Featured
งานแฮนด์เมดยังเป็นสินค้าประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมโดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น เพราะมีชิ้นเดียวในโลก ที่สำคัญ แปลกไม่ซ้ำใคร เส้นทางเศรษฐีมีธุรกิจแฮนด์เมดสุดน่ารักมานำเสนอ เป็นธุรกิจนาฬิกาแฮนด์เมดตกแต่งแอกเซสซอรี่สวยงาม ในชื่อแบรนด์ Mena Handmade โดยเจ้าของธุรกิจ คุณแหม่ม-สุนิตสา ชนะเสนา วัย 33 ปี คุณแหม่มเริ่มต้นธุรกิจจากความรักและชอบในงานประดิษฐ์ ความคิดไม่หยุดนิ่ง มีไอเดียสร้างสรรค์อยู่เสมอ จึงเริ่มประดิษฐ์นาฬิกาแฮนด์เมดขายยึดเป็นอาชีพตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย จนถึงตอนนี้ขายมาได้ 10 ปีแล้ว เริ่มขายช่วงแรก เจ้าของร้านคนเก่งเปิดตลาดในกรุงเทพฯ ออกขายตามงานแสดงสินค้าต่างๆ ผลลัพธ์ที่ได้ประสบความสำเร็จ ลูกค้าให้การตอบรับดี “นาฬิกาเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องใช้ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้น ทางร้านจะออกแบบนาฬิกาให้เหมาะกับ 3 ช่วงวัย ซึ่งทั้ง 3 ช่วงวัยให้การตอบรับดีมาก นาฬิกาแฮนด์เมดมีความพิเศษคือ มีหนึ่งแบบหนึ่งเดียวในโลก” ขายมาได้สักระยะ คุณแหม่ม บอกว่า ไม่ราบรื่นเพราะเจอปัญหาสินค้าลอกเลียนแบบ แถมโดนตัดราคา จึงแก้ไขโดยเลือกใช้วัสดุมีคุณภาพมาเป็นเครื่องตรึงใจลูกค้า ซื้อแล้วต้องก
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ชัยนาท ว่า ตั้งแต่เช้าตรู่มีชาวบ้านใน ต.เขาท่าพระ อ.เมืองชัยนาท นำสวิงลงช้อนกุ้งฝอยในบึงหนองเสือ หมู่ 7 ต.เขาท่าพระอย่างคึกคักแม้จะยังมีฝนตกโปรยปรายต่อเนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยชาวบ้านเล่าว่า ช่วงที่มีฝนตกจะทำให้กุ้งน็อกน้ำ จะทำให้จับได้มากกว่าเวลาปกติ เพราะกุ้งจะลอยขึ้นมาจับกลุ่มเป็นแพอยู่บนผิวน้ำ ซึ่งช่วงเวลาแบบนี้ถือว่าเป็นนาทีทองของชาวบ้านเลยก็ว่าได้ เพราะใช้เวลาเพียง 1-2 ชม.ก็สามารถจับกุ้งฝอยได้กว่า 1 กก. และหากนำไปขายที่ตลาดก็จะได้ราคาถึง กก.ละ 200 บาท ทำให้ในแต่ละวันที่มีฝนตก ชาวบ้านที่ลงช้อนกุ้งฝอยจะมีรายได้ 200-400 บาท/ครั้งที่ลงช้อนกุ้งในบึง ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่ดีมาก เพราะใช้ยามว่างไม่นานก็มีกุ้งไปขาย ส่วนที่เหลือก็ยังแบ่งไว้ทำอาหารรับประทานกันเองในครอบครัวช่วยลดค่าใช้จ่ายไปในตัว สำหรับเมนูที่เป็นที่นิยมนำกุ้งฝอยไปทำรับประทานเป็นอาหารทานเล่นก็คือ กุ้งเต้นและกุ้งทอด นอกจากนี้ยังมีเมนูมื้อหลักสำหรับครอบครัวที่ใช้กุ้งฝอยเป็นวัตถุดิบ อย่างแกงส้ม แกงเลียง ที่แม่บ้านพ่อบ้านจะซื้อไปประกอบอาหารด้วย
