Featured
เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 14 ก.พ.นี้ ซึ่งเป็นวันแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์ ประจำปี 2561 อีกทั้งในปีนี้วันวาเลนไทน์ยังใกล้กับเทศกาลปีใหม่ของจีน หรือตรุษจีนด้วย ทำให้บรรยากาศในการเลือกซื้อดอกไม้ และของที่ระลึกเป็นไปด้วยความคึกคัก แต่ก็ประสบปัญหาตรงที่มีราคาสินค้าแพงกว่าทุกปี โดยเฉพาะดอกกุหลาบสดมีคาสูงขึ้นเท่าตัว โดยบริเวณหน้าโรงเรียนอำนาจเจริญได้มีพ่อค้าแม่ค้า เริ่มทยอยพากันมาตั้งร้านค้า เพื่อเตรียมจำหน่ายดอกกุหลาบ ตุ๊กตา ให้กับประชาชน และเด็กนักเรียนที่จะซื้อไปมอบให้กับคนที่รัก ครูอาจารย์ เพื่อนๆ ในวันวาเลนไทน์นี้ โดยที่พ่อค้าแม่ค้าส่วนมากจะนำดอกกุหลาบพลาสติก ตุ๊กตา มาจำหน่ายแทนดอกกุหลาบสด เนื่องจากดอกกุหลาบมีการปรับราคาสูงขึ้นเป็นเท่าตัว จากที่ก่อนช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ดอกขนาดเล็กจะอยู่ที่ดอกละ 25-30 บาท แต่พอมาถึงช่วงวันวาเลนไทน์ ราคาสูงขึ้นถึงดอกละ 50-60 บาท แม่ค้าสินค้าในช่วงวันวาเลนไทน์ เปิดเผยว่า ด้วยที่ดอกกุหลาบมีการปรับราคาสูงขึ้นเกือบเท่าตัว โดยที่ดอกเล็กอยู่ที่ 50-60 บาท ส่วนดอกที่มีขนาดใหญ่ราคาอยู่ที่ 100-120 บาท พอนำมาจำหน่ายต่อก็ต้องบวกราคาเพิ่มไปอ
คุณอัมรินทร์ โภคา ไกด์หนุ่มผู้คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงการท่องเที่ยว มีประสบการณ์พาคนไทยเดินทางไปเยือนประเทศเกาหลีใต้มายาวนานกว่า 15 ปี ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” กรณีคนไทยผูกคอตายที่ประเทศเกาหลีใต้ หลังจาก “โดดทัวร์”เพื่อไปหางานทำนั้นว่า ที่ผ่านมา เจอเหตุการณ์คนไทยหนีทัวร์เพื่อไปหางานทำบ่อยมาก ส่งผลให้ทางการเกาหลีฯเพ่งเล็งคนถือพาสสปอร์ตไทยเป็นพิเศษ และไม่เกี่ยวว่าถ้ามากับบริษัททัวร์นั้นทัวร์นี้แล้วจะเข้าได้หรือไม่ได้ คุณอัมรินทร์ บอกต่อถึงความนิยมที่คนไทยพากันแห่ไปทำงานที่เกาหลีใต้ ทั้งแบบถูกและไม่ถูกกฎหมายว่า ทุกวันนี้ การสื่อสารถึงกันทำได้เร็ว คนอยู่ก่อน มักชักชวนญาติพี่น้องไปทำงาน เพราะเห็นว่ารายได้ดี แต่ในความเป็นจริงค่าใช้จ่ายก็ค่อนข้างสูง ความเป็นอยู่ก็ลำบากมาก ชาวต่างชาติที่อยู่เกินกำหนด ไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวก “งานที่คนไทยไปทำ คือ งานที่คนเกาหลีไม่ทำ หลายคนเรียกว่างาน 3 D คือ Dirty (สกปรก) Difficult (ยาก) และ Dangerous (อันตราย) ส่วนใหญ่เป็นงาน ในไร่ ทำการเกษตร หรือในโรงงาน ที่ทำงานซ้ำๆ ไม่ต้องใช้ทักษะมาก”คุณอัมรินทร์ บอกอย่างนั้น และว่า หากคนไทยคิดจะ “โดดทัวร์”
ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน อาหารเพื่อสุขภาพ เมนูลดน้ำหนักของสายเฮลตี้ เป็นได้ทั้งของว่าง และอาหารมื้อหลัก ทานคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด อิ่มท้องได้อีกมื้อ มีหนึ่งร้านลุยสวน บังเอิญไปเจอในงานแสดงสินค้างานหนึ่ง เห็นแล้วอดไม่ได้ ต้องแวะเข้าไปทำความรู้จัก ได้ความว่า ร้านดังกล่าวชื่อ รัชฎาลุยสวน มีคุณรัชฎาวรรณ ดีปานวงศ์ หรือ คุณนก สาวสวยวัย 35 ปี เป็นเจ้าของ คุณนก เล่าว่า หลังเรียนจบคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เธอเริ่มทำงานประจำตามสเต็ปชีวิตของหนุ่มสาวทั่วไป แต่ใช่ว่าคนเราจะอินกับงานประจำไปตลอด เพราะคุณนกเธอมีความคิดอยากทำธุรกิจสักอย่างที่เป็นของตัวเอง แต่ธุรกิจที่ว่าต้องเป็นธุรกิจแบบออกงานอีเว้นต์ คล้ายกับหลายร้านที่เธอไปพบเจอ และมักแวะอุดหนุนอยู่บ่อยๆ ตามห้างสรรพสินค้า “เราได้ไปเดินห้างสรรพสินค้าในวันธรรมดา วันที่มนุษย์เงินเดือนต้องนั่งทำงานในออฟฟิศ คิดว่าคงไม่ค่อยมีคนมาเดินเท่าไหร่ สรุปว่ามีคนเยอะมาก เราเห็นคนกลุ่มหนึ่งสามารถมาเดินเที่ยวได้แบบชิลๆ มันเกิดคำถามในหัวว่าทำไมถึงมีคนมาเดินห้างในวันธรรมดาได้ พวกเค้าไม่ทำกันหรอ” คุณนก บอกว่า วิถีชีวิตแบบนั้นแตกต่างจากมนุษย์เงินเดือนหลายๆ คน “
ขนมจีนอาหารที่คนไทยรู้จักดี กินกันทั่วประเทศไม่จำเพาะว่าเป็นอาหารของภาคใด ภาคเหนือมีขนมน้ำเงี้ยว อีสานมีน้ำยาป่า กลางมีน้ำยาปลาช่อน ภาคใต้กินกับไตปลา ฯลฯ ขนมจีน จึงเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่น่าสนใจในแง่การลงทุน หรือการทำเป็นอาชีพ แต่แน่นอนว่า เมื่อมีคนบริโภคเยอะ ย่อมมีผู้ค้ามากอยู่แล้วในตลาด ผู้ที่จะอยู่รอด จึงต้องวัดที่ราคา คุณภาพ ช่องทางการตลาด หลายเจ้าแข่งกันทำราคาถูก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยคุณภาพวัตถุดิบและความสะอาด เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปดู โรงงานขนมจีนขนาดเล็ก ตั้งอยู่ที่ ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑ จ.นครปฐม มีคุณนิรันดร์ พ่อพรม วัย 43 ปี เป็นเจ้าของ แม้ว่าจะเป็นโรงงานขนาดเล็ก แต่ก็มีกำลังการผลิต 300 กิโลกรัมในวัน เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ อังคาร ส่วนวันพุธ พฤหัส ศุกร์ ก็จะเพิ่มไปถึง 500-600 กิโลกรัมเนื่องจากลูกค้าจะบริโภคขนมจีนมากในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ดังนั้น วันพฤหัส ศุกร์ ก็จะมีทำเยอะเป็นพิเศษ คุณนิรันดร์ บอกว่า สิ่งที่สำคัญในการทำอาชีพนี้คือ การตลาด นั่นคือต้องมีลูกค้าผลิตแล้วต้องขายได้ ไม่เช่นนั้น ข้ามวัน สองวันก็ต้องทิ้ง สำหรับตัวเขาเอง เริ่มต้น คุณแม่ของคุณนิรันดร์ เป็นเจ้าของแผงขาย
