Featured
“หยกสด ทำขึ้นเพราะอยากให้คนไทยได้เข้าถึงขนมไทย หยิบตัวขนมที่อาจจะหาทานไม่ได้ทั่วๆ ไป นำมาทำให้รสชาติ และรูปร่างหน้าตา มีความร่วมสมัยมากขึ้น” หยกสด เป็นแบรนด์ขนมไทยที่โด่งดังเรื่องความหอม หวาน และรสชาติที่อร่อยกลมกล่อมของใบเตย โดยบทความนี้เป็นเรื่องราวของ คุณจ๊าก-มหศักย์ สุรกิจบวร ที่ชีวิตพลิกผันจากอดีตวิศวกร สู่เจ้าของแบรนด์ “หยกสด – ขนมไทยใบเตย 100%” ขนมไทยโบราณหาทานยาก จากวันแรกยอดขายเพียง 4,000 บาท สู่ 29 สาขาในปัจจุบัน จากความชอบ สู่ ธุรกิจจริงจัง คุณจ๊าก เล่าว่า จุดเริ่มต้นที่หันมาสนใจขนมไทย คือตอนที่ทำงานประจำเกี่ยวกับ Software แล้วเครียดจากงาน จึงได้ไปบวช และมีโอกาสได้ทาน ‘ขนมเปียกปูนกะทิสด’ ที่ชาวบ้านได้นำมาถวาย จึงเกิดความสนใจ เพราะรสชาติอร่อย ประกอบกับที่เขานั้นไม่เคยทานมาก่อน หลังจากสึกออกมา คุณจ๊ากได้ไปลองหาซื้อขนมเปียกปูนกะทิสด แต่หาไม่ได้ จึงลองทำด้วยตัวเอง เริ่มแรกก็เสิร์ชข้อมูลต่างๆ จากอินเทอร์เน็ต นำมาพัฒนาปรับปรุงสูตร และลองให้เพื่อนๆ ได้ลองทาน ปรากฏว่าได้รับผลตอบรับดีเยี่ยม จึงตัดสินใจเปิดเป็นธุรกิจจริงจัง เริ่มแรกไปเปิดบูธขายที่ Community Mall แห่งหนึ่ง
วันนี้คนไทยเริ่มคุ้นเคยกับการฝากท้องไว้กับร้าน เซเว่นอีเลฟเว่น กันมากขึ้น และเบื้องหลังความอร่อยคุ้นลิ้นนั้นก็คือ เรื่องราวการเรียนรู้นวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่เคยหยุดยั้งของ บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน นับตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์อาหาร ไปจนถึงศิลปะแห่งการรังสรรค์เมนู จนทำให้วันนี้ ซีพีแรม สามารถเสิร์ฟอาหารให้คนไทยได้มากกว่า 2.4 ล้านกล่องต่อวัน ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ให้คุณค่าทางโภชนาการ รสชาติอร่อย “เหมือนแม่ทำให้ทาน” เบื้องหลังความสำเร็จที่ขับเคลื่อนวงการอาหาร ด้วยปณิธาน Food 3S ได้แก่ ซีพีแรม จึงให้ความสำคัญกับการวิจัยให้ได้ซึ่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหารอย่างเข้มข้น รวมทั้งสร้างทีมผู้พัฒนาอาหารกว่า 200 คน ซึ่งทำให้เราสามารถพัฒนาเมนูใหม่ ๆ กว่า 500 รายการต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 1-2 เมนูต่อวัน โดยซีพีแรมให้ความสำคัญสูงสุดในการควบคุมคุณภาพ ประกันคุณภาพ และความปลอดภัยทางอาหาร ด้วยกระบวนการผลิตระบบปิด สามารถตรวจสอบย้อนกลับ ปลอดภัย มั่นใจ ทุกขั้นตอน เพราะอาหารเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต อาหารที่มีคุณภาพส่งผลให้ชีวิตมี
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 สหภาพยุโรปได้เผยแพร่ประกาศขึ้นทะเบียน “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” ของไทย เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในสหภาพยุโรป หลังไทยยื่นคำขอไว้เมื่อปี 2566 ด้วยเล็งเห็นว่าสหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกมะพร้าวน้ำหอมที่สำคัญของของไทย มีมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยกว่า 300 ล้านบาทต่อปี ซึ่งการได้รับความคุ้มครอง GI จะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกไทย ทั้งในด้านการป้องกันการแอบอ้างชื่อสินค้า การยกระดับความเชื่อมั่นของผู้นำเข้าสินค้า