คุณภคพล กิจประภาศิริ วัย 28 ปี อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ปัจจุบันหันมาสร้างกิจการของตัวเอง ด้วยอาหารญี่ปุ่น เมนู เทมปุระ คุณภคพล เผยแนวคิดเบื้องหลังว่า เทมปุระ น่าจะนำมาทำเป็นของกินเล่นได้ เนื่องจากตัวเองชอบกินเทมปุระมาก “ผมเดินทางไปญี่ปุ่นบ่อย ชอบกินเทมปุระ ไปนั่งกินที่ร้านอาหาร แต่อยากกินแค่เทมปุระไง ก็เลยเกิดไอเดียว่า ทำไมไม่ทำเป็นสแน็ก กุ้ง หอย ปู ปลา ผัก นำมาทอดได้หมด” ส่วนสาเหตุที่ลาออกจากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ก็เนื่องจาก เบื่อการเดินทาง และคิดว่าน่าจะทำอะไรเป็นของตัวเองดีกว่า ด้วยความรู้ที่เคยมี ทางด้านการทำอาหาร เนื่องจากเคยเป็นผู้ช่วยพ่อครัวที่โรงแรมแมริออท ทำให้คุณภคพล ตัดสินใจพัฒนาสูตรเทมปุระให้เป็นของตัวเอง โดยไม่แพง แต่เป็นของทอดแบบญี่ปุ่น ยังทาด้วยซอสเผ็ด และราดชีสเยิ้ม ถูกใจผู้บริโภคยุค 4G “ตอนแรกไปขายที่ เอแบค บางนา นั่งขายอยู่หลายชั่วโมงได้ 2 กล่อง รับงานถัดมา ก็ขายได้ประมาณนี้ ผมก็ท้อนะ แต่ไม่เลิก จนกระทั่งมาได้ที่ขายอาร์ตบ๊อค เกิดเลย ขายได้เกือบ 400 กล่อง กล่องละ 99 บาท ได้เงินเกือบ 40,000 บาท ผมคิดว่ามาถูกทางแล้ว คือเราต้องหาทำเลที่ลูกค้าเราอยู่ตรงนั้
บ้านเลขที่ 39/1 ม.6 ต.คมบาง อ.เมือง จ.จันทบุรี น.ส.ศิวพลอย เรืองชัยโชค อายุ 41 ปี เจ้าของกิจการ “ข้าวหลามหน้าทุเรียน” ที่ทำออกขายจนเป็นที่ถูกปากติดใจให้กับลูกค้า จนขณะนี้มีออร์เดอร์สั่งเข้ามาจำนวนมาก น.ส.ศิวพลอย เจ้าของเมนู ข้าวหลามหน้าทุเรียน ได้พาผู้สื่อข่าวไปเยี่ยมชม ขั้นตอนการทำข้าวหลาม บริเวณข้างร้าน ที่มีการจัดเตรียมวัตถุดิบ อุปกรณ์ไว้พร้อม ทั้งทุเรียนทั้งพันธุ์พวงมณี และนกหยิบ หรือนกกระจิบที่สุกงอม ถูก แกะ และแพ็กไว้อย่างดี เพื่อสำหรับเป็นหัวใจหลัก เพื่อผสมผสานกับข้าวเหนียวที่ใช้ทำข้าวหลาม นอกจากนี้ น.ส. ศิวพลอย ได้โชว์ข้าวหลามที่เผาสุกแล้วมาแกะออกให้ชม พบว่าเนื้อข้าวหลามห่อหุ้มด้วยเยื่อไผ่รัดไว้อย่างสวยงาม เนื่องจากที่ผ่านการเผาด้วยถ่านไม้จนสุกได้ที่ พร้อมกับโชว์ผสมข้าวเหนียวและเนื้อทุเรียนที่คลุกเคล้าลงในกระบอก น.ส.ศิวพลอย บอกว่า ส่วนประกอบการทำข้าวหลามไม่ใช่เรื่องยาก ส่วนผสมก็มีเพียงข้าวเหนียวขาวหรือข้าวเหนียวดำ กะทิสด เกลือ น้ำตาลทราย ถั่วดำเพียงแค่นี้ ก็สามารถนำมาทำข้าวหลามได้แล้ว แต่ที่สำคัญคือกระบอกไม้ไผ่ ต้องเป็นไผ่ข้าวหลาม หรือไผ่สีสุก เนื่องจากมีเยื่อไผ่ที่หนา และใบตอ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรงและได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านเรา