Featured
เมนูสุดไวรัลที่กำลังฮิตไปทั่วโซเชียลในตอนนี้ช่วงนี้ เพราะถ้าเลื่อนฟีดโซเชียลไม่ว่าจะ TikTok หรือ Facebook ก็อาจจะเห็นรีวิว “เค้กไก่หย็อง” ขึ้นเต็มหน้าจอ ซึ่งเป็นเมนูที่เป็นกระแสใหม่ของวงการเบเกอรี่ไทย โดยมีเหล่าอินฟลูฯ Tiktoker จากช่องต่างๆ ทำคลิปรีวิวเจ้าเค้กไก่หย็องกันเป็นจำนวนมาก โดยต้นกำเนิดมาจาก “เบเกอรี่จีนและไต้หวัน” เรียกว่า Xiao Bei Crispy Seaweed Floss Cake (เค้กสาหร่ายกรอบเสี่ยวเป้ย), ขนมไข่ไก่นุ่มไส้ไก่หย็องแบบชิ้นเล็ก หรือบางร้านใช้คำว่า “เค้กเนื้อหย็อง” หรือ “เค้กไก่หย็อง” ซึ่งจะใส่หมูหย็องในขนมปัง จากนั้นนำมาทาด้วยมายองเนสหรือครีม และโรยไก่หย็องด้านบนอีกครั้ง พร้อมงาขาวหรือสาหร่าย จนกลายเป็นขนมที่ได้รับเสียงตอบรับจากผู้บริโภค หลายคอมเมนต์พูดว่ามีทั้งความแปลกและรสชาติที่ไม่เหมือนใคร และร้านดังในจีนที่ทำให้ขนมชนิดนี้เป็นไวรัล นั่นคือ Bao’s Pastry เเละ Youchen ราคาอยู่ที่ $3.60 (ประมาณ 97 บาท) ซึ่งขายดีจนมีคนต่อคิวรอซื้อนานเป็นชั่วโมง กลายเป็นเทรนด์ฮิตที่แพร่ไปทั่วทั้งเกาหลี สิงคโปร์ และไทยในเวลาอันรวดเร็ว หนึ่งในร้านที่จุดกระแสความปังในไทย คือ “ร้านปังเว่อร์” จากนนทบุรี ท
ขึ้นชื่อว่า “คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวลูกสอง” จะมีความรู้สึกของเลือดนักสู้เข้ามาผสมอยู่ในคำคำนั้น เฉกเช่นเดียวกับ คุณบัว-นูลนี บุญมากาศ อายุ 26 ปี เจ้าของร้านขายนขนมปังอยู่หน้าบ้าน ที่เป็นไวรัลในโซเชียล คนต่อแถวยาวเหยียดจนทำแทบไม่ทัน แต่เส้นทางของความน่าภาคภูมิใจของเธอ จะต้องแลกมาด้วยความท้าทาย ความกดดันอย่างไรบ้าง เธอได้เล่าให้เราฟังว่า เส้นทางของ “1 Recipe Bake” เริ่มต้นเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ด้วยร้านเล็กๆ ที่ต้องปิดตัวลงชั่วคราวเมื่อเจ้าของร้านตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง แต่ด้วยใจรักในการทำขนม เธอก็พลิกวิกฤตเป็นโอกาส หันมาทำขนมส่งขายตามคาเฟ่ต่างๆ จนกระทั่งจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญมาถึงเมื่อเธอเริ่มทำ TikTok วิดีโอสั้นๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวและเสน่ห์ของขนมโฮมเมดของเธอได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ลูกค้าจำนวนมากเริ่มรู้จัก “1 Recipe Bake” และถึงขนาดเดินทางมาที่บ้านเพื่อลิ้มลองขนมสดใหม่จากเตา นี่เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้เธอกลับมาเปิดร้านเล็กๆ อีกครั้งที่หน้าบ้านของตัวเอง เมื่อตัดสินใจเปิดร้านที่หน้าบ้าน ผลตอบรับเกินความคาดหมายอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงที่คอนเทนต์บน TikTok กลายเป็นไวรัล ลูกค้าห
ย้อนไปเมื่อ 26 ปีก่อน หลายคนอาจรู้จักชื่อของ “ปลา-อัจฉรา บุรารักษ์” ศิษย์เก่าเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง สาขาวิชาวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะของ “ปลา iberry” ผู้ก่อตั้งร้านไอศกรีมโฮมเมดที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร แต่ในวันนี้ชื่อของเธอถูกจดจำในฐานะเจ้าของอาณาจักร iberry GROUP องค์กรด้านอาหารที่มีแบรนด์ร้านอาหารในเครือถึง 16 แบรนด์ และมีร้านอาหารรวมกันกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องพบกับอุปสรรคและความท้าทายมาหลายรูปแบบ แต่ก็ผ่านพ้นมาได้อย่างแข็งแกร่งและสวยงาม คุณปลา ยอมรับว่า ช่วงระยะเวลา 26 ปีที่ผ่านมา เจอกับความยากลำบากมาทุกช่วง ตั้งแต่ตอนเริ่มต้นทำร้าน iberry ยุคแรก เป็นความยากในเรื่องของการสร้างตัวตนให้คนรู้จัก เพราะยุคนั้นยังไม่มีโซเชียลมีเดีย จึงต้องอาศัยสื่อดั้งเดิม อย่าง หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และการบอกปากต่อปากเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ข้อมูล อีกทั้งตอนนั้นเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ ยังไม่มีประสบการณ์ การเริ่มต้นธุรกิจจึงเป็นการลองผิดลองถูก โดยที่ไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะสวยงามหรือไม่ เมื่อ iberry เป็นที่รู้จักมากขึ้นก็ต้องพบเจอกับความยากในก
วาโก้ แบรนด์ชุดชั้นในยอดนิยมอันดับ 1 เปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ล่าสุด “Wacoal X Sahred Toy” การคอลลาบอเรชันกับ ต๊อด-อารักษ์ อ่อนวิลัย หรือ Sahred Toy นักวาดภาพประกอบฝีมือจัดจ้าน กับแนวคิดความเชื่อและความปังในแบบมูเตลู ถ่ายทอดผ่านเสื้อแนวสตรีตแฟชั่นและผลิตภัณฑ์ลวดลายเสริมพลังแห่งความศรัทธา Wacoal X Sahred Toy คอลเล็กชันที่ผสมผสานเอกลักษณ์ไทยเข้ากับแฟชั่นยุคปัจจุบัน ผ่านแรงบันดาลใจจากลายสักยันต์หรือ “ยันต์มงคล” ที่ถูกออกแบบให้ทันสมัยแต่ยังคงความขลังตามสไตล์ Sahred Toy ใน 3 ดีไซน์ ได้แก่ ดีไซน์ RICH ร่ำรวย ลายยันต์โภคทรัพย์ ให้พุทธคุณด้านส่งเสริมด้านโภคทรัพย์ ช่วยเรียกเงินทองให้ไหลมาเทมา, LUCKY โชคลาภ ลายยันต์ห้าแถว ให้พุทธคุณแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งหลาย ที่มีทั้งโภคทรัพย์ มีเสน่ห์ เมตตามหานิยม, POWER พลังอำนาจ ลายยันต์เสือคู่ ให้พุทธคุณด้านมหาอำนาจความคงกระพัน โดยคอลเล็กชัน Wacoal X Sahred Toy ลิมิเต็ดอีดิชัน ประกอบด้วย เสื้อทีเชิ้ต (Free Size) รูปแบบ Unisex เสื้อกล้ามมีบราในตัว กระเป๋าผ้า ร่มกันแดดกันฝน และ Griptok ช้อปคอลเล็กชันใหม่เพิ่มความมั่นใจให้สายมูได้อินเทรนด์กว่าเคย ได้แ
แม้จะเรียนจบด้านดนตรี และมีแพชชันแรงกล้าว่าจะไม่ทำธุรกิจครอบครัว แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง ในวันที่บริษัทตุ๊กตาย่ำแย่ ช่องทางการขายหลักอย่างห้างสรรพสินค้าเริ่มไม่ตอบโจทย์ และตุ๊กตายังถูกมองว่าเป็นแค่ “ของเล่น” สำหรับเด็กที่ใครๆ ก็ขายกัน ทำให้ คุณทอย-กรชนก ตรีวิทยานุรักษ์ ลูกสาวคนโต ลุกขึ้นมาพลิกชีวิตบริษัทให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์คาแร็กเตอร์ที่หลายคนหลงรักในวัยเด็กมาผลิตเป็นตุ๊กตา พวงกุญแจ และสินค้าหลากหลาย จนกลายเป็นไอเทมที่ทุกคนต้องมีติดตัว ซื้อมาห้อยกระเป๋าได้อย่างไม่เคอะเขิน คุณทอย เจ้าของ Codec Creation ทำธุรกิจอย่างไรและทำการตลาดแบบไหนให้คาแร็กเตอร์สุดน่ารักครองใจลูกค้า “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาทุกคนไปหาคำตอบ บริษัทตุ๊กตา ธุรกิจจากรุ่นแม่ คุณทอย เล่าให้ฟังว่า บ้านของเธอทำธุรกิจตุ๊กตามาตั้งแต่รุ่นแม่ โดยเริ่มจากขายการ์ดดินปั้นที่ได้กำไรเพียงชิ้นละ 2-3 บาท ไม่คุ้มกับความเหนื่อย จึงเปลี่ยนมาขายตุ๊กตาที่รับจากสำเพ็งแล้วนำมาติดโบว์ ติดปีกให้น่ารักจนขายดิบขายดี แต่วันหนึ่งก็มีคนเลียนแบบ จึงได้เปลี่ยนมาผลิตตุ๊กตาเอง โดยร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ชาวเกาห
