนต่อ

ผู้เขียน เด็กหอ (ปางบุญ สุทธิวงษ์)

Related Posts

คุยกับ “Sourcing Table” บรันช์ที่เปลี่ยนวิธีคิด จาก 'กินอร่อย' สู่ ‘ความรักและเข้าใจ' คุณค่าวัตถุดิบ-คนตัวเล็กทั่วไทย