Featured
ในยุคนี้ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นนักป้ายยาได้ โดยเฉพาะใครที่ชอบจัดบ้าน แต่งบ้าน หรือชอบหาไอเทมใหม่ๆ มาอัปเกรดมุมโปรด วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีไอเดียหารายได้เสริมสไตล์คนติดบ้านมาแนะนำกัน กับ HomePro Online Affiliate แพลตฟอร์มจากโฮมโปร ที่มีสินค้าให้เลือกป้ายยากว่า 100,000 รายการ ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ สามารถเริ่มต้นได้ไม่ยาก เพียงนำสินค้าที่มีอยู่ในบ้านมารีวิวผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Tiktok, Instagram, X, Youtube, Line หรือผ่านทางเว็บไซต์ สามารถรับค่าคอมมิชชันสูงสุดถึง 10% ขั้นตอนการสมัคร 1. สมัครสมาชิก HomePro Online Affiliate https://affiliate.homepro.co.th/homepro/login 2. เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ทำการเข้าสู่ระบบ 3. กรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูล Payment Information ขั้นตอนการแชร์ลิงก์สินค้า 1. เลือกสินค้าที่ต้องการป้ายยา กดปุ่ม Get Link และเลือกช่องทางการโปรโมตผ่าน Tracking Name 2. เมื่อกดสร้าง (Generate) QR Code หรือ Link แล้ว สามารถนำไปโปรโมตตามช่องทางที่เลือกไว้ได้ทันที เงื่อนไขการรับค่าคอมมิชชัน ค่าคอมมิชชันจะทำการจ่ายเฉพาะธุรกรรมที่เ
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลทันที เมื่อเพจดังอย่าง “อีซ้อขยี้ข่าว” ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวของนักท่องเที่ยวรายหนึ่งที่ไปใช้บริการที่ตลาดน้ำชื่อดังอย่าง ตลาดน้ำดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี แต่กลับต้องเจอราคาอาหารที่แพงจนน่าตกใจ โดยเฉพาะเมนูพื้นฐานอย่าง “ข้าวผัดไข่” ที่พุ่งสูงถึงจานละ 1,400 บาท โดยได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “เจ้าของโพสต์ไปทริปตลาดน้ำดำเนินสะดวกเจอราคาค่าอาหารถึงกับช็อก! ไข่เจียวธรรมดา 400 ข้าวผัดไข่ จานใหญ่ 1,400 ทั้งที่มีแค่ไข่กับผัก ไม่มีเนื้อสัตว์ ปริมาณที่เห็นประเมินแล้วไม่น่าเกิน 600 เจ้าของโพสต์เผย ปัจจุบันกินอยู่ภูเก็ต ยังไม่เคยเจอไข่เจียวราคาแรงขนาดนี้ ของแพงพอถูไถได้ถ้าอร่อย แต่ร้านนี้คือ “ไม่ผ่านทุกอย่าง” ยิ่งเจ็บใจเมื่อคนขับเรือแนะนำว่าอร่อยที่สุด สุดท้ายสิ่งที่กินได้มากสุดคือ…ไข่เจียว ตั้งแต่ค่าเรือ ของฝาก ยันอาหาร ราคาชวนอึ้ง ญาติๆ บอกไม่เป็นไร แต่เจ้าตัวขอเก็บความรู้สึกนี้ไว้เป็นบทเรียน และคงไม่คิดกลับไปซ้ำอีก…” หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงลบ เช่น หลายคนตั้งคำถามถึงการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบว่าปล่อยให้มีกา
วันที่ 9 มกราคม 2569 บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์สัญชาติไทย ภายใต้ชื่อ NocNoc แจ้งยุติการให้บริการแพลตฟอร์ม และยุติการรับคำสั่งซื้อสินค้าและบริการ มีผลตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 00.00 น. เป็นต้นไป ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา NocNoc มีความตั้งใจ และพยายามอย่างเต็มที่ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม เพื่อส่งมอบบริการที่จริงใจ และมุ่งมั่นในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า ร้านค้าพาร์ตเนอร์ พันธมิตร และผู้ประกอบการทุกท่าน แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงอย่างมากในตลาดอีคอมเมิร์ซ บริษัทได้พิจารณาไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว และมีความเสียใจอย่างยิ่งที่ต้องแจ้งให้ท่านทราบว่า บริษัทจำเป็นต้องยุติการให้บริการแพลตฟอร์ม NocNoc และยุติการรับคำสั่งซื้อสินค้าและบริการตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 00.00 น. เป็นต้นไป เพื่อให้การยุติการให้บริการแพลตฟอร์มเป็นไปอย่างราบรื่น ขอแจ้งรายละเอียด กำหนดการ และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ NocNoc ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางร่วมกันกับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และขอบคุณท
#MadeinThailand เรื่องราวสินค้าแบรนด์ไทยที่น่าจับตารายนี้ เป็นเรื่องราวจากอาชีพผู้รับเหมาตกแต่งภายในสู่ธุรกิจเกษตรอนาคตไกล ซึ่งฟังดูอาจเป็นเส้นทางที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยสักนิด แต่สำหรับ คุณณิชชา สารพุทธิเดชา นี่คือจังหวะที่โชคชะตาและโอกาสเดินเข้ามาพบกันพอดี จุดที่ทำให้เธอก้าวเข้าสู่วงการ “ดอกไม้กินได้” และล่าสุด กลายเป็นแบรนด์เบอร์ต้นๆ ของตลาด โดยใช้เวลาไม่นานนัก คุณณิชชา เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า ย้อนไปราว 2 ปีก่อน มีโอกาสไปดูงาน Pitching อาชีพ ที่มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี เป็นงานที่รวมเอาความคิดสร้างสรรค์และอาชีพรูปแบบใหม่จากคนรุ่นใหม่หลายกลุ่มเข้าด้วยกัน และที่นั่นเอง เธอเจอ “น้องๆ 2 คน” ที่ตั้งใจจะปลูกดอกไม้ขายโดยมีนวัตกรรมยืดอายุการจัดเก็บเข้ามาเพิ่มมูลค่า เป็นไอเดียที่ทั้งสดใหม่และน่าจะไปได้ไกล เธอจึงตัดสินใจชวนมาทำบริษัทด้วยกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ แบรนด์ At Flower-Edible Flower Farm อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่าช่วงเวลานั้นแทบไม่รู้จักธุรกิจนี้เลย รู้เพียงว่า “ดอกไม้กินได้” เริ่มเป็นที่นิยมในโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ระดับพรีเมียม แต่หากนำมาผสานกับนวัตกรร
ใครจะไปคิดว่าของว่างที่ทำกินกันเล่นๆ ในบ้าน จะกลายเป็นธุรกิจที่ทำรายได้หลายล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เรื่องราวของ มิเชลล์ ฮิเมเนซ-เม็กจิอาโต (Michelle Jimenez-Meggiato) และอันเดรีย เม็กจิอาโต (Andrea Meggiato) สองสามีภรรยาเจ้าของแบรนด์ The Pizza Cupcake คือบทพิสูจน์ที่ว่า ความรักในอาหารและความมุ่งมั่นสามารถพาเราไปได้ไกลกว่าที่คิดไว้เยอะ จุดเริ่มต้นจากครัวเล็กๆ The Pizza Cupcake คือความทรงจำในวัยเด็ก ทุกอย่างเริ่มต้นจาก “พิซซ่าขนาดพอดีคำ” ที่อันเดรียกินมาตั้งแต่เด็กที่เวนิส ประเทศอิตาลี เมนูนี้ไม่ใช่แค่ของว่างธรรมดาๆ แต่เป็นเมนูที่เขาทำขึ้นมาเพื่อจีบมิเชลล์ในเดตแรกๆ และความรักที่เกิดขึ้นจากพิซซ่าก็ค่อยๆ แทรกซึมไปในทุกๆ กิจกรรมของพวกเขา “เราทำพิซซ่าคัพเค้กเป็นเมนูประจำสำหรับเพื่อนและครอบครัวในวันหยุดหรือการสังสรรค์” มิเชลล์ เล่า “จนวันหนึ่ง เราตัดสินใจลองเอาไปขายเป็นธุรกิจเสริมที่ตลาดอาหารสุดสัปดาห์ชื่อดังอย่าง Smorgasburg ในบรูกลิน” ขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่สุดสัปดาห์แรก แม้จะเริ่มต้นจากเงินเก็บ 20,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 7.3 แสนบาท) เพื่อเช่าครัวเชิงพาณิชย์และเริ่มผลิตสินค้า แต่การตอบรับจากลูกค้าใน
ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ความคาดหวังที่มีต่อรัฐบาลชุดใหม่คือ “ทางรอด” ของผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องสู้กับวิกฤตค่าครองชีพทุกวัน จากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการ 2 ราย สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจและสะท้อนความต้องการไปยังผู้ที่จะเป็นรัฐบาลในยุคต่อไปว่า “การแจกเงิน” อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของเศรษฐกิจไทย 1. วิกฤตวัตถุดิบแพง ผลพวงจากนโยบายระยะสั้น ผู้ประกอบการรายแรก เจ้าของร้านเบอร์เกอร์แห่งหนึ่งจากเชียงใหม่ ได้สะท้อนมุมมองที่น่าคิดเกี่ยวกับ “ต้นทุน” ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งข้อสังเกตว่าสภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบัน อาจเป็นผลกระทบจากนโยบายอย่างโครงการ “คนละครึ่ง” “อยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแลราคาวัตถุดิบอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่การแจกเงิน ส่วนตัวมองว่าอาจจะเป็นผลกระทบจากคนละครึ่ง ทำให้เงินเฟ้อ ส่งผลให้ค่าวัตถุดิบเพิ่มขึ้น… เมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคก็ปรับตัวตาม… แต่ในฐานะคนขาย เราไม่สามารถปรับราคาขายหน้าร้านขึ้นได้ตามใจชอบ เพราะเกรงใจลูกค้า กลายเป็นว่าผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระส่วนต่างนี้ไว้เอง” ความคาดหวังและสิ่งที่ต้องการจากรัฐบาลจากผู้ประกอบการายแรกคือ การค
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การเริ่มต้นปีใหม่มักมาพร้อมคำแนะนำทางการเงินในโทนเดียวกัน คือให้ระมัดระวังการใช้จ่าย ลดความฟุ่มเฟือย และเร่งเก็บเงินออมให้มากขึ้น แม้คำแนะนำเหล่านี้จะตั้งอยู่บนความหวังดี แต่สำหรับ Gen Z จำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่ม first jobber หรือผู้ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นสร้างรายได้ คำถามแรกที่ต้องเผชิญไม่ใช่ “จะเก็บเงินอย่างไร” หากแต่คือ “จะเอาเงินจากไหนมาเก็บ” บริบททางการเงินที่ Gen Z เติบโตขึ้นมาแตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจน ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ ขณะที่ความคาดหวังเรื่องความมั่นคงกลับถูกเร่งให้เกิดเร็วขึ้น รายงานปี 2025 จาก Deloitte และ Ernst & Young (EY) ระบุว่า ค่าครองชีพและความมั่นคงทางการเงินเป็นหนึ่งในความกังวลอันดับต้นๆ ของคนรุ่นนี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวถูกนิยามว่า Financial Anxiety Generation ซึ่งหมายถึงคนรุ่นที่ยังอยู่ระหว่างสร้างตัว แต่ต้องรับมือกับโจทย์การเงินในระดับเดียวกับผู้ที่พร้อมแล้ว ภายใต้บริบทนี้ การให้คำแนะนำทางการเงินแบบเดิมอาจไม่เพียงพอ เคทีซีจึงรวบรวม 3 กรอบคิดทางการเงินที่ Gen Z ไม่อาจมองข้าม เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่อาจสร้างภาระระยะยาว
