Featured
เรียกได้ว่าเป็นกระแสอย่างมาก กับเมนูข้าวต้มมัดจากร้าน ขนมถ้วยใบเตยมะพร้าวอ่อน Coco’s Story ที่มีอินฟลูฯ มารีวิวพร้อมแคปชันที่ว่า “ข้าวต้มมัดใส่ถั่ว” และ “ข้าวต้มมัดไม่ใส่ถั่ว” มาในแพ็กเกจทานง่าย ไม่เลอะมือ เพราะทางร้านแกะข้าวต้มมัดใส่กล่องอย่างดี โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้เกิดจาก คุณออม-พชรพร ชิตกร ที่ตอนนั้นแฟนอยากลาออกจากงานประจำ เธอจึงชวนมาขายขนมถ้วยใบเตยมะพร้าวอ่อน ที่ทำเป็นอาชีพเสริมเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ชื่อร้านว่า “บุญเฉลียว” ซึ่งตอนนั้นจะเป็นการนำไปวางขายตามร้านอาหารต่างๆ กระทั่งได้มาเปิดหน้าร้านที่ริมถนนราชพฤกษ์ เสียค่าเช่าที่เดือนละ 2,000 บาท และด้วยความเชื่อที่ว่า “ร้านอยู่ริมถนน ยังไงก็ขายได้แน่นอน” แต่ปรากฏว่ายอดขายซบเซา ไม่มีคนเดินผ่าน ขายได้วันหนึ่งไม่ถึง 40 กล่อง ทำให้พวกเขาต้องหาทำเลในการขายใหม่อีกครั้ง จนได้มาเจอกับ “ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่” ที่เรียกได้ว่าพลิกชีวิตเป็นอย่างมาก จากเริ่มแรกที่มีเตานึ่งเพียง 2 เตา ต้องเพิ่มเป็น 8 เตา เพราะลูกค้าให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ทำให้เตาเพียง 2 เตาไม่เพียงพอแล้ว ปัจจุบันมีการเพิ่มขนมให้หลากหลายกว่า 10 เมนู ไม่ว่าจะเป็น ขนม
ในวันที่โลกหมุนเร็วเกินจะคาดเดา ความไม่แน่นอนกลายเป็นเพื่อนร่วมทางของทุกธุรกิจ ลูกค้าพร้อมเปลี่ยนใจในเสี้ยววินาที ขณะที่ต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่พุ่งสูงขึ้นไม่หยุด วันนี้ การรักษาหัวใจของลูกค้าเดิมจึงไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่คือ “ภารกิจสำคัญ” ที่จะตัดสินอนาคตของแบรนด์ LINE ในฐานะแพลตฟอร์มสื่อสารอันดับ 1 ที่อยู่เคียงข้างธุรกิจไทย มุ่งมั่นสนับสนุนธุรกิจและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วย LINE for Business โซลูชันการตลาดแบบครบวงจร ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่เครื่องมือ แต่คือพลังที่ช่วยแบรนด์ฝ่าฟันทุกความเปลี่ยนแปลง ด้วยกลยุทธ์ “4Cs” ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างภาพจำในใจลูกค้าอย่างยั่งยืน ที่จะช่วยให้ทุกแบรนด์สร้างประสบการณ์ที่ตรงใจ และอยู่ในความทรงจำของลูกค้าแม้ในวันที่โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป คุณสกุลรัตน์ ตันยงศิริ ผู้อำนวยการธุรกิจ LINE Official Account จาก LINE ประเทศไทย ได้กล่าวถึงเทคนิคการสร้างภาพจำของแบรนด์ในงาน Marketing Oops! Summit 2025 ไว้ว่า ในยุคที่ลูกค้าเลือกแบรนด์ได้ภายในไม่กี่วินาที สิ่งที่แบรนด์ต้องให้ความสำคัญไม่ใช่แค่การเข้าถึง แต่คือการสร้างความรู้สึกผูกพันที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่ดีอย่างต่อเนื
พูดถึงการบุกตลาดจีน หนึ่งในสิ่งที่ธุรกิจไทยต้องรู้คือ “การเข้าใจผู้บริโภคจีน” ให้มากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยที่อยากพาแบรนด์ไปเติบโต “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะมาสรุปความน่าสนใจของ Session Talk : Brand Go China : บุกจีนให้ปัง ธุรกิจไทยต้องรู้ โดย คุณโทมัส-พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี และคุณโบว์-ณชา จึงกานต์กุล ดำเนินรายการโดย คุณอธิกร ศรียาสวิน (ก้า อรินธรณ์) ที่งาน #ThaiChineseGoldenFest2025 จุดเริ่มต้น มองจีนให้มากขึ้น “คุณโบว์-ณชา จึงกานต์กุล” เจ้าของแบรนด์ Kunna เริ่มต้นจากความหลงใหลในเสน่ห์ของภาษาจีน เธอเริ่มเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับประเทศจีน ทั้งภาษา วัฒนธรรม รวมถึงผู้คน และได้พาตัวเองเข้าไปอยู่ในสังคมนั้น ด้วยการไปเรียนและฝึกงานที่สถานทูตไทยในปักกิ่ง จนมองเห็นว่า “คนจีนเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ เป็นยอดนักสู้ และเป็นแหล่งหาไอเดียธุรกิจ” จากการสังเกตสินค้าที่คนจีนเลือกซื้อในซูเปอร์มาร์เก็ต หนึ่งในนั้นคือ “สินค้าไทย” แต่เป็นสินค้าที่ผลิตในขั้นปฐมภูมิ ไม่มีการเพิ่มมูลค่าอะไรเข้าไป จึงได้เกิดความคิด อยากพัฒนาสินค้าเกษตรจากไทย ที่ไม่ใช่สินค้า 3 ถุง 10
ข่าวแจ้งว่า ช่วงเวลา 09.30 – 12.00 น.วันพฤหัสบดีที่ 24 ก.ค.นี้ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) กำหนดจัดงานแถลงข่าว เรื่อง “การบินไทย เตรียมพร้อมกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ที่ห้องออดิทอเรียม อาคาร 2 ชั้น 93 สำนักงานใหญ่ บมจ.การบินไทย โดยหลังจากการชม วีดีทัศน์สรุปความสำเร็จการฟื้นฟูกิจการ แล้ว จะเป็นขั้นตอนเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยมีผู้เข้าร่วมให้ข้อมูลประกอบด้วย นายลวรณ แสงสนิท ประธานกรรมการ ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการและอดีตประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนางเฉิดโฉม เทอดสถีรศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการบัญชี จากนั้นจะมีนำเสนอภาพยนตร์โฆษณาชุด FLY FOR THE NEW HIGH…TOGETHER ให้ผู้เข้าร่วมงานแถลงข่าวรับชมพร้อมกันด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อไม่นานมานี้ นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการและผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ออกพ็อกเก็ตบุ๊ก “พลิกฟ้า ฝ่าวิกฤต การบินไทย” ดำเนินการผลิตโดยฝ่าย Matichon Premium Print บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ซึ่งบทหนึ่งในพ็อกเก็ตบุ๊กดังกล่าว ได้ระบุถ
ทุกวันนี้เทคโนโลยี AI ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “เครื่องมือ” ที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย และผู้ประกอบการสามารถใช้ขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาสรุปความน่าสนใจของ Session Talk : Smart China 5.0 เมื่อ AI เปลี่ยนเกมธุรกิจ โดย 2 กูรูตัวจริง คุณทอย-กษิดิศ สตางค์มงคล ผู้เชี่ยวชาญด้าน Data เจ้าของเพจ DataRockie และ คุณอ้น-ปฤณ จำเริญพานิช Founder & CEO AEIOU Solution Co., Ltd. AI เครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น AI เป็นเหมือนไมโครเวฟ ที่เป็นเครื่องมือที่ทำให้เราอุ่นอาหารได้ง่ายขึ้น นึ่งได้ ทอดได้ ย่างได้ แต่ไมโครเวฟถ้าไม่มีสูตรอาหารที่อร่อย หรือไม่มีวัตถุดิบ อาหารจะเกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้น AI เหมือนเครื่องมือเร่งกระบวนการทำอาหารให้เร็วขึ้นเฉยๆ แต่สุดท้ายย้อนกลับไปคือความเชี่ยวชาญเรานั่นแหละ เรายังต้องเก่งด้านบัญชี ด้านการตลาดเหมือนเดิม “AI จะเก่งแค่ไหนอยู่ที่การป้อนข้อมูลให้กับมัน” สมรภูมิ AI ถ้าใช้ AI ฝั่งอเมริกา เช่น ChatGPT, Gemini เราต้องเข้าใจว่าบริบทต่างๆ ถูกฝึกจากอเมริกา ฉะนั้น ภูมิปัญญาท้องถิ่น Culture ต่างๆ
