Featured
U DRINK I DRIVE (ยูดริงก์ ไอไดรฟ์) คือ ธุรกิจให้บริการ “พนักงานขับรถ” คอยทำหน้าที่ขับ “รถของลูกค้า”กลับให้ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย เพื่อไม่ให้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ทั้งกับตัวเองและผู้อื่น มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก อยู่ที่ “”นักดื่ม” ทั้งชาย-หญิง สำหรับจุดเริ่มต้นของกิจการนี้ เกิดจากแนวคิดของผู้ร่วมก่อตั้ง ซึ่งล้วนแต่เป็นนักธุรกิจไฟแรง ที่ตระหนักตรงกันถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและปลอดภัย จึงเกิดแรงบันดาลใจที่ต้องการยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิต หวังลดจำนวนอุบัติเหตุที่ เกิดขึ้นบนท้องถนน ที่จากสถิติพบว่าประเทศไทยนั้น มีอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก คุณพีท – จิรายุ พิริยะเมธา หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง U DRINK I DRIVE วัยยี่สิบเศษ พกพาบุคลิกมั่นใจสไตล์คนรุ่นใหม่ มาให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยอ่อนน้อมเป็นกันเอง เริ่มต้นว่า เจ้าของแนวคิดการทำธุรกิจในแบบ U DRINK I DRIVE คือ คุณสิ – สิรโสมย์ บริสุทธิ์สุวรรณ์ เพื่อนวัยไล่เลี่ยกันแต่ต่างสถาบัน โดยตัวเขานั้นจบการศึกษาปริญญาตรีด้านการบริหารเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ธุรกิจหลักของครอบครัว คือ การบริการรถลีมูซีนให้กับหน่วยงา
เรื่องนี้โพสต์โดยคุณ Mint Wiphawan โพสต์เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะโดยสารรถบัสปรับอากาศที่ขอนแก่นไปนครราชสีมา แต่กลับว่าต้องยืนตลอดทาง และไม่ได้ยืนเพียงคนเดียว มีคนยืนบนรถบัสคันนี้อีกหลายคน ผู้โพสต์ระบุว่า “ตอนนี้เราขึ้นรถอยู่ขอนแก่น แต่เป็นสายอุดร-ราชสีมา ก่อนขึ้นเขาบอกว่าว่างอีกสองคน ก็กำลังจะไปซื้อ เลยมีคนมาซื้อก่อนเราไปสองที่ เราเลยว่าจะไม่ซื้อเลยมีผู้หญิงเดินมาถามว่าหนูจะลงไหน เราเลยบอกไปว่าโคราช แกเลยบอกว่าซื้อตั๋วเลย เราเลยพูดว่ามีคนซื้อไปแล้วที่ว่าว่างสองที่ แกเลยบอกมีที่นั่งอยู่ เดี๋ยวมีคนจัดให้ เราเลยซื้อ พอเราขึ้นรถไปก็เห็นคนยืนเต็มรถ คือก็งงอะไรวะ ไหนบอกมีที่นั่ง ละสุดท้ายกูได้ยืน เหมือนโดนหลอกให้ซื้อตั๋วอะ สงสารทั้งตัวเองและผู้โดยสารคนอื่นๆ จ่ายก็จ่ายนะ เข้าใจว่าขึ้นรถกลางทาง แต่ได้ยืน รอบนี้รอบสองแล้ว ก็ยังงงว่ามาโง่ขึ้นอีกทำไม คนขายตั๋วก็พูดจาไม่เพราะ ไม่รู้นะว่ายืนแบบนี้มันได้หรือผิดอะไรไปรึเปล่า ถ้าเราเข้าใจอะไรผิดหรือโพสต์ไม่ถูกต้องก็ขอโทษด้วยเลยค่ะ จ่ายเงินเกินก็มาตะคอกแล้วทำหน้าใส่อีก *ผู้ชาย* ขอพูดเลยกูคงไม่มาขึ้นรถสายนี้อีก ขอนแก่นโคราชบ่แมนใกล้ๆเด้อวะ ฝากบอก
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม จากกรณีที่ราคาสับปะรดตกต่ำ เนื่องจากมีผลผลิตเพิ่มขึ้นและออกสู่ตลาดพร้อมกัน เกินความต้องการของผู้บริโภค ทำให้เกษตรกรชาวสวนต้องได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก นางทุเรียน รุ่งอรุณเนตร อายุ 51 ปี เจ้าของสวนส้มโอลุงจก ใน ต.บางสะแก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ซึ่งเป็นสวนส้มโอรายใหญ่ของจังหวัดสมุทรสงคราม จึงมีแนวคิดที่จะช่วยเหลือชาวไร่สับปะรด ประกอบกับที่ผ่านมาเคยประสบความสำเร็จกับการย่างทุเรียนหมอนทองขาย จึงทดลองนำสับปะรดที่มีรสชาติเปรี้ยวไม่เป็นที่ต้องการของท้องตลาด มาย่างบนเตาถ่าน ก็พบว่าให้รสชาติดี กลิ่นหอมหวาน แถมอร่อยและน่ารับประทาน อีกทั้งยังช่วยลดความเปรี้ยว จึงหันมาย่างสับปะรดขาย พร้อมกับส้มโอ และทุเรียน ที่บริเวณตลาดนัดวัดคริตส์ ต.บางนกแขวก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ซึ่งมีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวแวะมาซื้อสับปะรดย่างกันจำนวนมาก ทำให้สับปะรด 1 คันรถปิกอัพ หมดในเวลารวดเร็ว นางทุเรียนเปิดเผยว่า ตนเป็นเกษตรกรชาวสวนส้มโอ เข้าใจหัวอกเกษตรกรด้วยกัน เมื่อทราบปัญหาราคาสับปะรดของชาวไร่ราคาตกต่ำ ตั้งใจอยากช่วยเหลือ จึงใช้ประสบการณ์ในการย่างทุเรียนมาทดลองย่างสับปะรด ก็พบว่ามีกลิ่นหอม
“การถ่ายภาพเป็นงานศิลปะ เป็นของดีมีประโยชน์ ขออย่าให้ถ่ายภาพกันเพื่อความสนุกสนาน หรือความสวยงามเท่านั้น จงใช้ภาพให้เกิดคุณค่าต่อสังคม ให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม งานศิลปะจะได้ช่วยพัฒนาประเทศ ให้เจริญก้าวหน้าได้อีกแรงหนึ่ง” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 แสดงไว้ ณ The First Annual Bangkok Art & Photography Event 2007 ….. ในยามที่ประเทศไทยอยู่ในภาวะสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ยังมีคนในชาติจำนวนไม่น้อย ออกมาแสดงน้ำจิตน้ำใจต่อกันในหลายรูปแบบ รวมถึงบริการรับถ่ายรูปให้กับผู้คนที่เดินทางมายังท้องสนามหลวงห้วงเวลานี้ แบบไม่คิดค่าแรงแม้แต่บาทเดียว โดย คุณแจ๊ค-วีระยุทธ ทองโชติ อายุ 37 ปี หนึ่งในเจ้าของจิตอาสาดังว่า เริ่มต้นแนะนำตัว ปัจจุบันทำงานประจำ เกี่ยวกับการเขียนลายเสื้อผ้า พวกลายไทย ลายกราฟฟิคสำหรับงานสกรีน เป็นพนักงานในโรงงานเล็กๆ เงินเดือนไม่มากนัก แต่อยู่ได้เพราะไม่ใช่คนฟุ้งเฟ้ออะไร ข้าวของที่ใช้ราคาไม่แพง ไม่มีบัตรเครดิต หากอยากซื้ออะไรจะเก็บเงินสดซื้อ นอกจากจะเป็นคนประหยัดแล้ว แม้เงินเดือนจะน้อยก็อยู่ได้สบาย เพราะปั่นจักรยานไปทำงาน ส่วนที
ในยุคที่อะไรก็ขายไม่ค่อยดี บรรยากาศจับจ่ายไม่ค่อยจะคึกคัก หากใครคิดทำสินค้าแบบธรรมดา ชนิดหาจุดที่แตกต่างไม่ได้ เห็นคงต้องมีอันม้วนเสื่อกลับบ้านไปก่อนเวลาอันควร “กับข้าว” เจ้าของแบรนด์เครื่องนอนลวดลายอาหารหน้าตาน่ารับประทานเหมือนจริง นับเป็นหนึ่งในหลายผู้ประกอบการ ที่สามารถสร้าง “จุดขาย”ของตัวให้มีความโดดเด่น กระทั่งขายดิบขายดีมาพักหนึ่งแล้ว มีเจ้าของกิจการสองท่าน คือ คุณบอส – ฐิติรัตน์ ทำนุโรจน์ทวี และ คุณเอ็กซ์ –สุพัชชา มิตรวารีสัมพันธ์ คุณเอ็กซ์ อาสาเป็นคนให้ข้อมูลว่า เจ้าของไอเดียสินค้าผ้าปูที่นอน-หมอน-ผ้าห่ม ลวดลาย เป็นอาหารนานาชนิด อาทิ กุ้งแม่น้ำเผา ผัดไทย ปูนึ่ง ต้มยำทะเล ฯลฯ นี้ เป็นของคุณบอส-ฐิติรัตน์ หุ้นส่วนคนสำคัญ ซึ่งร่วมกันทำธุรกิจ ทำโรงงานรับผลิตสายคล้องคอบัตร และผ้าพันคอเชียร์กีฬา ให้กับหน่วยงานต่างๆ มาตั้งแต่ปี 2549 โดยก่อนหน้านี้ เคยลงทุนซื้อเครื่องซับพลีเมนชั่น ซึ่งเป็นเครื่องจักรมูลค่าหลักล้านบาท เพื่อนำมาใช้งานในการแยกสีสายคล้องและผ้าพันคอให้เป็น 4 สี เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น ทำอยู่พักใหญ่ เกิดความคิดแตกไลน์สินค้า แบบไม่ต้องลงทุนเพิ่ม แต่ใช่
ถ้าถามถึงภาพลักษณ์ ของ “อาหารฝรั่งเศส” ในสายตาของคนส่วนใหญ่ หลายท่านอาจบอกไม่รู้จัก รสชาติเป็นยังไงไทราบ แต่ถ้าให้ลองนิยาม น่าจะเป็นเรื่องของความหรูหรา ดูดี หารับประทานไม่ได้ง่ายๆทั่วไป และที่สำคัญคงมีราคาแพง…จนน่าหมั่นไส้ “อาหารฝรั่งเศส เป็นเรื่องของพิธีรีตรอง ละมุนละไม ใช้วัตถุดิบชั้นดี หรูหรา และเทคนิคการทำชั้นเลิศ” คุณโป้ง – ฐาปกรณ์ ชินะวาสี วัย 34 ปี เจ้าของ Blue Tomatoes (บลู โทเมโทส์) กิจการแคเธอเริ่งและรับจัดเลี้ยงแนวใหม่ ซึ่งหาญกล้าออกมาประกาศด้วยเสียงดังฟังชัด ขอเป็น “ผู้ก่อการปฏิวัติ…การกิน” เกริ่นมาอย่างนั้น แต่ก่อนจะทราบถึงรายละเอียดยุทธวิธีก่อการฯในแบบของเขา ขอทำความรู้จักกันให้มากขึ้นก่อน ย้อนให้ฟังความเป็นมา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นมีโอกาสลัดฟ้าไปศึกษาต่อด้านภาษาที่ประเทศสหสรัฐอเมริกา อยู่ 2 ปี ทำให้ได้เปิดโลกใหม่ จนเกิดทัศนคติที่เปลี่ยนไป จากคิดว่าจะศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาทั่วๆไป ปี 2550 กลับมาบ้าน จึงขออนุญาตครอบครัว ขอศึกษาต่อด้านการทำอาหาร ที่สถาบัน เลอ กอร์ดอง เบลอ ในเมืองไทย เพื่อเรียนรู
ทุกวันนี้ถ้าใครมีรูปร่างอ้วนเกินค่านิยมตามสมัย อาจถูกมองด้วยสายตาตำหนิติติง เหมือนไปทำอะไรผิดมาหนักหนา แถมยามปะหน้าผู้คน(บางประเภท) เป็นต้องเอ่ยปากทัก ทำไมถึงได้ตัวใหญ่-ตัวโต อย่างนี้ ทั้งที่น่าจะรู้กันอยู่เรื่องของ “สังขารไม่เที่ยง”นั้น เป็นธรรมดาของมุษย์โลก แต่เมื่อความสวยความงามนั้น เป็นเรื่องคู่กันกับผู้หญิงแทบทุกราย ฉะนั้นหากสาวคนไหนที่ก้าวผ่านภาวะ ”อวบระยะสุดท้าย”ไป เห็นเป็นต้องรีบขวนขวายหาเสื้อผ้าที่ใส่แล้วดูดี มาเสริมบุคลิกกันให้จ้าละหวั่น ส่งผลให้ธุรกิจขายเสื้อผ้าสำหรับสาวร่างบิ๊ก มีความคึกคักมาได้พักใหญ่แล้ว พยาบาลอ้วนบิ๊กไซส์ คือ ชื่อของแฟนเพจร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ มีกลุ่มเป้หามายอยู่ที่สาวอวบอ้วน น้ำหนัก 80-180 กิโลกรัม ++ โดยเสื้อผ้าแต่ละแบบมีทั้งงาน Plus Size แบรนด์เนม Outlet และงานตัดเฉพาะที่ร้านออกแบบมาเพื่อสาวเฮฟวี่โดยเฉพาะ คุณเล็ก-สุดารัตน์ สังข์ประเสริฐ อายุสามสิบเศษ ปี เจ้าของกิจการที่เกริ่นถึง และเจ้าของน้ำหนักตัวเกินร้อยกิโลกรัม เริ่มต้นให้ฟังเกี่ยวกับความเป็นมาด้วยน้ำเสียงร่าเริงเป็นกันเอง พื้นเพเป็นชาวเพชรบูรณ์ จบปริญญาตรีจากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศ
เป็นข่าวเศร้าของวงการบันเทิงอีกครั้ง เมื่อ ‘แวว จ๊กมก’ น้องสาวตลกดัง ‘หม่ำ จ๊กมก’ เสียชีวิตอย่างสงบแล้ว โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก ขุนหมื่น ชื่นบดินทร์ดุ๊ก โพสต์ว่า อาลัยพี่สาวสุดที่รัก หลับให้สบายนะครับ แวว จ๊กมก เมื่อคืนยังคุยกันอยู่เลย ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ เบื้องต้นพบว่าแววนอนหลับและเสียชีวิตไปเลย ซึ่งครอบครัวเตรียมนำศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา ที่มา ข่าวสดออนไลน์
หลังจากนักแสดงอาวุโส ‘ชุมพร เทพพิทักษ์’ พ่อของดาราหนุ่ม ‘ศรราม เทพพิทักษ์’ เข้ารับการรักษาตัวจากอาการเส้นเลือดใหญ่ในสมองตีบ โดยอาการยังหนักและน่าเป็นห่วง ล่าสุด ‘ศรราม เทพพิทักษ์’ โพสต์ไอจีส่วนตัวว่า ขออนุญาตแจ้งผู้มีพระคุณทุกท่านให้ทราบครับว่า “ป๋าชุมพร (เดียร์ ) เทพพิทักษ์ ” ถึงแก่กรรมแล้วครับผม ….พิธีรดน้ำศพจะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 10 กค.เวลา 16.00 น. และสวดอภิธรรมศพ เวลา 18.30 น. ณ.ศาลาปิยชาติ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร จึงเรียนมาเพื่อทราบ ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ ขอบพระคุณครับผม #??#รักหม่าม้ามากกว่าชีวิต#ไอ้หมา @sornramfanclub ที่มา ข่่าวสดออนไลน์
2นักท่องเที่ยวถูกพิษแมงกะพรุนสายเล่นงานขณะนั่งเรือกล้วย ปวดแสบปวดร้อนแน่นหน้าอกหามส่งโรงพยาบาลวุ่น ล่าสุดแพทย์ยังต้องรอดูอาการต่อไปที่รพ.แกลง คนขับเรือเผยน่าจะเป็นแมงกะพรุนสายที่จะมีมากในข่วงฤดูฝน หากถูกจุดสำคัญอาจถึงชีวิต พร้อมโชว์แผลเป็นจากพิษแมงกะพรุนให้ดู เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 ก.ค. ร.ต.อ.สายันห์ ปัจรักษ์ ร้อยเวร สภ.กร่ำ ได้รับแจ้งเกิดเหตุนักท่องเที่ยว 2 รายถูกพิษแมงกะพรุนไม่ทราบชนิดจนทำให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง บริเวณหาดแหลมแม่พิมพ์ ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง จึงประสานหน่วยกู้ภัยพุทธศาสตร์สงเคราะห์ และแพทย์เวร รพ.แกลง รุดไปตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือทันที เมื่อไปถึงบริเวณที่เกิดเหตุริมหาดแหลมแม่พิมพ์ พบนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในวันเข้าพรรษากันแน่นหาด เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบกับ 2 นักท่องเที่ยวประกอบด้วย น.ส.สิริญญา สุรสุข อายุ 24 ปี ถูกพิษแมงกะพรุนไม่ทราบชนิดเข้าที่ขาทั้งสองข้าง และ ด.ช.วัย 10 ขวบ ถูกพิษแมงกะพรุนที่บริเวณขาซ้าย นอนร้องครวญครางอยู่ริมหาด จึงรีบเข้าไปปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยใช้น้ำเปล่าผสมน้ำส้มสารชูล้างฆ่าเชื้อ พบว่าทั้งสองคนยังมีอาการเจ็บแสบร้อนบริเวณที่ถูกพิษ จึ
