Featured
ยามใดมีโอกาส ไปเดินเล่นชมสินค้าใน “ตลาดนัดเปิดท้าย” ตามหัวเมืองต่างๆ บรรดาข้าวของเครื่องใช้ซึ่งพบเห็นกันชินตา คงหนีไม่พ้น กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า ทั้งมือหนึ่ง-มือสอง และสำหรับหมวดของกินนั้น มีให้เลือกชิมหลากหลาย ทั้งคาว-หวาน เรียกว่า ตามตลาดนัดลักษณะดังว่ามักมีของกินมาขายถูกปากได้ครอบคลุมแทบทุกกลุ่มกันเลยทีเดียว แต่สำหรับ “ของกิน”ซึ่งเพิ่งไปพบปะมาเมื่อไม่นาน ที่ตลาดเย็นอำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ต้องยอมรับว่า แทบไม่เคยเห็นใครทำขายมาก่อน เลยอดไม่ได้ที่จะบันทึกภาพเก็บไว้ ก่อนเข้าไปเลียบเคียงพูดคุยกับคนต้นคิด คุณลุง-คุณป้า ใจดี เจ้าของกิจการ เล่าให้ฟังสั้นๆ กิจาการหลักของพวกเขา คือ ข้าวแกงและ อาหารตามสั่ง ส่วน กับข้าวสำหรับ “น้องหมา” นั้น ทำมาได้ 5-6 ปีแล้ว โดยมีจุดเริ่มต้นจากการทำเลี้ยงสมุนในบ้านตัวเอง โดยคิดนำเศษเนื้อไก่ หรือ เครื่องในหมู มาบดก่อนนำมารวนกับซอสจนมีกลิ่นหอม แถมเผยเคล็ดลับให้ฟังแบบไม่หวงสูตรว่า ก่อนรวนห้ามใส่น้ำมันลงไปเด็ดขาด เพราะจะทำให้มีน้ำมันออกมามากจนเลี่ยนเกินไป เจ้าของร้านท่านเดิม บอกอีกว่า ขายกับข้าว “น้องหมา” มาหลาปี ไม่มีทีท่าจะลูกค้าลดลง แถมมีหลายคนกลับ
“โครงการกำลังใจ” ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา จัดตั้งขึ้นเพื่อประทานความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการโอกาสในสังคมไทย เนื่องด้วยทรงดำริว่า ทุกคนในสังคมจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขก็ต่อเมื่อรู้จักรักษาสิทธิของตน โดยไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น กระบวนการยุติธรรม นับเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ทุกคนเคารพสิทธิของผู้อื่น ซึ่งเมื่อกระบวนการยุติธรรมดำเนินไปจนถึงที่สุดแล้ว ผู้ที่ได้รับผลทุกฝ่ายในสังคมก็น่าที่จะได้มีโอกาสอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง “โอ๋ –ผดุงศักดิ์ สามัญเมือง” ชายวัยสี่สิบพื้นเพเป็นชาวชุมพร คือ อดีตผู้ต้องขังคดียาเสพติด ถูกศาลตัดสินจำคุก 12 ปี แต่ไม่เคยต้องคดีมาก่อน เมื่อรับสารภาพจึงได้รับการลดโทษเหลือจำคุก 6 ปี และก่อนที่จะพ้นโทษ ออกมา เขาสมัครและได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมอบรมใน “โครงการกำลังใจ” ได้เรียนรู้วิชาการทำเกษตรและทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง โอ๋ เล่าว่า ใช้เวลาอบรมในโครงการกำลังใจนาน 9 เดือน ได้เรียนกับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตร แม่โจ้ จนมีความรู้ สามารถเป็นวิทยากรอบรมให้กับผู้ต้องขังในโครงการกำลังใจรุ่นต่อมาได้ หลังจากนั้นได้มีโอกาสพบกับ คุณเบญจวรรณ