และการขยายโอกาสทางการค้าไปยังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 27 ประเทศ อาทิ เนเธอร์แลนด์ สเปน เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส ฮังการี สาธารณรัฐเช็ก ไอร์แลนด์ เดนมาร์ก เป็นต้น อีกทั้งยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมภาพลักษณ์สินค้าเกษตรคุณภาพสูงของไทย อันก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน จากการประกาศขึ้นทะเบียนดังกล่าว ส่งผลให้มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีเป็นสินค้า GI รายการแรกของจังหวัดราชบุรีที่ได้รับความคุ้มครองในต่างประเทศ และเป็น GI ไทยลำดับที่ 5 ที่ได้ขึ้นทะเบียนในสหภาพยุ
ช่วงเริ่มต้นทำงานคือจุดที่หลายคนค้นพบว่าแม้รายได้จะเพิ่มขึ้น แต่รายจ่ายก็เพิ่มขึ้นตามมาด้วยอย่างไม่ทันตั้งตัว เสื้อผ้าที่เคยเป็นแค่ความชอบกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์ การเดินทางกลายเป็นต้นทุนของเวลา และกิจกรรมทางสังคมก็กลายเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้มากกว่าที่คิด รายจ่ายเหล่านี้ไม่ใช่เพราะ “ฟุ่มเฟือย” แต่เกิดจากบทบาทใหม่ที่ต้องรับผิดชอบ หรือที่หลายคนเรียกว่า “ภาษีสังคม” ข้อมูลจาก Deloitte เคยระบุว่า 56% ของคนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน สะท้อนว่านี่ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของคนใดคนหนึ่งแต่เป็นความจริงของวัยเริ่มทำงานจำนวนมาก ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงอาจไม่ได้มาจากการใช้เงินเกินตัวแต่คือการเจอค่าใช้จ่ายที่ไม่เคยถูกสอนให้เตรียมพร้อมรับมือมาก่อน เข้าใจ “โครงสร้างรายจ่าย” ก่อนจะคุมเงิน เมื่อมองให้ลึกลงไป เราจะพบว่ารายจ่ายของวัยทำงานไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างไร้แบบแผน หากแต่มีรูปแบบเกิดซ้ำ เช่น ค่าใช้จ่ายด้านความสัมพันธ์ หรืองานสังคมตามฤดูกาล ที่หลายคนมองสิ่งเหล่านี้เป็นเหตุการณ์พิเศษ ทั้งที่จริงแล้วมันคือรายจ่ายประจำของชีวิตที่เปลี่ยนไป เคทีซีแนะนำว่าจุดเริ่มต้นที่สำคัญคือการคาดการณ์ค่าใช้จ่ายที่เกิดเป็นประจ
อดีตครูวัย 29 ปี จากเมืองที่มีชื่อเสียงด้านไม้เนื้ออ่อน เผยว่าเธอไม่มีความกลัวในธุรกิจขายโลงศพนี้เลย เพราะ “ความตายเกิดขึ้นได้ทุกวัน” ในวัฒนธรรมจีน “ความตาย” มักถูกมองว่าเป็นเรื่องต้องห้ามและโชคร้าย แต่ที่เมืองเหอเจ๋อ มณฑลซานตง กำแพงทางวัฒนธรรมนี้กลับกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่รุ่งเรือง นิตยสาร Personage รายงานเรื่องราวของ ลิซ่า หลิว วัย 29 ปี อดีตคุณครูที่เคยเหนื่อยล้าจากภาระงานหนัก จนกระทั่งเธอตัดสินใจเปลี่ยนสายงานในเดือนกรกฎาคม 2023 เธอได้ก้าวเข้าสู่โลกของการขายโลงศพ โดยมุ่งเน้นที่ตลาดยุโรป โดยเฉพาะประเทศอิตาลี ในช่วงแรก เจ้านายพาเธอไปดูโรงงาน ตั้งแต่ขั้นตอนการตัดไม้ การแกะสลัก ไปจนถึงการประกอบ สำหรับคนงานที่นั่น โลงศพเป็นเพียงวัตถุไม้ชิ้นหนึ่ง บางคนถึงกับเอาโกศเปล่าไปใช้เป็นกล่องเก็บของในบ้าน สิ่งเหล่านี้ช่วยให้หลิวเอาชนะความเชื่อเรื่อง “ลางร้าย” ไปได้ ทำไมต้องเป็น เมืองเหอเจ๋อ โลงศพของอิตาลีต่างจากโลงจีนที่มักจะหนักและสีเข้ม โดยของอิตาลีจะมีน้ำหนักเบากว่าและมีลวดลายทางศาสนา ที่สำคัญคือในอิตาลีจะมีการเผาทั้งร่างและโลงไปพร้อมกัน เมืองเหอเจ๋อมีต้นพอลโลเนีย (Paulownia) กว่า 3 ล้านต้น ซึ