คุณประเชิน-คุณตุ้งหนิง อินทร์สิงห์ คู่สามี-ภรรยา ที่มีบ้านพักอยู่ เลขที่ 108/1 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าฉนวน อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ประสบความสำเร็จจากการเพาะเลี้ยงกบเป็นอาชีพมานานกว่า 18 ปี ด้วยการใช้พันธุ์กบพื้นบ้าน เนื่องจากเลี้ยงง่าย แข็งแรง ตัวใหญ่ ต้นทุนน้อย โตเร็ว มีจำหน่ายทั้งลูกอ๊อด ลูกกบ และกบเนื้อ จึงเป็นที่สนใจของตลาดผู้บริโภค ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนมีอาชีพเลี้ยงปลากระชัง แต่แบกรับภาระต้นทุนไม่ไหว จึงเปลี่ยนมาเลี้ยงกบแทน เพราะมองเห็นว่าสามารถเพาะพันธุ์ได้ง่าย กินอาหารน้อย เลี้ยงง่าย ไม่เปลืองพื้นที่ ที่สำคัญต้นทุนน้อย ขายได้ราคาดี แต่กว่าทั้งสองคนจะยิ้มได้ด้วยอาชีพเลี้ยงกบในทุกวันนี้ ต้องฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคทั้งวิธีเลี้ยงกับเงินลงทุนมากมาย รวมถึงยังใช้เวลาศึกษาลองผิด-ลองถูก มานานกว่า 10 ปี สำหรับฟาร์มกบแห่งนี้ใช้พันธุ์กบตัวผู้เป็นกบนา และกบตัวเมียเป็นกบจาน จึงทำให้ได้ลูกผสมที่มีลักษณะตัวใหญ่ แข็งแรง เลี้ยงง่าย และเนื้อมาก คุณเชิน บอกว่า การดูแล พ่อ-แม่พันธุ์ ให้มีคุณภาพต้องหมั่นเปลี่ยนถ่ายน้ำทุก 2 วัน ควรให้อาหารเสริม รวมถึงโปรตีนเร่งไข่เป็นระยะ ให้เลี้ยง พ่อ-แม่พันธุ์ สัก 2 เดือน แ
ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหลังบ้าน เลขที่ 41/1 หมู่ 5 ต.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งอยู่ติดริมน้ำอ่าวทะเลดอนสัก ภายในร้านปกคลุมไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด อากาศร่มรื่นเป็นอย่างมาก เนื่องแน่นไปด้วยลูกค้า แม้ต้องเดินเท้าเข้าซอยผ่านบ้านพักเข้าไปหลังบ้านประมาณ 20 เมตร นางเพียงใจ ใจรักษ์ อายุ 53 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ร้านนี้เปิดมาได้ประมาณ 2 ปีแล้วช่วงแรกยังไม่เป็นที่รู้จัก เพราะว่าตัวร้านจะตั้งอยู่ส่วนของด้านหลังของบ้านซึ่งด้านหน้าจะติดกับถนน แต่ที่เลือกที่จะขายที่หลังบ้านก็เพราะจะมีบริเวณกว้างต้นไม้ร่มรื่น และอากาศจะดีเพราะติดกับทะเลปากอ่าวดอนสัก