Featured
จาก “มายเนมอิสไบรอัน” ถึงท่อนแรปไวรัลที่ใครก็ร้องตามไม่ถูก “อยู่ไม่ไหว อยู่ไม่ไหว เฮ้ย อยู่ไม่ไหว อ้าว บ้านนี้มันน่ากลัว กลัวกลัวกลัว อร๊าย” ปรากฏการณ์นี้กำลังบอกอะไรเรา ในแต่ละวัน ผู้คนต่างต้องเผชิญสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียดมากมาย ทั้งการเรียน การทำงาน เพื่อน ครอบครัว จนบางครั้งก็รู้สึกราวกับความเครียดนั้นโจมตีมาทุกทิศทาง สิ่งนี้อาจทำให้คนเราอยากหาทางหลีกหนีจากทุกสิ่ง หายตัวไปสักพักเพื่อพักหัวใจอันเหนื่อยล้า แม้จะเป็นเพียงชั่วขณะก็ตาม แต่การจะปลีกตัวในยุคนี้ก็แสนยาก เพราะมองไปทางใดก็เจอแต่คอนเทนต์สั่งให้ต้องแอคทีฟ 24 ชั่วโมง หรือบังคับให้เราต้องหาความรู้อยู่ตลอดเวลา แต่ในวันที่สมองเราเหนื่อยล้าจากเรื่องเครียด ใครก็ล้วนแต่อยากปล่อยใจจอย ๆ ไม่ต้องคิดอะไรให้ปวดหัวเพิ่มทั้งนั้น ความคิดเช่นนี้จึงนำไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “Escapism” การหลีกหนีความจริง เพราะโลกความจริงแสนเหนื่อยล้า การหลีกหนีความจริง หรือ Escapism คือกลไกการรับมือที่ตัวเราออกแบบมาเมื่อต้องการหลีกหนีจากมรสุมปัญหา อาจมองได้ว่าเป็นการปิดกั้นความหมายออกจากจิตใจ และปล่อยตนเองให้ไร้ซึ่งการตระหนักรู้ชั่วข
“สิ่งที่ทำให้ผมมาได้จนถึงทุกวันนี้ คือผมไม่หยุดทำแม้แต่วันเดียว กาแฟอยู่ในสมองผมตลอดเวลา” ใครจะไปรู้ว่า จากเด็กมหาวิทยาลัยที่นั่งคั่วกาแฟในกระทะใบจิ๋วอยู่หลังหอพัก จะเติบโตมาเป็นเจ้าของคาเฟ่และโรงคั่วกาแฟที่สามารถส่งเมล็ดกาแฟขายได้กว่า 4 ตันต่อเดือน นี่คือเรื่องราวของ Young Entrepreneur ไฟแรง คุณเต้ย-เฉลิมชาติ สีเขียว วัย 30 ปี เจ้าของร้าน Momento Coffee Roaster จุดเริ่มต้นจากเด็กใต้ที่ไม่ได้มีฝันยิ่งใหญ่ คุณเต้ย เล่าว่า เขาเป็นคนใต้ อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร ชีวิตในวัยเด็กไม่ได้มีฝันที่เจาะจงว่าต้องเป็นอาชีพใด เพียงแต่ตั้งใจไว้ว่าเมื่อเรียนจบแล้วจะกลับไปหาอะไรทำที่บ้าน เนื่องจากมีสวนเกษตรอยู่แล้ว จุดพลิกผันที่ทำให้คุณเต้ยก้าวเข้าสู่วงการกาแฟเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในช่วงที่เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เหตุผลที่เริ่มสนใจกาแฟจริงๆ คือการที่ต้องดื่มกาแฟบ่อยๆ เพื่ออ่านหนังสือ แต่เมื่อได้ดื่มด่ำไปเรื่อยๆ ก็เกิดความอยากรู้ว่ารสชาติของกาแฟนั้นมีอะไรที่ลึกซึ้งไปกว่าที่เคยสัมผัสหรือไม่ “เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เริ่มมีกาแฟดริป ทำให้เริ่มเห็นการคั่วขึ้นมา เ
เคยลองมองชีวิตตัวเองเป็นหน้าปัดนาฬิกาหรือไม่ หากเด็กน้อยวัยแรกเกิดคือนาฬิกาที่เพิ่งเดินผ่านเวลาเที่ยงคืนไปไม่นาน และผู้สูงวัยคือนาฬิกาที่เข็มกำลังเคลื่อนเข้าใกล้เที่ยงคืนอีกครั้ง แล้วตอนนี้ ชีวิตของคุณอยู่ที่กี่โมงแล้ว? ในช่วงเดือนมิถุนายน ที่หลายคนกำลังรู้สึกเหนื่อยล้ากับครึ่งปีที่ผ่านไป วันที่ชีวิตดูเอื่อยเฉื่อยจนไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังเดินหน้าอยู่หรือเปล่า มีบทความเก่า ๆ ชิ้นหนึ่งที่ชวนให้กลับมามองชีวิตด้วยสายตาใหม่เสมอ บทความนั้นมีชื่อว่า Life Is Like a Clock ของ Guthrie Chamberlain