Featured
จากกรณีชาวโซเชียลแห่ชื่นชมคุณหมอท่านหนึ่งของรพ.สุราษฎร์ธานี ตรวจคนป่วยทั้งที่แขนยังห้อยสายน้ำเกลือ จนเป็นกระแสชื่นชอบจากประชาชน ถึงความตั้งใจในการรักษาไม่ทิ้งผู้ป่วยที่นัดไว้ อ่านข่าวเก่า : เปิดใจ คุณหมอนัดคนไข้ไว้ 130 คน – ถือสายน้ำเกลือมาตรวจทั้งที่ป่วย -เผยยังพอมีแรง ก็ทำต่อไป เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่รพ.สุราษฎร์ธานี นายแพทย์ทนงศักดิ์ หทัยวสีวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ประจำคลินิกพิเศษ ศัลยกรรมปัสสาวะ ผู้ตกเป็นกระแสชื่นชมได้เข้าทำงานตามปกติ ด้วยอาการที่ดีขึ้น แต่ยังต้องให้ยาฉีดต่อเนื่องอีกวัน โดยในช่วงเช้า ได้เข้าทำการผ่าตัดผู้ป่วย ก่อนจะเข้าดูงานในห้องตรวจเพื่อวางแผนการตรวจคนไข้ที่ตนเองรับผิดชอบ โดยนายแพทย์ทนงศักดิ์ เล่าว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สืบเนื่องจากเกิดอาการป่วยในช่วงคืนวันจันทร์ด้วยอาการปวดท้อง และอาเจียนรุนแรง จนต้องมารักษาที่รพ.สุราษฎร์ธานี จนรุ่งเช้าก็กลับไปด้วยอาการที่ทุเลาลงในระดับหนึ่ง ซึ่งก็ตรงกับวันอังคาร ที่ตรงกับเวรประจำวันที่ออกตรวจ เมื่อดูอาการตนเองเบื้องต้นรู้สึกว่า ยังไหวก็เลยมาทำงาน และรายงานหัวหน้าแผนกว่า ช่วยหาหมอเสริมด้วยหากไม่ไหว แต่ก็อยากรักษาด้วยตนเอง เพราะผู้
เมื่อปีที่ผ่านมา โพลจากทุกสำนักยกย่องให้เป็น “อีเว้นต์แห่งชาติ” ที่สามารถเรียกรอยยิ้มและสร้างความสุขให้กับคนไทยได้มากเป็นประวัติการณ์ สำหรับการออกมาวิ่งระดมเงินเพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลในโครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากสุดเขตแดนใต้ สู่สูงสุดแดนสยาม เริ่มต้นจาก อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ไปสิ้นสุดที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย รวมระยะทาง 2,191 กิโลเมตร ภายใต้การนำของ อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม ร็อกเกอร์หนุ่มชื่อดัง และต้องยอมรับว่านับแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน-25 ธันวาคม ที่ผ่านมานั้น คนไทยครึ่งค่อนประเทศ ต่างพากันเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของทีมงาน “ก้าว” กันตั้งแต่เช้ามืดตลอดระยะเวลา 55 วัน กระทั่งเหมือนจะรู้จักสนิทสนมราวกับเป็นคนในครอบครัว ไล่ไปตั้งแต่ พี่ตูน-น้องก้อย-หมอเมย์-เบลล่า-พี่โด๋-พี่ป๊อก-พี่เอส-พี่เอียด-พี่ซัน ฯลฯ นอกจากนี้แล้ว ยังมีเสียงชื่นชมจากผู้คนจำนวนมากเกี่ยวกับการบริหารจัดการความเรียบร้อยของโครงการในแต่ละขั้นตอน ว่าสามารถ “ออร์แกไนซ์” งานได้ออกมาดีเยี่ยม เพราะถึงแม้ภาพที่ปรากฏผ่านสื่อจะมีความอลหม่านบ้างในบางพื้นที่ แต่ไม่มี
พ.อ.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า อพท.ร่วมกับ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาวิจัยการจ้างแรงงานในพื้นที่พิเศษในปี 2560 เพื่อประเมินผลความสำเร็จ โดย อพท.