Featured
“ปลูกผักแลกค่าเทอม” เป็นโครงการยุทธศาสตร์หนึ่งของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ ในการนำความรู้ ภาคทฤษฎีมาทำการผลิตพืช ผัก ผลไม้ ไข่ เนื้อสัตว์ ปลา โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษา/นักวิชาการทำหน้าที่พี่เลี้ยง นำเทคนิค องค์ความรู้ มาสอนแนะแก่นักศึกษา ซึ่งมาจากทุกคณะ ทุกชั้นปี ที่สนใจ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แบ่งเบาภาระให้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครองในค่าเล่าเรียน ปัจจุบันมีนักศึกษาที่สมัครใจเข้าร่วมในโครงการจำนวน 467 คน จาก 11 คณะ สำหรับโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้เทคนิคทางการเกษตรจากการปฏิบัติงานจริงนอกห้องเรียน รวมทั้งมีรายได้เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองในการลงทะเบียนเรียน ขณะที่ทางคณะและสำนักได้บูรณาการการเรียนการสอน เพื่อการสร้างบัณฑิตที่มีทักษะ ความรู้ ความสามารถ ทั้งยังเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการผลิตสินค้าสำหรับผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ป้อนเข้าสู่กาดแม่โจ้ 2477 ผลการดำเนินงานในภาคเรียนที่ผ่านมา (ภาคเรียนที่ 2/2559) นักศึกษาสามารถจำหน่ายผลผลิตที่ผลิตจากพื้นที่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย จัดสรรให้ดำเนิน
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน จากกรณีมีการแชร์กันในโลกโซเชียล ว่ามีร้านอาหารตามสั่งบริเวณถนนพายัพทิศ ซอย 9 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ให้ปริมาณอาหารเยอะและราคาไม่แพง เป็นที่ถูกใจของนักเรียน นักศึกษา ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปรวจสอบที่บ้านเลขที่ 559/9 ถนนพายัพทิศ ซอย 9 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบร้านอาหารตามสั่งมีชื่อว่า “จานระเบิด” มีนายธนภัทร สุวรรณประทีป อายุ 38 ปี และนางสาวดวงพร คณา อายุ 39 ปี สองสามีภรรยาเป็นเจ้าของร้าน ภายในร้านมีโต๊ะบริการลูกค้าทั้งหมด 4 โต๊ะ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียน นักศึกษา จากการสอบถามนายศักดิ์พล บุญญวงศ์ อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า เริ่มจากเห็นคนแชร์กันเยอะในเฟสบุ๊ค เพื่อนที่เคยมากินก็บอกว่าอร่อยแถมได้เยอะมากจึงลองมากิน ถ้าไม่เห็นราคาในป้ายก็คิดว่าน่าจะจานละร้อยกว่าบาท ซึ่งสามารถกินได้ถึง 3-4 คนเลยทีเดียว วันนี้ตนสั่งเมนูกระเพราจานยักษ์มากินเพราะอยากลอง แต่น่าจะกินไม่หมดคงต้องห่อกลับบ้านอีกด้วย ด้านนางสาวสิริมา ปัตตาทานัง อายุ 19 ปี นักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา กล่าวว่า ตนเห็นจากเพื่อนในเฟ
ที่หมู่บ้านกรงกราง ม.6 ต.โนนไทย อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา มีเกษตรกรรายหนึ่งใช้พื้นที่สระน้ำกลางแปลงนา เลี้ยงหอยขมในถุงตาข่ายไนล่อนสีฟ้าขาย เป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว ซึ่งการเลี้ยงที่ง่าย ลงทุนน้อย และกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก มีลูกค้ามาสั่งซื้อถึงที่จนหอยโตไม่ทันขาย ต้องจองล่วงหน้าตั้งแต่เอาลูกหอยลงเลี้ยง เลี้ยงหอยขมในถุงตาข่าย นายชาญศิลป์ ทรัพย์โนนหวาย อายุ 42 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงหอยขม เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพทำนาเหมือนกับชาวบ้านทั่วไป