นักเขียนและนักจัดพอดแคสต์ชาวสหรัฐฯ แนวคิดของบทความเรียบง่ายมาก แต่กลับทรงพลังอย่างน่าประหลาด โดยชวนให้เราลองนำอายุของตัวเองมาเปรียบเทียบกับเวลาในนาฬิกาที่มี 24 ชั่วโมง อ้างอิงจากอายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ที่ประมาณ 78.4 ปี เมื่อเราย่อชีวิตทั้งชีวิตให้เหลือเพียงหนึ่งวัน จะช่วยให้เห็นบางอย่างชัดขึ้น เห็นว่าชีวิตไม่ได้ยาวนานอย่างที่คิด และเห็นว่าเวลาที่เหลืออยู่มีค่ามากเพียงใด หากคำนวณตามแนวคิดนี้ แล้วคุณล่ะ ตอนนี้นาฬิกาชีวิตกำลังบอกเวลากี่โมง คำถามนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้เรากังวลว่าเวลาที่เหลืออยู่มีน้อยเพียงใด
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โลกต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง หรือความผันผวนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก สิ่งเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและการตัดสินใจลงทุนของภาคธุรกิจ รายงาน Economy Overview 2026 สะท้อนภาพที่น่ากังวลอย่างชัดเจน โดยกว่า 56% ของผู้บริหารมองว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ยาก และคาดว่า GDP ไทยในปีนี้จะขยายตัวเพียง 0.9% ซึ่งถือเป็นตัวเลขต่ำที่สุดนับตั้งแต่มีการคาดการณ์โดย MAT เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว งบประมาณการตลาดจึงกลายเป็นหนึ่งในต้นทุนที่หลายองค์กรเลือกปรับลด นักการตลาดกว่า 70% มีแนวโน้มคงงบหรือปรับลดงบประมาณ ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาอาจติดลบประมาณ 1% สื่อดั้งเดิมหลายประเภทได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ที่คาดว่าจะหดตัวกว่า 20% และเม็ดเงินโฆษณาทางโทรทัศน์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผู้ซื้อออนไลน์กว่า 75% เลือกทิ้งสินค้าไว้ในรถเข็นโดยไม่ชำระเงิน และการค้นหาแบรนด์ผ่าน Search Engine ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผู้คนเริ่
ในยุคที่การซื้อขายออนไลน์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว ส่งผลให้มีจำนวนนักช้อปเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยแนวคิด “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” หรือ Buy Now Pay Later (BNPL) ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และคนวัยทำงานที่เริ่มต้นชีวิตการเงิน ที่แนวคิดนี้เข้ามาตอบโจทย์ เพราะเป็นการผ่อนชำระที่ง่ายต่อการเข้าถึง ไม่ต้องมีหลักประกัน ไม่มีดอกเบี้ยหากชำระตามเงื่อนไขที่กำหนด จึงตอบโจทย์ความต้องการซื้อสินค้าอย่างสะดวกและรวดเร็ว ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดย วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุ สินเชื่อ BNPL ได้รับความนิยมและมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สำรวจจากผู้ประกอบการรายใหญ่ 6 แห่ง ระบุว่า ในปี 2564 มีจำนวนบัญชีผู้ใช้บริการเพียงประมาณ 6 แสนบัญชี แต่สิ้นปี 2567 ตัวเลขกลับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 4.91 ล้านบัญชี สะท้อนให้เห็นถึงอัตราการเติบโตที่สูงเกือบ 100% อย่างไรก็ตาม ธปท.ไม่ได้มอง Buy Now Pay Later เป็นคนร้าย แต่หากไม่เข้ามาควบคุม อาจจะเกิดความเปราะบางในบางจุด ทั้งการซื้อโดยไม่ต้องมีเงิน และการที่เด็กกลายเป