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ใช้ Local Franchise หรือ แฟรนไชส์ท้องถิ่นในการสร้างอาชีพแก่ผู้มีรายได้น้อย โดยแฟรนไชส์ท้องถิ่นเป็นการนำแฟรนไชส์ที่มีอยู่แล้วทั่วประเทศมาพัฒนาเพื่อยกระดับให้มีมาตรฐานด้านการบริหารจัดการธุรกิจ แฟรนไชส์ โดยเปิดโครงการไปแล้ว เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา และได้คัดเลือกแฟรนไชส์จากทั่ว ประเทศ 95 ราย เข้าร่วมโครงการ โดยกระทรวงพาณิชย์จะส่งผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจแฟรนไชส์ลงพื้นที่ เพื่อให้คำปรึกษาเชิงลึก ณ สถานประกอบการของธุรกิจ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เมื่อพัฒนาจนมีมาตรฐานแล้วจะนำแฟรนไชส์เหล่านี้ รวมกับแฟรนไชส์รายเดิมที่กระทรวงพาณิชย์ให้การส่งเสริมพัฒนาอยู่ก่อนแล้ว เลือกรายที่มีเงินลงทุนไม่สูง หรือ ไม่เกิน 5 หมื่นบาท เป็นธุรกิจง่ายๆ เช่น ลูกชิ้นทอด หมูปิ้ง กาแฟโบราณ ก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ รวม 100 แบรนด์ โดยนำแฟรนไชส์ไปออกงานแสดงสินค้าใน 20 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ นครราชสีมา อุบลราชธานี ขอนแก่น เชียงราย บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด อุดรธานี สุรินทร์ ชัยภูมิ สกลนคร สงขลา ลำปาง นครศรีธรรมราช พิษณุโลก กำแพงเพชร พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุร
เมล่อน เป็นผลไม้ที่มีรสหวาน หอม อร่อย มีสรรพคุณช่วยเสริมสุขภาพ จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอยู่ในอันดับต้นๆ เป็นไม้ผลที่มีการปลูกกันแพร่หลายในทุกภูมิภาคของประเทศไทย และที่เมืองชัยนาทมีเกษตรกรปลูกในเชิงการค้าด้วยระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP (Good Agricultural Practice) ทำให้ได้ผลเมล่อนคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดผู้บริโภค เป็นหนึ่งอาชีพที่สร้างรายได้เงินแสนบาทให้เกษตรกรยังชีพได้มั่นคง คุณเกษม ไตรพิจารณ์ เกษตรจังหวัดชัยนาท เล่าให้ฟังว่า เมล่อนมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ มีวิตามินซีและเอ เบต้าแคโรทีน ฟอสฟอรัส แคลเซียม และธาตุเหล็ก ที่เสริมสร้างสุขภาพให้กับผู้บริโภคแข็งแรง และมีไขมัน คอเลสเตอรอล มีแคลอรีต่ำเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก คุณเกษม ไตรพิจารณ์ เกษตรจังหวัดชัยนาท ส่งเสริมปลูกเมล่อนเป็นพืชผสมผสาน เมล่อน เป็นพืชในวงศ์แตง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Cucumis meio L” ถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบทวีปแอฟริกา มีชื่อเรียกทั่วไปว่า แตงหอม แตงหวาน แคนตาลูป หรือแตงเทศ เมล่อนที่ปลูกเพื่อการค้ามี 3 ชนิด ดังนี้ 1. Cantaloupensis หรือ Rock Melon ผิวเปลือกแข็ง ขรุขระ แต่ไม่ถึงกับเป็นร่างแห 2. Inodorous ผ