ให้ความสำคัญกับการจ้างงานในผู้สูงวัย และผู้พิการ เพื่อสร้างความเท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมมาใช้ประยุกต์กับพื้นที่พิเศษแล้ว ทั้งนี้ จากการเปรียบเทียบระหว่างธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็นภาคีเครือข่าย และที่ไม่ได้เป็นภาคีเครือข่าย ผลปรากฏว่า อัตราการจ้างแรงงานท้องถิ่นในกลุ่มที่เป็นภาคีเครือข่าย มีอัตราสูงถึง 62.46% หรือเติบโตกว่า 33% หรือคิดเป็นจำนวนคนที่เพิ่มขึ้นจาก 1,095 คนเป็น 1,456 คน อัตราดังกล่าวเพิ่มสวนทางกับการจ้างงานในพื้นที่ซึ่งไม่ใช่เครือข่าย มีอยู่ในอัตรา 34.25% ลดลงกว่า 30% หรือคิดเป็นจำนวนราว 4.17 หมื่นคน ลดลงจากที่เคยสูงถึง 5 หมื่นคนในปี 2559 นอกจากนั้น เมื่อเจาะลึกไปยังประเภทแรงงานในพื้นที่พิเศษพบด้วยว่า ในปีที่ผ่านมา ทุกๆ แรงงาน 100 คน จะมีการจ้างแรงงานท้องถิ่น 34 คน, ผู้พิการ 1 คน,
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมติดตามและกำกับดูแลการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล เช่น บิตคอยน์ ระหว่างกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ข้อสรุปร่วมกันว่ามอบหมายให้ ก.ล.ต.เป็นหน่วยงานหลักที่จะต้องกำกับดูแล เพราะถือเป็นหน่วยงานที่ควบคุมการออกหลักทรัพย์ รวมถึงดูการระดมทุนด้วยสกุลเงินดิจิตอล (ไอซีโอ) โดยหลังจากนี้ ก.ล.ต. จะต้องร่างกฎระเบียบ ดูการใช้กฎหมายมาให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน “เรื่องสกุลเงินดิจิตอลไทยจะไม่ปิด แต่จะต้องมีการควบคุมให้ได้ ไม่งั้นก็กลัวว่าจะมีปัญหาตามมา โดยเฉพาะเรื่องการฟอกเงิน เพราะมีบางประเทศก็พบว่ามีการโยกเงินโดยใช้ช่องทางสกุลดิจิตอลในการโอนเงินออกนอกประเทศไปแล้ว” ทั้งนี้ เรื่องสกุลเงินดิจิตอล หรือบิตคอยน์ เป็นสิ่งที่เราหยุดไม่ได้และตอนนี้ก็เกิดมาเร็ว รวมถึงมีภาคเอกชนก็จะมีการไอซีโอให้ใช้เงินดิจิตอลไปซื้อได้ แต่ถ้าเกิดเราจะพัฒนาก็ต้องหาทางดูแลความคุมให้ได้ด้วย ซึ่งในการหารือที่ผ่านมาของภาครัฐ 4 หน่วยงาน ได้มีการคุยกันว่าใครจะเป็นห
กล้วยปิ้ง ราดน้ำเชื่อม ที่ไหนก็มีขาย ทำขายกันอยู่ทั่วไป แต่กล้วยปิ้งทรงเครื่อง ที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ไปเจอมาคราวนี้ มีไส้ด้วย เป็นไส้มะพร้าวอ่อน บอกเลยว่า อร่อยมาก ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จ.บึงกาฬ เจ้าของคือ คุณวัลภา กิตติยุทธการณ์ อายุ 55 ปี แม่ค้าขนมหวาน หลายชนิด รวมทั้งกล้วยปิ้งทรงเครื่อง คุณวัลภา เล่าว่า ขายขนมมาราว 10 ปีแล้ว แต่ที่ลูกค้าติดอกติดใจมากเป็นพิเศษคือกล้วยปิ้งทรงเครื่อง เคล็ดลับอยู่ที่ ปิ้งกล้วยบนเตาถ่านไฟอ่อนๆ อย่างใจเย็น ราว 1 ชั่วโมง นำกล้วยมากรีดตรงกลาง แบะกล้วยออก เพื่อวางไส้ ไส้ประกอบด้วยมะพร้าวอ่อน ที่คลุกเคล้ากับน้ำมะพร้าว น้ำตาล และเกลือนิดหน่อย ก่อนเสิร์ฟให้ลูกค้า ก็จะราดน้ำเชื่อมราดกล้วย (แบบที่ทำขายทั่วไป น้ำเชื่อมน้ำกะทิ น้ำตาลปี๊บ) ราคาขาย 5 ลูก 20 บาท ในแต่ละวัน คุณวัลภา จะใช้กล้วยประมาณ 20 หวี ตกหวีละ 15 ลูก (เท่ากับ 300 ลูก) ยอดขายเฉพาะกล้วยปิ้งนี่ก็เท่ากับ 1,200 บาทแล้ว (ยังไม่หักค่าใช้จ่าย) เนื่องจากจังหวัดบึงกาฬ (ใครนึกไม่ออกว่าอยู่ตรงไหนของประเทศ เอาเป็นว่าเป็นจังหวัดน้องใหม่ แยกออกมาจากจังหวัดหนองคาย) ปลูกยางพารากันค่อนข้างมาก ดังนั้นกล้ว