ลบภาพจำแบบเดิมๆ กับการทำธุรกิจที่ต้องใช้ประสบการณ์หลายปี แต่การทำธุรกิจในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะการเปิดร้านอย่างทุกวันนี้ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านก็ขายได้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ แทน-นพรุจ อังอติชาติ วัย 24 ปี ดีกรีเด็กอักษรฯ จุฬาฯ ที่เริ่มจากการเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายติ๊กต็อก ที่มีผู้ติดตามหลักล้าน สู่บทบาทใหม่กับการเป็นเจ้าของธุรกิจร้านกาแฟ Ease Up Coffee ซึ่งเคยไปเปิดหน้าร้านในห้าง แต่ต้องปิดตัวลง เพราะห้างกำลังจะรีโนเวตใหม่ เขาจึงตัดสินใจยกเครื่องทำกาแฟ อุปกรณ์ต่างๆ มาเปิดร้านกาแฟหน้าบ้าน ขายเฉพาะในแอป ดีลิเวอรี หลังจากเปิดมาได้เพียง 3 อาทิตย์ ก็ทำยอดขายพุ่งไปกว่า 6 หลักเลยทีเดียว Chapter 1 : เริ่มจากเปิดหน้าร้าน แทนเล่าว่า สมัยก่อนคุณแม่เปิดร้านขนมชื่อว่า “Nom & Noey” โดยร้านนี้เปิดมากว่า 30 ปีแล้ว แต่ทว่าช่วงหลังร้านที่ขายอยู่ในห้างลูกค้าเริ่มลดลง บวกกับตอนนั้นเป็นช่วงที่เรียนจบพอดีและไม่อยากทำงานประจำ จึงขอแบ่งพื้นที่ร้านกับคุณแม่ครึ่งหนึ่ง มาเปิดร้านกาแฟชื่อว่า “Ease Up Coffee” “ตอนนั้นเราเน้นทำเกี่ยวกับงานอินฟลูฯ เป็นหลัก เพราะตั้งใจอยากจะเข้าไปใน
Jobsdb by SEEK เปิดลิสต์ Top Keywords Search ยอดฮิตครึ่งปีหลัง 2568 ‘Marketing’ ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง พร้อมเทรนด์ ‘Work from Home’ หมัดเด็ดมัดใจคนทำงานยุคใหม่ สะท้อนภาพรวมตลาดแรงงานไทยที่มุ่งเน้นทักษะดิจิทัล การตัดสินใจด้วยข้อมูล และการบริหารคนเชิงกลยุทธ์ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน Jobsdb by SEEK แพลตฟอร์มหางานออนไลน์ชั้นนำของประเทศไทย เผยรายงาน 5 อันดับคำค้นหางานที่ได้รับความนิยมสูงสุด (Top Keywords Search) ในช่วงเดือนกรกฎาคม–ธันวาคม 2568 โดยพบว่า ‘Marketing’ และ ‘Work from Home’ ครองความนิยมสูงสุดเป็น 2 อันดับแรก ตามมาด้วย Data Analyst, HR และ Engineer ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานที่ให้ความสำคัญกับสมดุลชีวิตและทักษะแห่งอนาคต นอกจากนี้ ยังสื่อถึงการปรับตัวขององค์กรสู่การเปลี่ยนผ่านไปยังยุคดิจิทัล และเริ่มให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไปจนถึงรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น แม้แต่ละคีย์เวิร์ดจะมีนัยยะต่อทิศทางตลาดแรงงานที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดล้วนเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนถึงแนวโน้มการจ้างงานและความต้องการของผู้สมัครงานในปัจจุบันได้เป็นอ
จากพนักงานออฟฟิศที่มองหาช่องทางทำเงิน สู่การเป็นเจ้าของอาณาจักรตู้หยอดเหรียญที่สร้างรายได้แบบ “เสือนอนกิน” นี่คือเรื่องราวของ Quinn Miller หนุ่มวัย 28 ปี ผู้พิสูจน์ว่าความกล้าเสี่ยงอย่างถูกที่ถูกเวลา เปลี่ยนชีวิตได้จริง จุดเริ่มต้นจากออนไลน์สู่ธุรกิจทำเงิน ย้อนกลับไปช่วงปี 2020 ขณะที่โลกเผชิญกับล็อกดาวน์ Quinn ซึ่งตอนนั้นทำงานในสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีโฆษณาด้วยรายได้สูงถึงปีละ 8 ล้านบาท (รวมค่าคอมมิชชัน) เริ่มมองหาลู่ทางใหม่ เขาบังเอิญไปอ่านเจอข้อความบน Twitter