ปัจจุบันกระแสความนิยมรับประทาน “มัลเบอร์รี่” หรือ “ ผลหม่อน ” หรือ “ลูกหม่อน” ยังเติบโตต่อเนื่องเพราะเป็นผลไม้สีม่วงแดง ที่มีประโยชน์สูงต่อสุขภาพ เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนสามารถจำหน่ายผลผลิตได้หลายรูปแบบ ทั้งในรูป หม่อนผลสด รวมทั้งแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะน้ำหม่อน แยม และไวน์ สร้างเม็ดเงินจำนวนมากให้กับเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนได้ตลอดทั้งปี แม้ต้นหม่อนจะเป็นพืชที่ปลูกดูแลง่าย แต่หลายคนกลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะต้นหม่อนพันธุ์ดีที่ปลูกไว้รอบบ้านหรือในสวน กลับได้ผลผลิตน้อยกว่าที่พบเห็นทั่วไป เนื่องจากพวกเขายังไม่รู้จักเทคนิคการปลูกดูแลต้นหม่อนอย่างเหมาะสม และวิธีโน้มกิ่งบังคับให้ออกผลนอกฤดู จึงขอนำเสนอเคล็ดลับเพิ่มผลผลิตต้นหม่อนผลสดด้วยหลักการง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทำตามได้สบายๆ หม่อนพันธุ์เชียงใหม่ “ หม่อนพันธุ์เชียงใหม่ ” หรือที่หลายคนนิยมเรียกว่า “หม่อนผลสด” นับเป็นหม่อนพันธุ์ดีที่ได้รับความนิยมสูง จะให้ผลผลิตโดยเฉลี่ยไร่ละประมาณ 800-1,000 กิโลกรัม เกษตรกรนิยมนำผลหม่อนมาใช้ทำแยม น้ำผลหม่อน และไวน์ หม่อนผลสดพันธุ์เชียงใหม่ มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน มีผู้นำมาปลูกในจังหวัดเชียงใหม่นา
ช่วงนี้พี่น้องชาวไทยกำลังอินกับการตามรอยประวัติศาสตร์ มีโอกาสได้ร่วมทริป “ย้อนกาลเก่า เล่ารัตนโกสินทร์ ยินผ่านวรรณกรรม” ช่วงรัชกาลที่ 5- รัชกาลปัจจุบัน ไปกับ KTC เมื่อหลายวันที่ผ่านมา หนึ่งในสถานที่ที่แวะเวียนเข้าไปสัมผัสบรรยากาศ และกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ นั้นก็คือ ห้องอาหารแก้วเจ้าจอม ซึ่งตั้งอยู่ในโรงแรมวังสวนสุนันทา โดยอาหารที่ได้ลิ้มรสความอร่อยนั้น เป็นเมนูอาหารชาววัง ซึ่งเป็นสูตรของพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา พระอัครชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมนูแรก ยำไก่อย่างเต่า ชื่อเมนูฟังดูแปลกไม่คุ้นไปสักเล็กน้อย เมนูนี้มีที่มาคือ มีผู้นำของมาถวายรัชกาลที่ 5 เป็นเนื้อสัตว์ สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นเนื้อเต่าหรือเนื้อตะพาบ เมื่อเสวยแล้วติดใจอยากเสวยอีก พระวิมาดาเธอฯ จึงคิดสูตรใหม่ ใช้เนื้อไก่ส่วนอกและเครื่องในแทน เมนูที่สอง เป็นอาหารที่เป็นของเหลือจากผัดพริกเนื้อกับน้ำพริกกะปิ โดยพระวิมาดาเธอฯ ได้นำสองอย่างมารวมกัน ใส่น้ำ ปรุงรส ส่วนเหตุที่ตั้งชื่อว่าแกงรัญจวนก็เนื่องมาจากกลิ่นหอมรัญจวนของกะปิที่โดนความร้อนนั่นเอง เมนูที่สาม น้ำ
มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก นามว่า Suwanan Ketiam โพสต์รููปตนเอง ในภาพชุดครุยรับปริญญา คู่กับ ภาพที่งานที่ตัวเองทำอยู่ในปัจจุบัน พร้อมข้อความว่า “โอ้โฮ้ !! จบ ป.ตรีมาแล้ว มาทำงานแบบนี้อะเหรอ? (คำที่หลายคนชอบถาม )….. การเรียนจบ “ปริญญา” ไม่ได้เเสดงว่าจะต้องทำงานอยู่ในห้องแอร์ หรือ ทำงานเงินเดือนเยอะๆ เราขอแค่จบมา มีงานทำ เงินเดือนไม่ต้องเยอะมาก แต่พอใช้ และมีเงินเก็บ ทำงานตรงนี้สบายใจกว่า ไม่ต้องมีใครมากดดัน หัวหน้าให้ไปทำตรงไหนก็ไป ได้ไปหลายสถานที่ ทำหลายๆ อย่างที่คนทั่วไปไม่ค่อยมีโอกาส มีเพื่อนๆ ร่วมสายงานที่น่ารัก คอยดูแล เผลอๆ จะใจดีกว่า…ชะอีก ในส่วนตัวเราคิดว่า ทำงานอะไรแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะ ดีกว่าไม่มีงานทำ และไม่มีเงินใช้น่าาา” จากกรณีดังกล่าว มีผู้เข้าไปคอมเม้นต์ชื่นชมจำนวนมาก บ้างบอกว่า ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน / ไม่เกี่ยงงาน ไม่ยากจน ในขณะที่อีกหลายคน เข้าไปให้กำลังใจ ทั้งนี้ จากโปรไฟล์ของเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว ระบุว่าจบปริญญาตรี สาขาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม
แกงส้มดอกแค อาหารพื้นบ้านที่นิยมกินกันทุกภาคพื้นประเทศไทย มีความเชื่อกันว่า เข้าหนาว อากาศเปลี่ยน ต้องได้กินแกงส้มดอกแคสักมื้อ เพื่อตัดไข้หัวลม ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เจ็บป่วยไข้จากอากาศเปลี่ยน จะไม่มาเยือน และมีความเชื่อเก่าๆ แฝงไว้ ว่าไม่ควรปลูกต้นแคไว้ตามบ้านเรือน วันนี้อาจจะขอแนะนำสิ่งที่ค้านกับคำชี้แนะเมื่อเก่าก่อน ต้องขออภัยที่ไปค้านกับความเชื่อของคนรุ่นเก่า เหตุผลเป็นเพราะข้อจำกัดของสภาพแวดล้อมและสภาพความเป็นอยู่ของสังคมคนไทยเปลี่ยนไปมาก แต่ความเชื่อ ศรัทธาในข้อห้ามของคนเก่า ที่มีเหตุผลในสิ่งที่ท่านได้ชี้แนะไว้ ยังคงมีอยู่มิเสื่อมคลาย แค เป็นไม้ในตระกูลถั่ว เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลาง สูง 2-10 เมตร ปลูกโตเร็ว มีกิ่งก้านมาก หักโค่นง่าย เปลือกต้นสีเทา ผิวเปลือกมีร่องรอยขรุขระ เปลือกหนา มักเป็นที่สะสมของเชื้อรา และเป็นที่อาศัยของแมลงและหนอนต่างๆ ทั้งกิ่งเปราะหักโค่นง่าย เปลือกเป็นที่อาศัยของศัตรูพืช ทำให้เกิดผลกระทบกับพืชอื่นใกล้บริเวณนั้น ถูกศัตรูพืชระบาดทำความเสียหายง่ายมากขึ้น คงเป็นเหตุผลประกอบคำชี้แนะของคนรุ่นก่อน และที่ว่าไม่ควรปลูกต้นแคไว้บริเวณบ้าน ก็คงกลัวเด็กเล่นซุกซนปีนป่ายต้น