แต่ชอบหาอาชีพสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว ซึ่งเห็นว่าหอยขมเป็นที่นิยมของชาวบ้านนำไปประกอบอาหาร แต่กว่าจะหารับประทานได้ก็ต้องรอถึงฤดูฝน และปัจจุบันนี้หอยขมตามแหล่งธรรมชาติก็หารับประทานยาก อีกทั้งยังมีสารพิษตกค้างจากการใช้สารเคมีตามไร่ ตามนา จึงทำให้คนเกิดความกังวลว่าอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ดังนั้นตนจึงได้ลองศึกษาการเลี้ยงหอยขมในสระน้ำดู แบ่งพื้นที่ในสระน้ำเลี้ยงหอย “โดยใช้สระน้ำที่ขุดไว้กลางทุ่งนา นำหอยขมที่จับมาได้ปล่อยลงสระ ซึ่งกว่าจะขายได้ก็ใช้เวลานานเกือบ 6 เดือน อีกทั้งหอยที่ได้ก็มีขนาดไม่ได้มาตรฐานตามความต้องการ รวมถึงยังมีขี้ดินติดมา
ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นปีที่กลุ่มธุรกิจไลน์สติ๊กเกอร์มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและสามารถสร้างสถิติใหม่ให้กับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นยอดดาวน์โหลดไลน์สติ๊กเกอร์เฉพาะในไตรมาสแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมาเพิ่มสูงขึ้นถึง 52% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ในขณะที่ตลาด LINE CREATORS MARKET ก็ได้สร้างสถิติใหม่ด้วยจำนวนครีเอเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 200% จากปีที่ผ่านมา รวมแล้วมีจำนวนครีเอเตอร์สติ๊กเกอร์คนไทยแล้ว 340,000 คน ด้วยจำนวนครีเอเตอร์และยอดการดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ที่มากขึ้นนี้เอง ทางไลน์จึงมีการมอบรางวัล LINE STICKERS AWARDS 2018 ให้กับสุดยอดสติ๊กเกอร์ที่มีความโดดเด่นสูงสุดใน 7 สาขา ได้แก่ 1. รางวัลสุดยอดความร่วมมือแห่งปี (Best Collaboration Sticker Award) สติ๊กเกอร์ Jumbooka x GMM ซึ่งเป็นการรวมเอาจุดแข็งของทั้ง 2 ฝ่าย คือ คาแร็กเตอร์สุดปัง Jumbooka กับเพลงสุดฮิตของ GMM 2. รางวัลสติ๊กเกอร์หน้าใหม่ยอดนิยมแห่งปี 2017/2018 (New Face Best Seller 2017/2018 Award) สติ๊กเกอร์ ขิง ขิง & หมูเด้ง เป็นคาแร็กเตอร์ที่โด่งดังมาจาก
ไม่น่าเชื่อว่า จากจุดเริ่มต้นของผู้บริหารสาวที่ “แพ้นมวัว” จะก้าวมาสู่ธุรกิจ นมอัลมอนด์สัญชาติไทย “137 ดีกรี” ส่งออก 30 ประเทศทั่วโลก ครองใจผู้บริโภคตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ เป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้ที่แพ้นมวัวทั่วโลก 137 ดีกรี แบรนด์นี้มีที่มาจากแพ้นมวัว คุณอริสรา กุลปิยะวาจา หรือ คุณพีช ผู้บริหารสาวรุ่นใหม่ไฟแรงวัย 29 ปี กรรมการผู้จัดการ และผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ บริษัท ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมอัลมอนด์ แบรนด์ 137 ดีกรี ก่อตั้งเมื่อปี 2558 ที่มาของ 137 ดีกรี สืบเนื่องมาจากการแพ้นมวัว “พีชพยายามหาทางเลือกใหม่ให้กับตัวเอง จนเมื่อ 2 ปีก่อน สรรหาธัญพืชหลากชนิดมาทำนม กระทั่งได้สูตรที่อร่อยลงตัว เป็นนมอัลมอนด์ ใครผ่านไปผ่านมาที่บ้าน จะแวะเวียนให้พีชทำให้กินอยู่เสมอ” ซึ่งในขณะนั้น นมอัลมอนด์ยังไม่เป็นที่รู้จักในไทย คุณพีชจึงทดลองทำใส่ขวดแก้วฝากขายตามร้านต่างๆ ได้รับการตอบรับที่ดี แต่มีปัญหาสินค้าอายุสั้น จึงเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เป็นรูปแบบบรรจุกล่องมาตรฐาน UHT ในแบบปัจจุบัน แต่กว่าจะถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย คุณพีช เผยสั้นๆ ว่า ช่วงแรกมีแค่ตนกับฝ่ายบัญชีเท่าน