MK Restaurants เดินหน้าตอกย้ำความสำเร็จของแคมเปญ “MK บุฟเฟต์ คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” หลังได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี สะท้อนผ่านการสร้างยอดขาย (เฉพาะรับประทานในร้าน) เติบโตกว่า 22% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำกว่า 39.5% โดยมีลูกค้าบางรายสร้างสถิติสูงสุดถึง 65 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีกระแสการพูดถึงบนโซเชียลมีเดียที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความสำเร็จดังกล่าว MK จึงเดินหน้ายกระดับประสบการณ์บุฟเฟต์ครั้งใหญ่ ด้วยการเพิ่มเมนูหมวดซีฟู้ดใหม่รวมเป็น 33 เมนู เสิร์ฟถึงโต๊ะ เสิร์ฟไม่อั้น แต่ราคาเดิม 299 บาทเนต ไม่มี VAT ไม่มี Service Charge โดยยังคงยึดมั่นในมาตรฐานด้านคุณภาพ วัตถุดิบ และการบริการแบบเดียวกับที่ลูกค้าไว้วางใจมาโดยตลอด พร้อมประกาศนโยบาย “บุฟเฟต์มหาชน” สร้างมาตรฐานบุฟเฟต์ เพื่อด้อมบุฟเฟต์อย่างแท้จริง เสียงจากผู้บริโภค จุดเริ่มต้นของการพัฒนา ตลอดปีที่ผ่านมา MK ได้ติดตามพฤติ
หากย้อนกลับไปในวันแรก จุดเริ่มต้นของที่นี่ไม่ได้เริ่มจากเห็ด แต่เริ่มจากการเลี้ยงไส้เดือนของ คุณชารีย์ บุญญวินิจ หรือ ลุงรีย์ เจ้าของ “OmakaHed (โอมากาเห็ด)” ที่คิดอยากนำไส้เดือนมาจัดการกับ “ขยะอาหาร” แต่ไส้เดือนนั้นก็ไม่ได้จัดการอาหารได้ทุกอย่าง สามารถจัดการได้แค่บางส่วน และเปลี่ยนมันออกมาเป็น “มูลไส้เดือน” ซึ่งเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง แต่คำถามสำคัญที่ต้องตอบเจตนาตัวเองให้ได้ก่อนว่า “ต้องการจัดการขยะอาหารหรือต้องการได้ปุ๋ยคุณภาพสูง” ซึ่งที่ฟาร์มลุงรีย์ มีการปรับเปลี่ยนโซนและขยับพื้นที่มาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง ปัจจุบันฟาร์มแห่งนี้เป็นการคิดแบบหมดจด นั่นคือถ้าคุณเดินจากหลังฟาร์มเข้าหน้าบ้าน มันคือเรื่องของการจัดการขยะอาหาร ย้อนมาเป็นวัตถุดิบกลายเป็นมื้ออาหารแปรรูป แต่ถ้าเดินจากหน้าบ้านไปหลังบ้าน มันคือการเริ่มจากร้านอาหาร ไปสู่ขยะอาหาร และจบที่ต้นตอของการจัดการ “มันก็มองได้สองทางเดิน มองได้สองแบบ ก็แล้วแต่ว่าใครถนัดจากดินไปบนฟ้า ใครถนัดจากบนร้านอาหารลงมาสู่ดิน” นิยามความยั่งยืนในแบบ ‘เกษตรกรอินดี้’ ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่เสมอไป แต่มันเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลมากๆ ซึ่งเศร
ซัมซุง เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย เปิดตัว “เครื่องซักและอบผ้าเชิงพาณิชย์ซัมซุง” (Samsung Commercial Laundry) นำเสนอโซลูชันใหม่สำหรับธุรกิจร้านสะดวกซัก และผู้ประกอบการยุคใหม่ ชูจุดเด่นด้านความทนทาน ประสิทธิภาพการซักอบ ดีไซน์ประหยัดพื้นที่ ระบบการจัดการที่ใช้งานง่าย และบริการหลังการขายครบวงจร 3 ปี ปัจจุบัน ตลาดเครื่องซักและอบผ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 16,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของชุมชนเมือง ทำให้ธุรกิจร้านสะดวกซักเติบโตในคอมมิวนิตี้ คอนโดมิเนียม โรงแรม และโรงพยาบาล ควบคู่กับพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่และคนเมืองที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ธุรกิจร้านสะดวกซักจึงตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองยุคใหม่ และเปิดโอกาสการลงทุนใหม่ที่คุ้มค่าให้กับผู้ประกอบการไทย นายเซยุน คิม ประธานบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “ธุรกิจร้านสะดวกซักในประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก และกำลังเปลี่ยนผ่านจากบริการพื้นฐานสู่บริการอัจฉริยะ ผู้ประกอบการยุคใหม่ไม่ได้ต้องการเพียงเครื่องซักและ
LINE MAN แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีอันดับ 1 ของไทย เดินหน้าหนุนผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ทุ่มงบกว่า 400 ล้านบาท มอบสิทธิประโยชน์รอบด้านทั้งการลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย และเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจตลอด 4 เดือน ของโครงการ พร้อมประกาศ GP พิเศษ 10% สำหรับร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 และลดค่า GP เหลือ 15% สำหรับร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายนเป็นต้นไปจนจบโครงการ จากข้อมูลช่วงโครงการคนละครึ่งเฟส 4 และเฟส 5 ในปี 2564–2565 พบว่า ร้านค้ากว่า 65%* ในหมวดฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ เลือกใช้ LINE MAN ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุดเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นในตลาด พร้อมสร้างยอดขายจากโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” คิดเป็น 63% ของยอดขายรวมในตลาดฟู้ดเดลิเวอรี ตอกย้ำบทบาทของ LINE MAN ในฐานะแพลตฟอร์มสำคัญที่ช่วยเชื่อมต่อร้านค้ากับผู้บริโภคทั่วประ
เรื่องราวของ “ลีออน โลว์” (Leon Low) ชายสิงคโปร์ วัย 48 ปี เขาเปลี่ยนบ้านของตัวเองเป็นบาร์ส่วนตัว “Bar59” ธุรกิจเสริมเล็กๆ ที่เริ่มต้นจากพื้นที่ในบ้านและการชอบสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน ก่อนกลายเป็นโฮมบาร์เสิร์ฟค็อกเทลที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย ทั้งที่ครั้งหนึ่งเขาเคยไม่ชอบดื่มค็อกเทลเสียด้วยซ้ำ จากไม่ชอบดื่มค็อกเทลสู่บาร์ลับในบ้าน ลีออนชอบชวนเพื่อนและคนรู้จักมานั่งสังสรรค์ที่บ้าน เขาอาศัยอยู่ในแฟลตย่านซรังกูน (Serangoon) ที่มีเคาน์เตอร์ครัวอยู่ตรงกลางและที่นั่งพูดคุย จากเดิมที่เป็นแค่สถานที่พบปะ ดื่มสังสรรค์ แต่หลังจากเพื่อนคนหนึ่งถ่ายรูปเครื่องดื่มของเขาเล่นๆ แล้วติดแท็กว่า “Bar59” จากเลขห้อง 5-9 ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบาร์แห่งนี้ ตั้งแต่ปี 2020 ลีออนได้เปิด Bar59 ภายในบ้านโดยต้อนรับเพื่อน ครอบครัว และแขกที่จองล่วงหน้าเท่านั้น ทั้งที่เขาไม่ชอบดื่มค็อกเทลเลยด้วยซ้ำ ลีออนเล่าย้อนว่า เมื่อ 8-9 ปีก่อน เขามองค็อกเทลเป็นเครื่องดื่มที่ “เน้นลูกเล่นเกินไป หวานเกินไป และราคาแพง” และเขาเป็นสายดื่มวิสกี้และไวน์ตัวยงมากกว่า แต่มุมมองนี้ได้เปลี่ยนไป เมื่อเขาได้พูดคุยกับบาร