เมื่อวันที่ 7 ก.พ. นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า วันนี้นายแสงชัย แหเลิศตระกูลหรือหมอแสง ได้ส่งเอกสารที่ยังขาดอยู่ 2 ชิ้น คือ เอกสารการรับรองของคนในชุมชนที่ไม่น้อยกว่า 10 คนขึ้นไป และเอกสารการยอมรับของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.)มาให้เจ้าหน้าที่แล้ว เมื่อเอกสารครบทาง นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯได้ลงนามเซ็นออกใบรับรองให้แก่ นายแสงชัยได้เป็นหมอพื้นบ้านอย่างถูกต้องแล้ว ไม่กังวลเรื่องการออกเอกสารรับรองเร็ว สิ่งนี้ถือเป็นขั้นตอนการพิจารณาอยู่แล้ว ที่ผ่านมาได้มีการพิจรณาเอกสารครบเกือบทั้งหมดแล้วขาดเพียงสองชิ้นนี้ เมื่อได้เอกสารมาก็สามารถเซ็นรับรองได้เลย อ่าน:‘หมอแสง’ ลั่น! ‘จะเลิกผลิตยามะเร็ง’ เสียใจ ‘กรมแพทย์แผนไทย’ พูดกลับไปมา นพ.ปราโมทย์กล่าวต่อว่า การออกใบรับรองหมอพื้นบ้านก็เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและยกระดับหมอพื้นบ้านที่มีความรู้ความสามารถในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่น แต่ต้องดำเนินการมาไม่น้อยกว่า10ปีด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยหรือการแพทย์พื้นบ้าน หมอพื้นบ้านและแพทย์พื้นบ้านแตกต่างกัน เพรา
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เลี้ยงอาหาร-มอบเงินอั่งเปา ให้แก่ผู้สูงอายุสถานสงเคราะห์คนชรา 3 แห่ง เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2561 เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการ/เหรัญญิก นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการและรองเหรัญญิกฯ นางชุติมา ตันติศิริวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการฯ นายวุฒิชัย อภิวัฒนกุลชัย ผู้จัดการมูลนิธิฯ นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ฯ พร้อมด้วย “ปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ” ศิลปิน ล็อกเกอร์ ชื่อดัง ซึ่งเป็นอาสากิตติมศักดิ์ของมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ร่วมกับมูลนิธิจีน 4 แห่ง ประกอบด้วยมูลนิธิสามัคคีการกุศลสงเคราะห์, มูลนิธิส่งเสริมวัฒนธรรม, มูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ และมูลนิธิศรัทธาสงเคราะห์ จัดเลี้ยงอาหารพร้อมมอบของขวัญ, ส้มมงคล และมอบเงินอั่งเปา คนละ 500 บาท ให้แก่ผู้สูงอายุของสถานสงเคราะห์คนชรา 3 แห่ง ได้แก่ สถานสงเคราะห์คนชราปากน้ำ (มูลนิธิวัยวัฒนานิวาส) , สถานสงเคราะห์คนชราบางเขน (มูลนิธิธารนุเคราะห์) และ สถานสงเคราะห์คนชราปทุมธานี (มูลนิธินิมิตรภาพสงเคราะห์) เพื่อเป็นการเยี่ยมเยียน เป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้สูงอา
วันที่ 7 ก.พ. ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เดินทางไปพบ นายสำราญ วัชรวงศ์ อดีตข้าราชการส่วนจังหวัดและครูฝึก กอ.รมน.หมู่บ้าน อพป.ตามแนวชายแดน ที่บ้านเลขที่ 181 ถ.