กับสถานการณ์โลกปัจจุบัน แม้เศรษฐกิจจีนจะอยู่ในช่วงชะลอความร้อนแรง แต่คงต้องยอมรับ “ตลาดจีน” ยังเป็น “ตลาดยุทธศาสตร์” ที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้าม โอกาสนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีชุดข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จากบทสัมภาษณ์พิเศษ ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจและความยั่งยืน ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM BANK ดร.เบญจรงค์ เกริ่นว่า ภาพรวมเศรษฐกิจจีน กำลังฟื้นตัว แต่ระดับ “ความเข้มข้น” ในการฟื้นตัวนั้นไม่เท่ากันในแต่ละเมือง 4 เมืองหลัก ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว และเซินเจิ้น ถูกจัดเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของจีน เป็นตลาดที่เติบโตสูง แต่ก็มีการแข่งขันสูงเช่นกัน ขณะเดียวกันมีอีก 15 เมือง ที่ทางรัฐบาลจีน มีนโยบายพัฒนา ให้เป็น “New First-Tier Cities” เพื่อกระจายการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในปี 2050 ดังนั้น หากอยากเข้าไปค้าขายในจีน ต้องเลือกเมืองที่เหมาะกับสินค้าของเรา และต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วด้วย สาหรับกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพในการเติบโตในตลาดจีน ดร.เบญจรงค์ กล่าวว่า ได้แก่ สินค้าออร์แกนิกและสุขภา
สมรภูมิใหม่ในสงครามอีคอมเมิร์ซของจีนกำลังเกิดขึ้น ด้วยธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Instant Commerce” หรือการจัดส่งสินค้าออนไลน์แบบรวดเร็วทันใจ บางเจ้าถึงขั้นเคลมว่า “จัดส่งถึงมือลูกค้าภายใน 30 นาที” ผู้เล่นหลักในสนามนี้คือ 3 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอีคอมเมิร์ซ ได้แก่ Alibaba (อาลีบาบา), JD.com (เจดีดอทคอม) และ Meituan (เหม่ยถวน) ที่แต่เดิมเน้นส่งอาหารเป็นหลัก ขณะที่ 2 เจ้าแรกเป็นอีคอมเมิร์ซโดยตรง ซึ่งทั้ง 3 บริษัทนี้ต่างเทเงินมหาศาลเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด และครองใจผู้บริโภคในยุคที่เร็วกว่าคือชนะ Instant commerce เป็นการยกระดับการจัดส่งแบบเดิม ครอบคลุมสินค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่อาหาร-เครื่องดื่ม ไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน โดยธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบส่งด่วนนี้สามารถใช้ได้จริงในเมืองใหญ่ๆ ด้วยเครือข่ายผู้ขับขี่และระบบการขนส่งที่มีขนาดใหญ่ สามารถเชื่อมโยงได้ทั่วประเทศ อีกทั้งยังมีในเรื่องของเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย อาทิ การนำ AI, Big Data และระบบจัดส่งแบบเรียลไทม์มาใช้ในการจัดส่งเพื่อคำนวณเส้นทางที่ดีที่สุด การแข่งขันของทั้ง 3 บริษัททวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อแต่ละเจ้าต่างขยายเครือข่ายจัดส่ง แล
บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) การสานต่อความร่วมมือภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ฉบับที่ 2 ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ซึ่งจัดขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอนำเสนอความสำเร็จของผู้ประกอบการไทย ที่เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Shopee International Platform (SIP) เพื่อสะท้อนถึงความสามารถและศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการเติบโตและแข่งขันในตลาดออนไลน์ต่างประเทศอย่างมั่นใจ จุดเริ่มต้น Acaseyshop คุณเบนและคุณออย จาก Acaseyshop ผู้ประกอบการวัยสามสิบต้นๆ ที่เริ่มจากการขายสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นในตลาดออฟไลน์ จนทั้งคู่ได้มองเห็นโอกาส ในการขยายธุรกิจเข้าสู่โลกออนไลน์ผ่าน Shopee ตั้งแต่ปี 2015 จนถึงปัจจุบันร่วมกว่า 10 ปี แบรนด์ Acaseyshop ของพวกเขาเติบโตต่อเนื่องและมั่นคงพร้อมๆ ไปกับ Shopee จนปัจจุบันร้านมีผู้ติดตามมากกว่า 200,000 คน และโอกาสล่าสุด ที่ทั้งคู่พาแบรนด์ ขยายตลาดและสร้างฐานลูกค้าเพิ่มเติมไปยังป
ในยุคที่ความรวดเร็วคือความเคยชินโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับบริบททางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากยุคก่อนหน้าอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนของอาชีพในโลกยุค AI หรืออิทธิพลของโซเชียลมีเดียที่กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการบริโภคแบบทันทีทันใด จากรายงานของ Bank of America ในปี 2024 ระบุว่า Gen Z มียอดใช้จ่ายเกือบ 2 เท่าเมื่อเทียบกับยอดเงินออมเฉลี่ย ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารการเงินที่ต้องเผชิญกับแรงจูงใจจากทั้งเหตุผลและอารมณ์อยู่ตลอดเวลา ลองมาดู 5 วิธีการบริหารเงินสำหรับคนรุ่นใหม่ จาก KTC ให้ตอบโจทย์ทั้งความต้องการในปัจจุบันและเป้าหมายในอนาคตได้อย่างสมดุล 1. กำหนดงบประมาณอย่างมีขอบเขต แม้การใช้เงินเพื่อเยียวยาความรู้สึกในวันที่เหนื่อยล้าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่การปล่อยให้การใช้จ่ายถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์โดยไม่มีการวางแผนอาจนำไปสู่ปัญหาการเงินในระยะยาว การตั้งวงเงินสำหรับค่าใช้จ่ายหมวดตามใจที่ชัดเจน จะช่วยควบคุมการตัดสินใจไม่ให้ส่งผลต่อภาพรวมทางการเงินได้ เช่น กำหนดว่าในแต่ละเดือนจะใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง อาหารนอกบ้าน หรือไล
ถูกยกให้เป็น “ไอดอลเชฟ” ของใครหลายคน สำหรับ เชฟอาร์ – ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์ เมื่อมีโอกาสพูดคุยกัน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงขอให้ชี้แนะแนวทางสู่สายอาชีพให้กับคนที่อยากเจริญรอยตามเขาบ้าง เชฟหนุ่ม อารมณ์ดี บอกว่า “อาชีพเชฟ ไม่ใช่อาชีพที่ขี้เหร่ นะ ปัจจุบันกระแสดีอยู่แล้ว ผมว่าเป็นอาชีพที่รายได้สูง แต่ก่อนจะรายได้สูง ก็คงเหมือนกับทุกอาชีพ ต้องเริ่มต้นจากการสร้างตัวเองให้มีคุณค่าพอ หรือมี Value ที่เพียงพอกับรายได้ที่คุณจะได้รับก่อน เพราะสิ่งนี้มันเป็นกฎของธรรมชาติ” ก่อนบอกอีกว่า “เส้นทางของอาชีพเชฟ นี้ มีเยอะมากนะตอนนี้ ถ้าตัดเรื่องของ Part โรงแรม ที่คุณจะต้องเริ่มต้นเงินเดือนตั้งแต่ 1.2 หมื่นบาท ไปจนกว่าจะถึง Executive Chef คุณต้องใช้เวลา 15 ปี ถึงจะได้เงินเดือนแสนกว่า ตัดไปก่อนนะ ธุรกิจอาหาร ก็สามารถเข้าไปได้ แต่วงการร้านอาหาร คาเฟ่ หรือร้านกาแฟ เปิดง่าย แค่มีทุนมีเงิน ทำอาหารอร่อย ก็เปิดได้แล้ว แต่เปิดแล้วทำให้อยู่ได้ อยู่ให้ลูกค้าติด ไม่ขาดทุน อยู่ยังไงให้ยั่งยืน อันนี้เรื่องยากมาก” “นอกจากนี้ ก็เหลือการเป็นที่ปรึกษา เป็นคนพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ส