จึงไม่แปลกที่จะเห็นกลุ่มผู้ค้าขายอาหารหันมาประยุกต์และปรับปรุงสูตรให้เข้ากับเทรนด์ อย่างร้าน สวนดินคานาอัน มีเมนูที่ลูกค้าพากันต่อคิวซื้อ เมนูที่ว่าคือ “พัฟย่าง” ต่อยอดมาจากกะหรี่ปั๊บปรับสูตรทั้งแป้งและไส้ เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ปลอดภัยต่อคนรักสุขภาพ และรสชาติที่ลงตัว คุณมะลิ เหลืองอร่าม วัย 43 ปี เจ้าของเมนูเด็ด “พัฟย่าง” เล่าที่มาว่า เดิมทีเป็นพนักงานออฟฟิศ ทำมาหลากหลายอาชีพเป็นทั้งลูกจ้างและเปิดธุรกิจของตัวเอง แต่ยังไม่ลงตัว ทำงานหาเงินมาเพื่อให้คนอื่นหรือนำไปซื้อของกินซึ่งล้วนแล้วไม่ปลอดภัย ทำให้เธอ เริ่มหันมาปลูกผักทานเอง ซึ่งสามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้และปลอดภัย หลังจากนั้นจึงตัดสินใจ ลองไปทำสวนที่บ้านเกิด อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ปลูกต้นไม้ ปลูกผัก เพราะเชื่อว่า การมีอาหารที่ปลอดภัย คือ ความมั่นคงที่สุดในชีวิต ด้วยความที่ยังต้องขึ้นลงไปกลับชัยภูมิ-กรุงเทพฯ เป็นระยะๆ เพื่อให้การเดินทางขึ้นลงไม่เสียเปล่า จึงได้นำสินค้าจากชุมชนบ้านเกิด นำขึ้นมาขายด้วย โดยร่วมอยู่ในกลุ่ม “Trust Food Good Truck คาราวานอาหารปลอดส
จากกระแสฮือฮาในวงการ “ปลาร้า” ภายหลังที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกประกาศช่วงราวกลางเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา เรื่องกำหนดมาตรฐานสินค้า : ปลาร้าตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ.2551 โดยมีการระบุ ตั้งแต่คำอธิบาย กระบวนการผลิต ส่วนประกอบและเกณฑ์คุณภาพ ซึ่งประกอบด้วยคุณลักษณะทางกายภาพที่ต้องคลุกเคล้ากันพอดี ไม่แห้งหรือเละเกินไป เนื้อปลานุ่ม หนังไม่ฉีกขาด มีสีตามลักษณะเฉพาะของเนื้อปลา กลิ่นหอมตามลักษณะเฉพาะของปลาร้า ไม่มีกลิ่นคาว เหม็นอับ เหม็นเปรี้ยว นั้น คุณสิวพงศ์ สัจจะวัฒนวิมล ผู้จัดการโรงหมัก “ปลาร้าป้าสาย” และผู้ผลิตปลาร้าแปรรูปพาสเจอไรซ์ แบรนด์ “ปลายจวัก” ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี เปิดเผย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า หลังข่าวประกาศราชกิจจาฯ ออกเรื่อง “การควบคุมมาตรฐานปลาร้า” มาไม่นานนี้ ปรากฏมีประชาชนติดต่อสอบถามกันเข้ามา อย่างมากมาย ส่วนใหญ่สอบถาม ปลาร้าต้องทำยังไงให้ผ่านมาตรฐาน ทำยังไงถึงจะสะอาดน่ารับประทาน ทางเราหวงวิชาหรือไม่ เพราะอยากรู้เคล็ดลับอื่นๆ บ้าง คุณสิวพงศ์ สัจจะวัฒนวิมล (สวมแว่น) “ทางเราไม่หวงวิชาการทำปลาร้าครับ สามารถอธิบายเป็นขั้นตอนใ