ติดกระแสของกินมาพักใหญ่ สำหรับขนมปังปิ้งไส้เยิ้ม ขนมหวานหอมละมุนปาก หากใครเป็นสาวกขนมชนิดนี้ จะรู้ดีว่าต้นตำรับเจ้าดังคิวยาวเหยียดนั้นอยู่ที่ไหน แต่ถ้าเบื่อต่อคิวลองหาร้านอื่นทานดูบ้าง มีหลายร้านให้เลือก รสชาติไม้แพ้กันแน่นอน คุณภาพเรียกว่าสูสีกันซะด้วยซ้ำ ปังอั้ยยะ ปังปิ้งไส้เยิ้ม ร้านขนมปังของ คุณต้น-รณชัช พลากรกิตติ วัย 30 ปี หนุ่มวิศวะ จากสถาบัน เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คุณต้นเลือกออกจากงานประจำที่มั่นคงและรายได้ดี มาสานต่อความฝันทำธุรกิจที่อยากทำด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเท แต่การลาออกจากงานเจ้าตัวไม่ได้ตัดสินใจแบบด่วนสรุป ทุกอย่างผ่านการคิดและดูความเป็นไปได้ของธุรกิจมาก่อน “ความฝันที่ว่าคือการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เลือกทำขนมปังปิ้ง เพราะชอบทานขนมชนิดนี้” ปังอั้ยยะ ปังปิ้งไส้เยิ้ม เริ่มเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา คุณต้น เล่าว่า มีพี่สาวที่สามารถทำไส้ขนมได้ จึงคอยเป็นหลังบ้านช่วยสนับสนุน ส่วนตนเป็นคนดูแลภาพรวม การสร้างแบรนด์ การตลาด รวมถึงภาพรวมอื่นๆ ของปังอั้ยยะ ปัจจุบันเปิดตัวมาได้ 4 เดือน คุณต้น บอกว่า การตอบรับดีมาก ตอนแรกตั้งใจมีหน้าร้าน พอคิดอีกที มองว่าแ
“กุยช่าย” เป็นพืชสมุนไพรล้มลุกจำพวกผัก มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน จัดเป็นพืชวงศ์เดียวกับหอมและกระเทียม ลำต้นของกุยช่ายมีความสูงประมาณ 30-45 เซนติเมตร มีเหง้าเล็กและแตกกอ เป็นพืชที่ชอบดินร่วนซุย หน้าดินหนา มีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้ำได้ดี และมีค่า pH ระหว่าง 6.5-6.8 โดยทั่วไปกุยช่ายมี 2 ประเภท คือ กุยช่ายขาว และกุยช่ายเขียว กุยช่ายเขียว เกิดจากการปลูกและดูแลรักษาเพื่อให้ต้นได้รับแสงแดดตามปกติ ใบกุยช่ายจะมีสีเขียวเข้ม ทั้งนี้ เมนูอาหารที่คุ้นกัน อย่างเช่น ผัดไทย ขนมกุยช่าย ผักดอง ฯลฯ ส่วน กุยช่ายขาว เกิดจากการปลูกเพื่อไม่ให้ต้นโดนแสงแดด (ใช้ภาชนะหรือกระบอกไม้ไผ่ครอบไว้) ทำให้ใบกุยช่ายจะมีสีขาวซีด อวบ กรอบ และหวาน นิยมนำไปทำเป็นเมนูหมูกรอบผัดกุยช่าย กุยช่ายขาวผัดเต้าหู้หมูสับ ขณะเดียวกัน ถ้าปลูกตามธรรมชาติ ต้นกุยช่ายก็จะออกดอกแล้วมักเรียกติดปากกันว่า “ดอกไม้กวาด” ซึ่งนิยมนำมาทำเป็นอาหาร อย่าง ผัดดอกกุยช่ายใส่หมู หรือเครื่องใน ได้ตามความชอบ การปลูกกุยช่ายทำได้ง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก ปุ๋ย/ยาใช้น้อย ลงทุนไม่มาก ผลตอบแทนดี ปลูกครั้งเดียวสามารถให้ผลผลิตและมีรายได้ถึง 3 อย่าง (ใบเขียว, ใบขาว และดอก) แล