ตอนแรกมีความคิดแค่เพียงทำก๋วยเตี๋ยวหมูโบราณและก๋วยเตี๋ยวซีฟู๊ดขายเล่นๆให้เพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงได้ทานเท่านั้น “แต่เนื่องจากอำเภอดอนสักเป็นแหล่งที่มีกั้งทะเลสด จึงลองทำก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟต้มยำ กั้งขายให้ลูกค้า โดยคิดสูตรน้ำซอสเย็นตาโฟและน้ำจิ้มขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง ให้มีรสชาติเข้มข้นจนได้สูตรที่ลงตัวจึงได้เริ่มทำขายให้กับลูกค้า ปรากฎว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างมาก นอกจากรสชาติของน้ำซอสเย็นตาโฟและสูตรน้ำจิ้มที่เข้มข้นแล้ว รสชาติของเนื้อกั้งที่นำมาใช้ก็จ
สมาชิกเฟซบุ๊ก “เมือง ทุ่งสง” โพสต์คลิปการจับกุ้งแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน อุปกรณ์ไม่ได้มีอะไรมากมาย แค่ขวดน้ำพลาสติกกับกะปิ ซึ่งวิธีการคือจะเอาขวดพลาสติกมาตัดแบ่งครึ่ง จากนั้นนำส่วนหัวคว่ำลงไปในขวดช่วงล่างที่ตัดไว้ แล้วใช้ไม้หรือเหล็กเสียบให้แน่น จากนั้นนำกะปิใส่ลงไป แล้วเอาไปดักไว้ในน้ำ เมื่อเก็บกู้ขึ้นมาก็จะได้กุ้งฝอยจำนวนมาก ซึ่งชาวบ้านระบุว่าวันนึงได้หลายกิโลกรัมเลยทีเดียว
หนังไก่ทอดกรอบ มีขายทั่วไปตามตลาดนัด แต่มาพ.ศ.นี้ เราจะได้เห็นหนังไก่ ถูกนำมาปัดฝุ่น แต่งตัวใหม่ ใส่การตลาด ด้วยบรรจุภัณฑ์เก๋ๆ มีสไตล์ เข้ากับกลุ่มวัยรุ่น เดินกินหนังไก่กันชิกๆ คูลๆ และนี่เป็น หนังไก่กรอบ ที่ตั้งชื่อว่า หนังไก่กรอบฮีโร่ มีคุณมานพ มณีลาภ อายุ 26 ปี เป็นเจ้าของ คุณมานพ เล่าว่า จริงๆ เริ่มมาได้ประมาณ 2 ปีแล้ว แต่ตอนนั้นทำอยู่กับเพื่อน ตอนหลังแยกกัน และมาเริ่มใหม่จริงๆ จังๆ สักเมื่อราวปี 2559 ที่ผ่านมา ปักหลักขายอยู่ที่ตลาดเจเจกรีน ขายเฉพาะ ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ปัจจุบัน ขายแฟรนไชส์ไปแล้ว 12 สาขา โดยมีสาขา ที่สปป.ลาวด้วย เหตุผลที่มาทำธุรกิจ หนังไก่กรอบ คือส่วนตัวเป็นคนชอบกินหนังไก่ทอด และยังบอกอีกว่าจริงๆ ของกินในบ้านเรามีอีกเยอะ แค่จะมีใครไปจับมารีเมค หรือทำมันใหม่ ใส่การตลาดอะไรทำนองนั้น “หนังไก่นี่ เขาขายกันทั่วไป ด้วยความที่ไม่มีใครทำ ผมก็เอามารีเมคใหม่ ใส่สิ่งที่เราเรียนมา วางแผนธุรกิจยังไง ใส่หลักการตลาด 4 พี (โปรดักต์ ไพรส์ เพลส โปรโมชั่น – สินค้า ราคา ตลาดและการประชาสัมพันธ์) รวมทั้งหาจุดแข็งของเรา จุดแข็งคือ ผมทำได้กรอบนานเป็นเดือน” คุณมานพ ว่าอย่างนั้น เคล