วันที่ 25 เม.ย. ที่ป่าข้างทางบ้านขมิ้น ต.เป็นสุข อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวพบป้าเลียน สุขสงวน อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 ม. 7 บ้านขาม ต.เป็นสุข อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ และป้าเลย อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ใช้เวลาที่ว่างเว้นจากการทำนาไร่ ออกหาแหย่ไข่มดแดงขายเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว โดยมีอุปกรณ์คือไม้ไผ่ยาวกว่า 10 เมตร ผูกถุงปุ๋ยหรือถุงตาข่ายถี่ไว้ที่ปลายไม้ ทำเป็นไม้แหย่ไข่มดแดง ตระเวนเดินหาแหย่รังมดแดงตามต้นไม้ต่างๆ บริเวณริมถนน ไร่นา และตามป่าแถวข้างหมู่บ้าน ที่มดแดงอาศัยทำรังอยู่ เมื่อพบรังมดแดงจะตรวจดูและสังเกตุถ้ารังไหนมีใยสีขาวๆ อยู่ข้างๆรัง จะมีไข่มดแดงอยู่จำนวนมาก ก็จะใช้ไม้แหย่เข้าไปในรัง กระทุ้งให้ไข่หล่นลงไปในถุงที่ผูกไว้กับปลายไม้ไผ่ หลังจากแหย่ได้ 4-5 รัง ได้ไข่มดแดงมากพอสมควรแล้ว ก็นำมาว่างไว้กลางแดดเพื่อให้แม่มดแดงหนีออกจากไข่ จากนั้นจึงนำไข่มดแดงมาเทใส่ถังน้ำที่เตรียมไว้ เพื่อคัดเอาเศษกิ่งไม้และแมลงที่ติดมาด้วยออก นำไข่ใส่ถุงเก็บไว้แบ่งขายต่อ โดยจะขายให้กับคนในหมู่บ้านที่นิยมรับประทานไข่มดแดง แบ่งขายห่อละ 20 บาท ขายเป็นกิโลๆละ 250 บาทเท่านั้น ป้าเลียน กล่าวว่า ตนเองออ
ที่ป่าข้างทางบ้านขมิ้น ต.เป็นสุข อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวพบป้าเลียน สุขสงวน อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 ม. 7 บ้านขาม ต.เป็นสุข อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ และป้าเลย อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ใช้เวลาที่ว่างเว้นจากการทำนาไร่ ออกหาแหย่ไข่มดแดงขายเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว โดยมีอุปกรณ์คือไม้ไผ่ยาวกว่า 10 เมตร ผูกถุงปุ๋ยหรือถุงตาข่ายถี่ไว้ที่ปลายไม้ ทำเป็นไม้แหย่ไข่มดแดง ตระเวนเดินหาแหย่รังมดแดงตามต้นไม้ต่างๆ บริเวณริมถนน ไร่นา และตามป่าแถวข้างหมู่บ้าน ที่มดแดงอาศัยทำรังอยู่ เมื่อพบรังมดแดงจะตรวจดูและสังเกตุถ้ารังไหนมีใยสีขาวๆ อยู่ข้างๆรัง จะมีไข่มดแดงอยู่จำนวนมาก ก็จะใช้ไม้แหย่เข้าไปในรัง กระทุ้งให้ไข่หล่นลงไปในถุงที่ผูกไว้กับปลายไม้ไผ่ หลังจากแหย่ได้ 4-5 รัง ได้ไข่มดแดงมากพอสมควรแล้ว ก็นำมาว่างไว้กลางแดดเพื่อให้แม่มดแดงหนีออกจากไข่ จากนั้นจึงนำไข่มดแดงมาเทใส่ถังน้ำที่เตรียมไว้ เพื่อคัดเอาเศษกิ่งไม้และแมลงที่ติดมาด้วยออก นำไข่ใส่ถุงเก็บไว้แบ่งขายต่อ โดยจะขายให้กับคนในหมู่บ้านที่นิยมรับประทานไข่มดแดง แบ่งขายห่อละ 20 บาท ขายเป็นกิโลๆละ 250 บาทเท่านั้น ป้าเลียน กล่าวว่า ตนเองออกหาแหย่ไข่มดแดงต
