Featured
จะว่าไป คนยุคนี้เมื่อมีอายุเลย 60 ปี ซึ่งเป็นตัวเลขเกษียณการทำงานอย่างเป็นทางการ หลายๆ ท่านยังมีเรี่ยวมีแรง และมีความรู้-ความสามารถ ไม่แพ้คนหนุ่มสาวสักเท่าไหร่ ผู้อาวุโส จำนวนไม่น้อย จึงพยายามหางานอดิเรก หรือแม้แต่ “อาชีพหลังเกษียณ” ทำกันเป็นเรื่องเป็นราว เพราะไม่อยากปล่อยเวลาให้นับถอยหลัง ผ่านไปอย่างไร้ค่า “ชื่อ จันทร์เพ็ญ ทรงสวยรูป เป็นข้าราชการบำนาญ เกษียณแล้ว เลยหาช่องทางให้ตัวเองว่าในความรู้ความสามารถของเรา สามารถทำอะไรได้บ้าง” เจ้าของเรื่องราวครั้งนี้ ที่ใช้คำเรียกแทนตัวว่า “ป้าจิ๊ก” เริ่มบทสนทนาอย่างนั้น ก่อนย้อนที่มาของ “อาชีพหลังเกษียณ” ซึ่งเลือกทำมาถึงทุกวันนี้ให้ฟัง มีจุดเริ่มต้นจากปัญหาสุขภาพประจำตัว โดยมีคำแนะนำจากแพทย์ทางเลือก ให้ทานผักใบเขียวเป็นประจำจะทำให้การทำงานของตับดีขึ้น ซึ่งผักที่พอนึกออก เห็นมีแต่คะน้า แต่เธอไม่ชอบลักษณะ “เหม็นเขียว” ของมันมาก กระทั่งราว 7 ปีก่อนหน้า มีเพื่อนแนะนำให้รู้จักกับ “เคล-Kale” ผักใบเขียวที่ไม่เหม็นเขียวมากนัก เลยใช้เวลาว่างทำการศึกษา ก่อนแบ่งพื้นที่ข้างบ้านทำแปลงและลงมือปลูก เมื่อได้ผลผลิตแล้ว นำมาปั่นกับผลไม้ ดื่มเป็นประจำตั้งแต่นั้นม
กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และภาคสถาบันการเงิน ได้ร่วมกันออกกลไกเฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ภายใต้โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เพื่อให้ลูกหนี้รายย่อยสามารถมาแก้ไขปัญหาหนี้เสียในการที่จะกลับมาเริ่มต้นทางการเงินใหม่ได้อีกครั้ง โดยลูกหนี้ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (1) เป็นลูกหนี้บุคคลธรรมดา และ (2) มีภาระหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loans: NPLs) ทุกประเภทสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินทุกแห่งรวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 โครงการดังกล่าว เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยลูกหนี้ที่มีภาระหนี้ตามเงื่อนไขข้างต้นสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ผ่าน (1) เว็บไซต์ของ ธปท. ( www.bot.or.th/cleardebt ) หรือ (2) ช่องทางของบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) ( www.sam.or.th ) หรือ (3) ช่องทางของสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ โดยในระยะแรก โครงการฯ จะครอบคลุมลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ก่อน ทั้งนี้ ในการดำเนินโ
ธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจ โดยหัวใจสำคัญของโมเดลนี้คือต้องมีการวางระบบที่ดี มีมาตรฐาน ทำให้คนที่สนใจซื้อแฟรนไชส์ไปลงทุน ไม่ต้องลองผิดลองถูก ในช่วงปีที่ผ่านมาธุรกิจแฟรนไชส์เป็นเหมือนการเน้นขยายเร็ว ตามเทรนด์ แต่กูรูส่วนใหญ่มองว่า ปี 2026 นี้จะไม่ใช่ช่วงเวลาของการตามกระแสอีกต่อไป แต่ต้องมีการคัดกรองกันอย่างจริงจัง “แฟรนไชส์ที่มีแต่เรื่องเล่า จะเหนื่อยขึ้น และแฟรนไชส์ที่มีระบบชัดเจน จะอยู่ได้อย่างมั่นคง” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ อาจารย์อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูด้านแฟรนไชส์อันดับต้นของเมืองไทย เกี่ยวกับทิศทางธุรกิจแฟรนไชส์ในปี 2026 ตั้งแต่ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม ธุรกิจเสือนอนกิน ไปจนถึงบริการเฉพาะทาง อนาคตแฟรนไชส์ในปี 2026 เริ่มกันที่ ‘แฟรนไชส์อาหารและเครื่องดื่มของจีน’ โดยเฉพาะแบรนด์ราคาประหยัด อย่าง Mixue หรือแบรนด์กลุ่มเดียวกันจะยังไม่หายไป แต่จะเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามธรรมชาติ สาขาในทำเลเกรด C ที่ต้องพึ่งพาราคาเป็นหลัก จะเริ่มทยอยปิดตัวลง เพราะโมเดลนี้ต้องพึ่งพาทราฟฟิกมากกว่าความภักดีของลูกค้า สุดท้ายจะเหลือเฉพาะสาขาที่อยู่ในทำเลเกรด A และ B
สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026 นั่นคือ เทรนด์การทำเล็บเจล ที่อยู่คู่กับแฟชั่นมาอย่างยาวนาน ด้วยกระแสที่ไม่เคยแผ่ว นิยมกันในหมู่วัยรุ่น ทั้งหญิงชาย หรือแม้แต่ใครๆ ก็พากับทำ จนเดี๋ยวนี้มีคนหันมาเปิดร้านทำเล็บเจลกันมากขึ้น มีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน และที่เป็นไวรัลกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง ใครต่อใครก็ต้องอึ้ง แม้แต่ชาวต่างชาติที่ลงบีทีเอสอ่อนนุชมาก็ต้องเจอกับร้านทำเล็บที่เยอะที่สุดในย่านสุขุมวิท มีร้านทำเล็บมากกว่า 16 ร้าน เดินเข้าไปทีไม่รู้เลยว่าจะทำร้านไหนกันดี และพิกัดที่เราพูดถึงกันอยู่นี้คือ บริเวณหน้าห้าง Century The Movie Plaza Sukhumvit ตลาดนัดยามเย็นที่ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งรวมร้านอาหารรสเด็ด แต่ยังเป็นแหล่งรวมร้านทำเล็บหลากสไตล์ เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่ชาวต่างชาตินิยมมาเพนต์เล็บกันมากที่สุด วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปตะลุยจุดเช็กอินตลาดทำเล็บยอดฮิตทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ งานประณีตราคาหลักร้อย Soft Power ที่มัดใจต่างชาติ ศูนย์การค้าเซ็นจูรี่ เป็นแหล่งรวมร้านค้ามากมายที่มุ่งเน้นไปขายเสื้อผ้าแฟชั่น และอาหาร เป็นหนึ่งในสถานที่ที่น่าสนใจกับการช้อปปิ้ง ไม่ว่าจะเป็น เสื้
“เมนูทานง่าย แต่ไม่ธรรมดา” สะท้อนความเป็น “หลุยส์วาณิชย์” ร้านอาหารชื่อดังย่านบรรทัดทองได้เป็นอย่างดี แม้จะเปิดมา 2 ปีกว่า แต่หลุยส์วาณิชย์สามารถครองใจลูกค้าได้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่แวะเวียนมาชิมเมนูสตรีตฟู้ดหลากหลาย จนเรียกได้ว่า ประสบความสำเร็จ ถึงปัจจุบันหลุยส์วาณิชย์เติบโตขึ้นอีกขั้น เมื่อผู้บริหารเจนใหม่ พาร้านตึกแถวไปเปิดสาขาในพารากอน พร้อมยกระดับความพรีเมียมทั้งวัตถุดิบ การบริการ และบรรยากาศยุค 90 ที่มากไปด้วยเสน่ห์ ในคอลัมน์ Young Entrepreneur “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขอพาไปพูดคุยกับ แจม-ภัณฑิรา ลีฬกาญจนากุล หนึ่งในผู้บริหารวัย 29 ปี ถึงจุดเริ่มต้น และกลยุทธ์ปั้นหลุยส์วาณิชย์เติบโต จุดเริ่มต้นหลุยส์วาณิชย์ แจม เริ่มบทสนทนาอย่างเป็นกันเอง ถึงการปั้นหลุยส์วาณิชย์ เธอและหุ้นส่วนอีก 2 คน เข้าไปเปิดร้านในบรรทัดทองก่อนจะมีกระแสนิยม เพราะอาศัยอยู่ที่นั่น ทำให้เห็นว่าจะเป็นทำเลทองในอนาคต และพอได้เข้าไปเปิดจริงๆ ก็กลายเป็นร้านที่ติดตลาดและเป็นที่จดจำของลูกค้า ซึ่งหลุยส์วาณิชย์ ไม่ใช่ธุรกิจแรกของแจม ก่อนหน้านี้ เธอเปิดร้านอาหารเกาหลีออนไลน์ และขยายสู่หน้าร้านที่สยาม จากนั
ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความผันผวน ค่าครองชีพสูง การแข่งขันในการทำงานรุนแรงขึ้น และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว “สุขภาพ” กลายเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญ ที่กำหนดคุณภาพชีวิตของประชาชนและประสิทธิภาพเศรษฐกิจของประเทศ จากข้อมูลผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในปี 2568 โรงพยาบาลวิมุต ระบุว่า 5 โรคหรือกลุ่มโรคที่มีจำนวนผู้ป่วยมากที่สุด ได้แก่ 1. โรคความดันโลหิตสูง 2. โรคเบาหวาน 3. ภาวะไขมันในเลือดสูง 4. โรคหวัดและโรคทางเดินหายใจ และ 5. กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม โดย 3 อันดับแรกเป็นกลุ่มโรค NCDs ซึ่งสะท้อนปัญหาสุขภาพจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต นายแพทย์สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่า “ปัจจัยที่ทำให้โรคทั้ง 5 กลุ่มนี้กลายเป็นโรคยอดฮิตในปี 2568 มาจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคมไทย คนเมืองต้องใช้ชีวิตเร่งรีบ ทำงานหลายบทบาท มีเวลาพักผ่อนและดูแลตัวเองน้อยลง ขณะเดียวกันพฤติกรรมการกินยังคงพึ่งพาอาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป และเครื่องดื่มหวานเป็นหลัก ซึ่งเป็นตัวเร่งสำคัญของโรค NCDs ส่วนปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ฝนตกสลับร้อน และปัญหาฝุ่น
จากอดีตนักแสดงวัยรุ่นยุค 90 ที่เคยรับบท “หินกลิ้ง” ในละครดัง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ สู่การเป็นพิธีกรท่องเที่ยว และวันนี้มาในบทบาทใหม่ เจ้าของแบรนด์ “หมูก้อนทอด AKIRA” และนักพยากรณ์หนุ่ม แต๊งค์–พงศกร มหาเปารยะ เล่าเรื่องราวชีวิตที่เต็มไปด้วยการค้นหา การลองผิดลองถูก และการเริ่มต้นใหม่ที่ไม่ได้มองเพียง “กำไร” แต่คือ “คุณค่า” ของการได้ลงมือทำจริง แต๊งค์ เติบโตมาในครอบครัวฐานะปานกลางถึงดี บ้านอยู่สุขุมวิท 31 ในวันที่ยังเงียบสงบ วัยเด็กเต็มไปด้วยความสนุกจากการเล่นสเกตบอร์ด วิ่งเล่น เตะบอลกับเพื่อน มากกว่าการตั้งใจเรียนหนังสือ เขาใช้ชีวิตเหมือนลูกคนเดียวเกือบ 10 ปี ก่อนที่น้องชายจะเกิด ทำให้คุ้นชินกับการพึ่งพาตนเอง ต่อมา ครอบครัวมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ต้องย้ายโรงเรียนและไปเรียนต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นอีกโลกหนึ่งของชีวิต การอยู่ต่างแดนทำให้เขาโดดเด่นด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์จนติดอันดับท็อปของโรงเรียน จึงเลือกเรียนวิศวกรรมศาสตร์ แม้ลึกๆ แล้วจะรักศิลปะมากกว่า ไม่นานก็พบว่าวิศวะไม่ใช่ทางที่ชอบ จึงกลับไทย เลือกเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร เพื่อทำตามใจต
กลิ่นหอมเค้กฟุ้งกระจาย ลอยมาแตะจมูก ตั้งแต่อยู่ที่ลานจอดรถหน้าร้าน “ทอฟฟี่เค้กชลบุรี” (Toffee Cake Chonburi) เป็นเสน่ห์ดึงดูดลูกค้าในพื้นที่และนักท่องเที่ยวต่างถิ่น ให้ต้องแวะซื้อขนมติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝาก ซึ่งวันนี้ กำลังต่อยอดจากร้านดังในท้องถิ่น สู่การเสิร์ฟความอร่อยไปยังลูกค้าภูมิภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ คุณปณต ลวสุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพน ลอว์สัน จำกัด ทายาทรุ่น 2 ร้านทอฟฟี่เค้กชลบุรี จ.