เกี่ยวกับการทำเงินจากตู้หยอดเหรียญในอาคารสำนักงาน และนั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาตัดสินใจลงมือทันที เขาเริ่มต้นด้วยการควักกระเป๋า 1.7 แสนบาท ซื้อเครื่องจักร 2 เครื่องแรกมาลองผิดลองถูก แม้ช่วงแรกจะยังไม่เปรี้ยงปร้าง แต่เขาเห็นโอกาสเติบโตจึงตัดสินใจ “ลาออก” เพื่อทุ่มเทเต็มตัว ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า “ทำน้อยแต่ได้มาก” ปัจจุบัน Quinn มีตู้หยอดเหรียญกว่า 57 เครื่องทั่วบ้านเกิด สร้างรายได้เฉลี่ย 1 ล้านบาทต่อเดือน ($30,000) โดยที่เขาใช้เวลาดูแลธุรกิจเพียง 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เท่านั้น! เวลาที่เหลือเขาสามารถนำ
PRAKAAN (ปราการ) ซิงเกิลมอลต์วิสกี้ระดับพรีเมียมแบรนด์แรกของประเทศไทย สร้างปรากฏการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ครั้งใหม่ผ่านเอ็กซ์คลูซีฟอีเวนต์แห่งปี The Quest of PRAKAAN ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความเป็นไทยสู่มิติใหม่ ภายใต้แนวคิด Recomposing Thainess to a World-Class Ritual ด้วยการผสานสุนทรียสัมผัสและประสบการณ์แบบ Multi-Sensory อย่างไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน ซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่ได้รับเชิญเท่านั้น ณ The House on Sathorn – W Hotel Bangkok เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา “The Quest of PRAKAAN” คับคั่งไปด้วยเหล่านักธุรกิจ ดารานักแสดง เซเลบริตี้ และอินฟลูเอนเซอร์เกือบทุกวงการมาร่วมงานกว่าหลายร้อยคน นำโดย วุ้นเส้น วิริฒิพา, เอมมี่ มรกต, ก้อย อรัชพร, นัตตี้ นันทนัท, ดรีม อภิชญา, สงกรานต์ เตชะณรงค์, เป๋า วฤธ, พอล สิริสันต์ และอีกหลายท่านที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดมิติใหม่แห่งความเป็นไทยในแบบฉบับของแบรนด์ PRAKAAN (ปราการ) ซิงเกิลมอลต์วิสกี้ โดยโมเมนต์ภายในงานจะถูกถ่ายทอดผ่านเลนส์ระดับโลกของช่างภาพกิตติมศักดิ์อย่าง ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ และ โต้ วิรุนันท์ ในฐานะ “ไลก้า ไทยแลนด์ แอมบาส
“กิฟฟารีน” บริษัทขายตรงสัญชาติไทย ปักหมุดฉลองครบรอบ 30 ปีสุดยิ่งใหญ่ ทุ่มจัดงาน Giffarine 30 th Anniversary ภายใต้ชื่อ “Gorgeous Gala Dinner” พร้อมฉลองยอดรายได้รวมกว่า 114,764 ล้านบาท ตอกย้ำความสำเร็จของธุรกิจ ในฐานะบริษัท MLM สัญชาติไทยอันดับหนึ่ง เปิดแผนปี 2569 ลุยใช้ยุทธศาสตร์ในการบริหารธุรกิจหลายมิติเต็มสูบ หวังดันยอดธุรกิจโตฉุดไม่อยู่ในทุกๆปี พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2569 เป็นปีที่เฉลิมฉลองครั้งสำคัญของกิฟฟารีน ในโอกาสครบรอบ 30 ปี และก้าวเข้าสู่ปีที่ 31 ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจขายตรงแบรนด์ไทย ที่เดินทางมาอย่างเข้มแข็งและแข็งแกร่งตลอด 30 ปี ดูแลทั้งนักธุรกิจ สมาชิกผู้บริโภค และลูกค้า รวมถึงสังคมแบบไม่เคยหยุด ไม่ว่าจะผ่านเหตุการณ์อะไรมามากมายก็ตาม ทั้งนี้ กิฟฟารีนยังได้ปรับตัวให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา ตามเทรนด์การเปลี่ยนแปลงของโลก ดังนั้นแผนการทำธุรกิจปีนี้ กิฟฟารีนจะใช้ยุทธศาสตร์ในการบริหารธุรกิจหลายมิติ ทั้ง refresh brand ให้มีความเป็น Wellness brand มากขึ้น ด้วยการใช้ Tagline ใหม่ “