ท่ามกลางกระแสคราฟต์ช็อกโกแลตที่กำลังเติบโตในไทย คนส่วนใหญ่เริ่มเข้าใจในงานคราฟต์มากขึ้น ว่าเป็นเหมือนงานศิลปะ ต้องใช้เวลา และมีขั้นตอนการทำที่พิถีพิถัน วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับหนึ่งแบรนด์น้องใหม่ที่น่าจับตามอง ก่อตั้งโดย คุณนนท์-พลิน กระโทกนอก และ คุณเฟรนด์-ปาวีณา บำรุงบุตร เจ้าของ Mira Chocolate แบรนด์ที่เกิดจากการที่เขาทั้งคู่ตัดสินใจกลับมาสานต่อสวนโกโก้ของคุณพ่อ ให้กลายเป็นคราฟต์ช็อกโกแลตที่เข้าถึงง่าย จุดเริ่มต้น ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เป็นช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำ ทำให้คุณพ่อของคุณนนท์ตัดสินใจเลือกปลูกโกโก้แซมในไร่ ชื่อว่า ‘โกโก้ฟาร์มลำตะคอง’ หลังจากนั้นคุณพ่อก็เริ่มต่อยอด นำโกโก้ไปลองแปรรูปในหลายๆ รูปแบบ แต่ก็ยังไม่เป็นที่ถูกใจ และมีโอกาสได้รู้จักคนมากขึ้น ได้เรียนรู้การทำช็อกโกแลต และเริ่มมีคนสนใจมาซื้อเมล็ด จากตอนแรกที่เริ่มปลูกแค่ในแปลง ปัจจุบันมีประมาณ 20,000 ต้น กระทั่งคุณนนท์ที่เรียนจบด้านดนตรี และได้ไปเรียนต่อด้านภาษาที่เมลเบิร์น จนได้ลองทำร้านอาหาร คาเฟ่ต่างๆ เขาจึงเกิดไอเดียอยากลองทำธุรกิจของตัวเองดู “เราเห็นว่าพ่อทำสวนโกโก้ เลยคิดว่
ในโลกที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI (Artificial Intelligence) ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดเวลาไถฟีดในไทม์ไลน์ตอนนี้ คงหนีไม่พ้นคลิปที่ดูเกินจริง เพราะสร้างจาก AI หรือรูปภาพที่มองแล้วดูแปลกตา สิ่งเหล่านี้เริ่มเข้ามาแทรกซึมมากขึ้น จนบางครั้งแทบจะแยกไม่ออกเลยว่าอันไหนของจริง อันไหน AI แต่การนำ AI มาใช้ก็มีข้อดีอยู่บ้าง เพราะสามารถช่วยลดต้นทุน และประหยัดเวลาไปได้อย่างมหาศาล ส่วนอีกแง่มุมหนึ่งที่ AI ยังไม่เป็นที่ยอมรับนั่นคือ การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ที่หลายคนมองว่านี่เป็นการลดทอนคุณค่าของงานศิลป์หรือเปล่า? AI กับงานศิลปะ ล่าสุดกับเรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ เมื่อมียูทูบเบอร์ชื่อดัง อย่าง ‘จันเรด’ เจ้าของช่อง RedremasteRed และ FE0000 ได้ออกมาพูดถึงหลายแบรนด์ที่มีการนำ Generative AI มาใช้ในเชิงพาณิชย์ ในซีรีส์ “ของฝากนักก็อป AI” หนึ่งในกรณีศึกษาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ “เกมการ์ดโอฮาน่า” โดยประเด็นในคลิปได้มีการพูดถึงเรื่องของการนำ AI มาใช้ในผลงาน พร้อมกับตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและราคา โดยจันเรดมองว่าหากใช้ AI เพื่อลดต้นทุนและเวลา แต่ทำไมถึงกลับตั้ง
การถูกเลย์ออฟจากงาน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางใหม่ ทำให้เราได้ค้นพบสกิลที่ไม่เคยรู้ว่ามี และเติบโตไกลกว่าที่คิด เรื่องราวของ คุณแบม-วศินี อินทรีย์ทอง วัย 25 ปี จากผู้ดูแลนิทรรศการศิลปะ ที่วันหนึ่งต้องออกจากงานประจำ ก่อนพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เปิดร้าน Babunok Tea Bar (บาบุนก ที บาร์) ร้านลับย่านบางกรวย ที่ซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้วัดชลอ ด้วยการหยิบ “ชาใต้” จากบ้านเกิดของแม่มาเป็นจุดขาย ผสมไอเดียบาร์อิฐบล็อก ที่ลูกค้าชมว่าเท่ ผ่านคอนเทนต์ที่ทำอย่างสม่ำเสมอจนกลายเป็นไวรัล สามารถสร้างยอดขายพีกสุด 150 แก้วในหนึ่งวัน ในคอลัมน์ Young Entrepreneur เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับเจ้าของร้านบาบุนก ที บาร์ ถึงแนวคิดการเปิดร้านนี้ เปิดคาเฟ่หน้าบ้าน หลังถูกเลย์ออฟ คุณแบมเคยทำงานเป็น Project Manager หรือผู้ดูแลนิทรรศการศิลปะให้กับแกลลอรี่แห่งหนึ่งที่เปิดมาได้เพียง 1 ปี ก่อนชีวิตจะสะดุดลงอย่างกะทันหัน เมื่อเธอถูกเลย์ออฟในวัยเพียง 24 ปี แม้จะได้รับเงินชดเชยตามกฎหมาย ซึ่งเพียงพอต่อการใช้ชีวิตในช่วงนั้น แต่ด้วยความไม่อยากทิ้งเวลาให้ยืดยาวและสูญเปล่า เธอจึงเริ่มต้นสมัครงานใหม่ เพื่อหารายได้มาจุน