ที่สวนนำสุข พื้นที่ ม.3 ต.ซึ้ง อ.ขลุง จ.จันทบุรี หรือสวนทุเรียนโบราณของ นายมานพ อมรอรช อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 ถ.เทศบาลสาย 7 ต.ขลุง อ.ขลุง จ.จันทบุรี ที่สืบทอดสวนทุเรียนโบราณมาจากรุ่นพ่อ-แม่ และสืบสานเจตนารมณ์ของบิดา ที่ปลูกทุเรียนโบราณไว้หลากหลายชนิด จึงไม่ตัดโค่นทิ้งแต่ทำหน้าที่เก็บรักษาสายพันธุ์ทุเรียนโบราณเหล่านี้ไว้ เพื่อหวังให้มรดกของบิดาได้สืบต่อถึงรุ่นลูกหลานต่อไป โดยใช้หลักธรรมชาติแบบพึ่งพิงอาศัยอยู่รวมกัน บนเนื้อที่ 30 ไร่ ที่มีผลไม้หลากหลายชนิด รวมไปถึงทุเรียนพันธุ์ตลาด เช่น หมอนทอง, พวงมณี, ชะนี, ก้านยาว ครบทุกสายพันธุ์ และทุเรียนพันธุ์โบราณอีก 7 สายพันธุ์ จำนวน 17 ต้น ได้แก่ กำปั่นทอง, ชมพูสี, เม็ดใน ยายปราง, ก้านยาววัดสัก, ทองหยิบ, อีลิบ, อีกบ ซึ่งแต่ละต้นอายุมีมากกว่า 20 ปีขึ้นไปที่กระจายปลูกอยู่ภายในสวน นายมานพ เปิดเผยว่า ราคาทุเรียนว่า ภายในเวลา 5 ปีย้อนหลัง ราคาทุเรียนพันธุ์โบราณ หรือ ทุเรียนพื้นบ้านกระแสเริ่มกลับมาดี และทำให้ราคาดีมาก จะมีกลุ่มผู้ที่นิยมกินทุเรียนโบราณซึ่งเบื่อทุเรียนตลาด ได้สืบเสาะหาจนทราบที่สวนมีของโบราณจึงเดินทางมาถึงที่สวน โดยทุเรียนโบราณที่
ที่แปลงเกษตรด้านหลังกองพันทหารช่างที่ 202 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา นางเบญจมาศ สังฆมณี อายุ 42 ปี แม่บ้านทหาร ปลูกหัวไชเท้าปลอดสารพิษ เพื่อสร้างรายได้เสริม ซึ่งหัวไชเท้าเป็นพันธุ์จากประเทศเกาหลีใต้ ปลูกโดยใช้ระบบน้ำหยดซึม ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างเก็บผลผลิตเพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้าตามออร์เดอร์ นางเบญจมาศ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้สร้างโรงเรือนไว้เพื่อปลูกเมล่อนเกาหลี ต่อมาได้สร้างโรงเรือนเพิ่มขึ้นอีกขนาด 6×12 เมตร เพื่อทดลองปลูกหัวไชเท้าเกาหลีปลอดสารพิษ ตามออร์เดอร์ของลูกค้าที่จะมารับซื้อถึงแปลงเกษตร ซึ่งเมล็ดพันธุ์ก็เป็นของลูกค้าที่นำมาให้ปลูก โดยหัวไชเท้าเกาหลีนั้นสามารถปลูกได้ง่ายในทุกฤดู แต่ฤดูหนาวจะทำให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด สำหรับหัวไชเท้าเกาหลีนั้น จะมีรสชาติคล้ายกับมันแกว อีกทั้งยังเป็นพืชที่ใช้ระยะเวลาในการปลูกเพียง 60-65 วัน ก็สามารถถอนหัวไชเท้าไปขายได้ นางเบญจมาศ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ทำการปลูกเป็นรุ่นที่ 2 แล้ว ซึ่งจะใช้ระบบน้ำหยดซึม 2 เวลา เช้าและเย็น ทำให้ประหยัดน้ำมาก ส่วนผลผลิตหัวไชเท้าเกาหลีนั้นจะมีน้ำหนักอยู่ที่หัวละ 1-2 กิโลกรัม และขายในราคากิโลกร