เมื่อโลกโซเชียลหมุนเวียนเปลี่ยนไว TikTok ไม่ใช่แค่ความบันเทิงอีกต่อไป แต่คือการเปลี่ยนพฤติกรรม และกลายเป็นช่องทางการตลาดที่เข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค หนึ่งในเวที Talk ของงาน Matichon Thai–Chinese Golden Fest 2025 เทศกาลร้อยเรื่องราวไทย-จีน ฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน หัวข้อ Talk : “TikTok Revolution : พลังครีเอเตอร์ที่เปลี่ยนโลกและวัฒนธรรมป๊อป” โดย “พ่อมด TikTok” ครีเอเตอร์ไทยเจ้าของผู้ติดตามกว่า 2.2 ล้านคน ได้มาแชร์กลยุทธ์สร้างตัวตนในยุคดิจิทัล ดังนี้ โซเชียลยุคใหม่ เปลี่ยนมุมมอง สร้างโอกาส สำหรับคนรุ่น Gen Baby Boomer อาจต้องเปลี่ยนแนวคิดเดิมๆ ที่มองว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้มีไว้เพื่ออวดความสำเร็จ แต่ให้มองว่าโซเชียลมีเดียคือ “สมุดจดบันทึกดิจิทัล” ที่เราสามารถรวบรวมเรื่องราว ประสบการณ์ แล้วแบ่งปันให้คนรุ่นใหม่ “Reach is Rich” การเข้าถึง คือความมั่งคั่ง ใครเข้าถึงได้มาก คนนั้นมีโอกาสรวยกว่า ในโลกยุคดิจิทัล คำว่า “Reach is Rich” กลายเป็นความจริงที่สำคัญ ใครที่เข้าถึงผู้คนจำนวนมากได้ ย่อมมีโอกาสทางธุรกิจสูง ลองจินตนาการง่ายๆ ว่า หา
ครบ–จบ–ต่อยอดได้จริง ผู้ประกอบการแห่ร่วม คอนเทนต์แน่น ไอเดียสด สร้างยอดขาย-ขยายตลาด กิจกรรม 3 วัน ของงานสัมมนา งาน Matichon Thai–Chinese Golden Fest 2025 เทศกาลร้อยเรื่องราวไทย-จีน ฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ที่อัดแน่นด้วยสาระความรู้ ก่อนปิดฉากลงอย่างงดงาม ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักตั้งแต่เช้าจรดเย็น โดยมีผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ และผู้สนใจจำนวนมากหลั่งไหลเข้าร่วมกิจกรรมแน่นพื้นที่ตลอดทั้งวัน สำหรับหนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามคือ เวิร์กช็อปสุด Exclusive “T-Brand to China” จัดโดย เส้นทางเศรษฐี ที่เปิดประตูสู่ตลาดมหาศาลให้กับผู้ประกอบการไทย คลาสเรียนเข้มข้นจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญตัวจริง โดยวันแรก (12 ก.ค.) เปิดฉากคลาสด้วยความคึกคัก มีผู้ประกอบการแห่จองที่นั่งเต็มตั้งแต่เปิดลงทะเบียน คือ เวิร์กช็อป “รู้จัก RED NOTE เครื่องมือการตลาดทรงพลัง เจาะเทคนิคสื่อสารให้คนจีนรัก” โดย คุณบุญชัย ลิ่มอติบูลย์ หรือ “พี่เปี๊ยก จัดให้” เจ้าของช่อง TikTok ชื่อดัง ที่บอกเล่าแนวทางสร้างแบรนด์ไทยให้ดังในหมู่คนจีนที่มาเที่ยวไทย ก่อนต่อยอดสู่ตลาดจีนได้อย่างยั่งยืน ก่อนไปต่อที่ ด้าน
ในวัย 61 ปี ขณะที่หลายคนกำลังวางแผนใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างเงียบสงบ คุณเชา-ชวลิต จริตธรรม อายุ 69 ปี หรือหลายคนเรียกติดปากกันว่า “ปาป้าเชา” ดีกรีอดีตผู้บริหารบริษัทเอกชนผู้คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 30 ปี กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป นั่นคือการเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟเล็กๆ ที่ชื่อว่า “ปาป้าเชา” ชีวิตใหม่ในวัยเกษียณ ชีวิตของผู้บริหารที่ต้องทำงานมานานกว่า 30 ปี ดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่จะต้องไปดูแลแม่ ดูแลพี่สาวที่เจ็บป่วย ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เป็นช่วงเวลาที่เขาตัดสินใจพักบทบาทในองค์กรใหญ่ เพื่อกลับมาดูแลคนที่เขารัก หลังจากที่คุณแม่และพี่สาวจากไปได้สักพัก ระหว่างที่คุณชวลิต หรือ พี่เชา กำลังประกอบธุรกิจเล็กๆ เช่น ขายของและทำอาหารขาย ลูกสาวของพี่เชา ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิตใหม่นี้ โดยช่วงเวลาหนึ่งก็คุยกันกับลูกสาว ที่สนใจงานทางด้านเป็นช่างแต่งหน้า เธอได้ลาออกจากงานประจำมาทำงานเป็นช่างแต่งหน้า จากนั้นก็เริ่มคุยกันว่า จะทำอย่างไรกันต่อ ก็เริ่มหาสถานที่เพื่อให้เป็นสตูดิโอใช้ในการแต่งหน้า หลังจากนั้นเธอจึงบอกว่า “พ่อก็ทำร้านกาแฟสิ เราจะได้อยู่ด้
รู้หรือไม่ แบรนด์แป้งพัฟสัญชาติไทย อย่าง ‘เจ้านาง’ มียอดขายสูงถึง 1 ล้านตลับต่อปี เป็นแบรนด์ร้อยล้าน ที่ตั้งเป้าเติบโต 600 ล้านบาท ในปี 2568 เบื้องหลังความสำเร็จนี้ เริ่มต้นมาจากนักศึกษาวัยเพียง 22 ปี ‘คุณจัง–ธัญญ์ฐิตา ทรัพยศิรินารากุล’ ผู้มีความตั้งใจแน่วแน่ ‘อยากสร้างรายได้เพื่อดูแลคนในครอบครัวให้มีชีวิตที่ดีขึ้น’ เธอจึงเริ่มต้นหารายได้ ทำงานพาร์ตไทม์ เก็บเงินสะสมทีละเล็กละน้อย ก่อนนำเงินก้อนแรกมาต่อยอดทำแบรนด์ ‘เจ้านาง’ แป้งพัฟที่อยากแก้ Pain Point หน้าหยือหน้าหยา ปัญหาเรื่องผิวให้ผู้หญิงไทยและผู้ใช้ทุกคนสวยขึ้นและแตกต่างตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ เงินก้อนแรก ลงทุนปั้นแบรนด์ ซีอีโอแบรนด์เจ้านาง เล่าให้ฟังว่า เธอเก็บเงินได้ก้อนใหญ่ จากการขยันทำงานตั้งแต่เรียน ม.4 ทั้งพาร์ตไทม์หลายต่อหลายงาน ไม่ยอมแม้แต่ซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่ใส่ หรือซื้อของที่อยากได้ เพราะอยากเก็บเงินไว้พัฒนาตัวเอง “เรารู้สึกว่า อย่างน้อยๆ ต้องมีเงินเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ พ่อแม่เราเหนื่อยแล้ว ในมุมมองเรา คิดว่าเป็นลูกที่ไม่ดี เวลาอยากได้อะไรแล้วต้องไปขอเงินพ่อแม่” เธอนำเงินเก็บที่สะสมมาเริ่ม
ศึกตลาดสุกี้ในไทยมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ล่าสุด บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด ผู้นำตลาดสุกี้ในประเทศไทยที่ครองส่วนแบ่งกว่า 60% จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 23,000–25,000 ล้านบาท ได้มีการส่งแบรนด์น้องใหม่ ที่ชื่อว่า “BONUS SUKI (โบนัสสุกี้) ” เป็นบุฟเฟต์คุณภาพ สั่งได้ไม่อั้นกว่า 60 เมนู เปิดเที่ยงวันยันตีห้า ราคารวมเครื่องดื่มรีฟิล 39 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จะอยู่ที่ 276 บาท ซึ่งเท่ากับราคารวมปกติของ ‘สุกี้ตี๋น้อย’ และ ‘ลัคกี้ สุกี้’ โดยจะประเดิมสาขาแรกที่โรบินสันไลฟ์สไตล์สระบุรี วันที่ 16 กรกฎาคมนี้ หากกระแสตอบรับดีอาจมีแผนเปิดสาขาอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งดำเนินธุรกิจในชื่อบริษัท คุ้มคุ้ม จำกัด ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท ทางด้าน “สุกี้ตี๋น้อย” ไม่รอช้า ปล่อยหมัดเด็ด โปรลดราคา 50% จำนวน 10 สาขา เหลือเพียง 117 บาท Net รวมเครื่องดื่มรีฟิล เฉพาะช่วงเวลา 00.01-05.00 น. ของวันที่ 17-18 กรกฎาคม 2568 ส่วนแบรนด์ “ลัคกี้ สุกี้” ล่าสุดขอเสิร์ฟ เป็ดย่าง ฟรีไม่อั้นทุกสาขา ราคาบุฟเฟ่ต์อยู่ที่ 276 บาท Net ในขณะที่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ต่างมีงบ มีระบบหลังบ้าน มีทุนหมุนเวียนและเครือข่ายซัพพลา