สู้ศึก เขตเทศบาลเมืองประจวบฯ หลังพบเรื่องราวของอดีตข้าราชการเกษียณอายุ หันมาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย โดยการเปิดร้านขายสมุนไพรชื่อ วังน้ำจันทร์ จำหน่ายสมุนไพรหลากหลายชนิด ซึ่งใช้วิธีการปลูกแบบปลอดสารพิษ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสมุนไพร เช่น ยาสีฟัน สบู่ ครีมอาบน้ำ ครีมทาหน้า น้ำมันสมุนไพรสูตรโบราณ ยาหอม ยาหม่อง เป็นต้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพาณิชย์จังหวัด และ วัฒนธรรมจังหวัด นายสำราญ กล่าวว่า หลังจากที่เกษียณ ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แก้เหงา ด้วยการเก็บมะขามในสวนและพืชผลการเกษตรที่ปลูกกับภรรยาคือ นางจรีย์ วัชรวงศ์ ผอ.โรงเรียนวัดบ่อนอก(ทองวิทยา) มาเปิดร้านขายที่หน้าบ้าน ในปัจจุบัน ทางวัฒนธรรมของจังหวัด ได้ใช้ถนนเส้นนี้จัดกิจกรรมเป็นถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึกคึกคักและตลาดต้องชม เนื่องจากถนนเส้นนี้เป็นถนนสายประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกที่บริเวณนี้เนื่องจากเป็นถยยที่เรียบเสมอชายหา
“ศิริรัตน์ สิวราวุฒิ” เพื่อสนับสนุนคนไทยใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สร้างสุขนิสัยส่งเสริมสุขภาพที่แข็งแรง และร่วมเรียนรู้ตามพระราโชบาย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอดตามศาสตร์พระราชาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เรื่องพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืน บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพจากโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปทั้ง 3 แห่ง จัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล “9 ตามรอย ดอยคำ” ที่โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 (ฝาง) จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 4 มี.ค. 2561 โอกาสนี้ จัดสื่อสัญจร ตอน “ตามรอย ดอยคำ” นำคณะสื่อมวลชนสำรวจเส้นทางวิ่ง พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนบ้านยาง ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ที่ซึ่งในหลวง ร.9 ทรงมีพระราชดำริไว้กว่า 40 ปีที่ผ่านมา รวมถึงเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระหว่างวันที่ 26-28 ม.ค. ชุมชนบ้านยางโดดเด่นด้านวัฒนธรรม ความหลากหลายทางเชื้อชาติและศาสนา อดีตเคยเป็นถิ่นอาศัยของชาวกะเหรี่ยง และมีชาวจีนยูนนานอพยพจากประเทศจีนเข้ามาลงหลักปักฐานพึ่งพระบรมโพธิสมภารเมื่อ 50 ปีก่อน ทำให้ตลอดเส้นทางการวิ่งครั้งน
อีกหนึ่งคลิปวิดีโอ ที่ทำให้อาหารกลางวันอิ่มลงอย่างรวดเร็ว หลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “จินตนา ไชโยธา” ได้โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมระบุข้อความว่า “โอ้ย!! ตลาดทางเมืองได๋เด้ เป็นตะสยองเเท้” โดยในคลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นตลาดขายเนื้อสดแห่งหนึ่ง ทว่าที่ไม่ธรรมดาเพราะ ตลาดแห่งนี้ขายเนื้องูกันเต็มไปหมด แถมเป็นงูเป็นๆที่ยังไม่ตายด้วย มีทั้งแล่เนื้อกันเห็นๆ จับชั่งกิโลขายกันตรงหน้า นอกจากนี้ภาพจากคลิปวิดีโอยังเผยให้เห็นงูตัวขนาดใหญ่ถูกโซ่เกี่ยวอยู่หน้าร้าน โดยที่งูตัวดังกล่าวยังคงขยับไปมาและมีชีวิตอยู่ คล้ายกับแขวนกับเคียวไว้รอวันถูกชำแหละ อย่างไรก็ตามคลิปดังกล่าวไม่ได้ระบุที่มาว่าเป็นคลิปจากประเทศอะไร โดยมีการคาดการณ์กันว่าตลาดในคลิปดังกล่าวอาจเป็นประเทศเวียดนาม หรือไม่ก็ กัมพูชา ที่มา ข่าวสดออนไลน์