คุณพาณี วงษ์เวียงจันทร์ คือ ผู้ประกอบการ ที่คิดนำ “ของดี”แต่และภูมิภาค อย่าง เสื่อกระจูด งานฝีมือของทางภาคใต้ มาผสมผสานกับผ้าทอของไทย จนได้ออกมาเป็น “รองเท้าแฟชั่นผ้าไทย” ภายใต้แบรนด์ 7-DAYs (เซเว่น เดย์) ออกวางจำหน่ายทั้งปลีก-ส่ง จนเป็นที่ถูกอกถูกใจลูกค้าทั้งไทยและเทศมานักต่อนักแล้ว แต่กว่าจะได้โอทอป 4 ดาว ในปี 2553 และล่าสุด ขึ้นแท่น “ผลิตภัณฑ์เด่น”ของจังหวัดนนทบุรีนั้น เจ้าของเรื่องราวคราวนี้ เอ่ยปากในตอนต้นของบทสนทนาว่า “ไม่ง่ายเลย” พร้อมย้อนความเป็นมาให้ฟัง ก่อนหน้านี้ เคยเป็นครูธุรการฝ่ายการเงินในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ทำอยู่หลายปี กระทั่งมีความคิดอยากทำธุรกิจของตัวเอง ในราวปี 2544 จึงลาออกมาค้าขายแบบรับมา-ขายไป ขายสารพัดทั้งเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ไม้ ฯลฯ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะมักเจอปัญหาขายตัดราคากัน เลยลองเริ่มใหม่ ไม่หวังคอยแต่รับของคนอื่นมาขายแล้ว แต่จะผันตัวเป็นผู้ผลิตเอง คุณพาณี เจ้าของกิจการฯ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่รู้ว่าจะผลิตอะไรดี กระทั่งมาพบคุณป้าท่านหนึ่ง ซึ่งกำลังถักเชือกสานทำเป็นรองเท้าแตะขายอยู่ริมทางเท้า จึงเข้าไปสอบถาม จนทราบขั้นตอนการทำคร่าวๆ แถมคุณป้าท่านนั้
ดร.โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจออนไลน์ บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เผยถึงความร่วมมือระหว่าง บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ที่ได้ร่วมมือกันพัฒนาธุรกิจ Online E-Commerce แบบครบวงจรผ่านทาง www.thailandpostmart.com และแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือว่า “บีอีซี-เทโรฯ มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์งานด้านระบบออนไลน์มากว่า 20 ปี ทั้งด้านการผลิตเว็บไซต์ พัฒนาฐานข้อมูล รวมถึงการซื้อขายออนไลน์ ซึ่งจะเห็นได้จากผลงานที่คุ้นตาประชาชน อาทิ เว็บซื้อขายตั๋วออนไลน์ “ไทยทิคเก็ตเมเจอร์”, เว็บซื้อขายตั๋วหนังในเครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์, เว็บข่าวสารยอดนิยม “เรื่องเล่าเช้านี้.com” และอื่นๆ อีกมากมาย เราจึงเชื่อมั่นว่าความชำนาญของเราจะช่วยพัฒนาระบบการจำหน่ายสินค้าจากชุมชนผ่าน “www.thailandpostmart.com –ของดีทั่วไทย ส่งให้ถึงมือ” ให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางการกระจายสินค้าเกษตร สินค้าชุมชน และเป็นศูนย์รวมสินค้าโอท็อปของประเทศ ส่งตรงถึงผู้บริโภค” จากความร่วมมือดังกล่าว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้ติดต่อขอพูดคุยกับ ดร.โชคชั
เกษตรจังหวัดพังงา นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ หมู่ที่ 3 ตำบลท่านา อำเภอกะปง จังหวัดพังงา พบปะสมาชิกเครือข่ายไม้ผล อำเภอกะปง และลงดูพื้นที่เยี่ยมชมสวนทุเรียนสาลิกาของ คุณธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพังงา ซึ่งพื้นที่สวนดังกล่าวเป็นสวนทุเรียนพันธุ์สาลิกา ในพื้นที่เนินเขาตามสไตล์สวนของชาวพังงาทั่วไป ที่มีอายุต้นประมาณ 20 ปีเศษ กำลังติดผลเต็มต้น ใกล้เข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวเข้ามาทุกที นักบริโภคทุเรียนสาลิกาทั้งใกล้ไกล ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม เริ่มมีผลผลิตออกสู่ตลาด แต่ผลผลิตออกเยอะจริงๆ ประมาณช่วงเดือนมิถุนายน และจะกระจายไปถึงเดือนกรกฎาคม 2561 ปีนี้คาดว่าทุเรียนสาลิกาจะมีผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมา และมีคุณภาพที่ดี อร่อย สมการรอคอยอย่างแน่นอน คุณนิพนธ์ สุขสะอาด เกษตรจังหวัดพังงา เล่าว่า จังหวัดพังงา เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และเป็นเมืองเกษตรที่ผลิตสินค้าสำคัญๆ หลายชนิด ทั้งไม้ผลจำพวกมังคุด ทุเรียน เงาะ ลองกอง สินค้าปศุสัตว์ ประมง และโดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์สาลิกา ซึ่งเป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง จังหวัดพังงามีพื้นที่ปลูกทุเรียนสาลิกา ประมาณ 500 ไร่ ซึ่งขณะนี้ชื่อเสียงของทุ
สยามพิวรรธน์ ผู้นำนวัตกรรมค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของและผู้บริหารโครงการระดับโลก อาทิ สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามพารากอน และไอคอนสยาม โดยช่วงตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมา สยามพิวรรธน์ ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนา และถือเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งเมื่อ สยามพิวรรธน์ จับมือ ไซม่อน ร่วมกันสร้างความหลากหลายของจุดหมายปลายทางด้านการค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ในประเทศไทย ด้วยการเปิด Luxury Premium Outlet ร่วมทุนกับ ไซม่อน สร้างลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาต์เลต นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ กล่าวว่า การร่วมทุนในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญ ด้วยเล็งเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพมากพอในการเปิดลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาต์เลต ซึ่งสยามพิวรรธน์เองมีแนวคิดสร้างเอาต์เลตมานาน 20 ปี จนเมื่อ 3 ปีที่แล้วแผนการเปิดเอาต์เลตได้กลับมาอีกครั้ง “สยามพิวรรธน์เป็นฝ่ายเจราจากับ ไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป ซึ่งไซม่อนเองเล็งเห็นศักยภาพตรงนี้เหมือนกัน ด้วยไทยมีประชากร 70 ล้านคน ที่สำคัญ ยังมีปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติหมุนเวียนในปัจจุบันมากถึง 35 ล้านคน มีตัวเลขเพิ่มขึ้นทุกปี ปีละ 15-20 เปอร์เซ็นต์” ซึ่งการ
ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ร้านอาหารแนวบ้านๆ เรียบง่ายของ ครัวเจ๊ปูอาหารป่า ตั้งอยู่ เลขที่ 103/3 หมู่ 8 ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ของเจ๊ปู-นางสาวสินาภรณ์ ศิริบาล อายุ 38 ปี เจ้าของร้านอาหารสุดแซ่บเวอร์อัธยาศัยดี โดยเจ๊ปู ระบุว่า ตัดสินใจที่จะเปิดร้านอาหาร แต่การตกแต่งร้านก็ไม่อยากให้ดูหรูหรามากเกินไปเพราะเกรงว่าลูกค้าบางท่านก็จะมองว่าราคาอาจจะแพงเลยเนรมิตแบบฉบับบ้านๆ ให้ดูเข้าถึงความอร่อยได้ ในราคาที่ย่อมเยา และด้วยตนเองทำธุรกิจเกี่ยวกับการเลี้ยงจิ้งหรีดไข่ขายส่งอยู่ ซึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณร้านไม่ไกลมากนัก จึงได้คิดค้นเมนู กินแปลกแหวกแนว โดยการลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง จนได้สูตรเฉพาะลงตัว กับเมนู “ยำจิ้งหรีดไข่ทอด” จุดเด่นแบบถือว่าเป็นไฮไลต์เลย ต้องแห้งไม่ให้มีน้ำมาก แค่พอขลุกขลิก ซึ่งตั้งทิ้งนั่งนานๆ เมนูนี้ก็ยังรักษาความกรุบกรอบอยู่ และยังเพิ่มเติมกับเมนู “ลาบจิ้งหรีดทอด ส้มตำไทยโรยด้วยจิ้งหรีดทอด” และอีกเมนูที่นำเสนอก็คือ “ไข่เจียวจิ้งหรีดทอด” ที่หน้าตาคล้ายๆ กับ ไข่เจียวหมูสับ ซึ่งเป็นเมนูอาหารสุดโปรดของหลายๆ ท่าน สำหรับร้านเจ๊ปูถ้ามาจากตัวเมืองกาญจนบุรี เดินทางจากถนนเส้นหล