นางนาตยา ดวงโพธ แม่ค้าหมูอบจากน้ำตาลโตนด เจ้าของร้านโกอ้วนหมูอบสูตรน้ำตาลโตนด จ.สงขลา เปิดเผยว่า หมูอบน้ำตาลโตนด ถือเป็นเจ้าแรก และเจ้าเดียวของสงขลา ซึ่งเลือกสรรคุณภาพเป็นหลัก ตั้งแต่เนื้อหมู จนมาถึงเครื่องปรุง และขั้นตอนการอบ ที่จะเน้นความสะอาด ทำให้หมูอบที่ออกมานั้นมีสีสดสวย ฉ่ำวาว และรสชาติก็ยังไม่หวานจัด ทำให้ลูกค้ารับประทานได้อย่างสบายใจ โดยจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 500 บาท เน้นการออกร้าน ตามงานจัดแสดงสินค้า โดยไม่ได้มีหน้าร้านขายประจำ ในแต่ละครั้งที่ออกร้าน จะจำหน่ายได้หมด แม้ในบางงานจะจำหน่าย 50-100 กิโลกรัม แต่ละเดือนจะมีงานไม่ขาดสาย ซึ่งจะมีการจัดเตรียมวัตถุดิบ โดยเฉพาะน้ำตาลโตนด ที่จะหาได้จากพื้นที่ 4 อำเภอคาบสมุทรสทิงพระของ จ.สงขลา รวมถึง เนื้อหมูสดๆ เพื่อให้ได้หมูอบสูตรน้ำตาลโตนด ที่หอม นุ่มลิ้น ส่งขายให้กับผู้บริโภค โดยรสชาติของหมูอบน้ำตาลโตนดนั้น จะต่างจากหมูอบสูตรอื่นๆ ตรงที่ไม่หวานจัด และนุ่ม หอมน้ำตาลโตนด ซึ่งลูกค้าชื่นชม เพราะสามารถนำไปเป็นกับข้าว กินเล่น กินกับข้าวเหนียว ได้ทุกสถานการณ์ นาตยากล่าวอีกว่า กว่าจะได้สูตรนี้มาต้องลองผิดลองถูกอยู่ระยะหนึ่ง สูตรจึงลงตัว ซึ่งถ
จากที่ยังค้างไว้ในเรื่อง “อีหนูของสารวัตร” ก็มาได้เวลาไขข้อข้องใจกันแล้ว ผมนัดกับสารวัตรเจนไว้ที่โรงเรียนบ้านกุดกุง อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เพราะสารวัตรจะนำพ่อแม่พันธุ์หนูนามาส่งให้พี่น้องเกษตรกรที่นั่น ในโครงการ “ทัพฟ้าช่วยชาวนา ตามศาสตร์พระราชาจากปรัชญาสู่การปฏิบัติ” โดยมีท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศมาร่วมรับมอบ หนูนา ถูกจัดเป็นชุดไว้ประกอบด้วยตัวผู้ 1 ตัว และตัวเมีย 2 ตัว ใส่กรงที่รองด้วยฟางเป็นรังหนูไว้สำหรับการเคลื่อนย้าย รอส่งมอบให้ชาวบ้านเพื่อนำไปเลี้ยงเพื่อเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่งต่อไป ใน 1 ชุด ราคาพ่อแม่พันธุ์ 1,300 บาท ผสมพันธุ์มาพร้อมตกลูกต่อไป การเลี้ยงหนูนาแบบเกษตรพอเพียง ที่กาญจนาฟาร์มหนู ของสารวัตรเจน มีวิธีการเลี้ยงหลักๆ 2 แบบ คือ แบบบ่อรวมแยกแม่ และแบบบ่อเดี่ยว แบบแรกเป็นแบบบ่อรวม เราใช้วงท่อเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร สูง 40 เซนติเมตร จำนวน 4 ท่อ โดย 2 ท่อแรก นำมาวางชิดกันแล้วเจาะรูทะลุหากัน นำท่อใยหิน ขนาด 4 นิ้ว มาเชื่อมต่อหากัน เสร็จแล้วนำท่ออีก 2 ท่อ วางทับเพื่อให้สูง 80 เซนติเมตร ป้องกันหนูกระโดดออก จากนั้นนำแก