ชลบุรี เล่าให้ฟังว่า ร้านนี้เริ่มจากจุดเล็กๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 โดยคุณแม่เป็นคนชอบทำขนม และอยากหารายได้เสริมให้แก่ครอบครัว เลยทดลองทำขนมหลายชนิด วางขายที่หน้าบ้านตัวเอง เมนูหนึ่งที่คุณแม่คิดค้นนำสูตรเค้กจากหลายแห่งมาผสมผสานกัน จนกลายเป็นขนมเค้กสูตรเฉพาะตัว เนื้อเค้กนุ่มราดด้วยคาราเมลสีน้ำตาลนวลเต็มแผ่น ผสมเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมื่อนำออกจากเตา จะส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่ว ดึงดูดคนที่เดินผ่านไปมา ต้องแวะซื้อ และเกิดการบอกต่อ ช่วยแจ้งเกิด และเป็นอาชีพหลักที่สมาชิกทุกคนของครอบครัว มีส่วนร่วมมาช่วยกันทำมาหากิน จากยุคแรก แม้จะขายดีแต่ก็เป็นลักษณะเจ้าดังในชุมชน จนเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว จุ
หลายคนอาจยังไม่เชื่อว่า AI จะสามารถเปลี่ยนแปลงเกมการท่องเที่ยวได้จริง เพราะในความเชื่อของผู้คนส่วนใหญ่ การท่องเที่ยวคือการมองเห็นและการสัมผัสประสบการณ์ของจริงเท่านั้น แต่ความจริงที่เกิดขึ้นจากเวที OAC Regional Communications Forum 2025 ได้สะท้อนภาพที่ลึกซึ้งของการท่องเที่ยว ผ่านหัวข้อเสวนา “Disruptive Regional Tourism Communication : การสื่อสารการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค” ชี้ชัดว่า AI ไม่ได้แค่มาเสริม แต่กำลังปฏิวัติและล้มกระดานทุกมิติของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การปฏิวัติอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เมื่อ AI เปลี่ยนทุกอย่าง การเสวนาเริ่มต้นด้วยคำถามสำคัญว่า AI ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการค้นหาและตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวอย่างไร และส่งผลกระทบต่อรากฐานของการสื่อสารการท่องเที่ยวมากน้อยเพียงใด ซึ่ง คุณเมล เค กวน ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอตโตร คอมมิวนิเคชันส์ ประเทศมาเลเซีย ได้เปิดมุมมองที่น่าสนใจว่า พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญในยุคหลังโควิด จากการท่องเที่ยวตามกระแส เพื่อไปเยือนสถานที่สำคัญต่างๆ กลายเป็นการท่อ
แม้ “คั่วไก่ ไอ้เครา” จะเปิดมานาน เข้าสู่ปีที่ 8 แต่ร้านเล็กๆ ในตึกพาณิชย์ ริมถนนวุฒากาศ 55 แห่งนี้ ยังคงสร้างรายได้และเติบโตมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมคว้ารางวัลการันตีความอร่อย ทั้ง The Spoon ช้อนทองคำ และ เชลล์ชวนชิม แต่กว่าร้านนี้จะประสบความสำเร็จ ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็น และการได้สัมผัสกับคำว่า “เป็นนายตัวเองครั้งแรก” ก็ไม่ได้ชิลอย่างที่คิดไว้ นี่คือเรื่องราวของ เชฟโอ๊ต-สุพรรษพงษ์ กุลชนะรมย์ ผู้ที่เรียกตัวเองอย่างภาคภูมิว่า “กูคือพ่อค้าคั่วไก่ธรรมดาคนหนึ่ง” กว่าจะเป็นเชฟใหญ่ เชฟโอ๊ต เริ่มต้นทำงานตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม งานแรกคือสจ๊วตหรือเด็กล้างจานในโรงแรมแห่งหนึ่ง ก่อนขยับไปทำงานในครัวเบเกอรี่ จากพนักงานกินเงินรายวัน ก็ได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ ความฝันของเชฟโอ๊ตในตอนนั้น คือการเป็นเชฟใหญ่ Executive Chef เขาจึงเลือกออกจากครัวเบเกอรี่ ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ๆ จนมีโอกาสขยับไปทำงานในครัวร้อน ตำแหน่ง Cook Helper หรือผู้ช่วยกุ๊ก “เหมือนเด็กทุกคนที่มีความฝัน เราเห็นเชฟใหญ่ที่เป็นฝรั่งใส่ยูนิฟอร์มสีขาว มันเท่และสมาร์ทสำหรับเราตอนนั้น ตอนได้เป็นกุ๊กในโรงแรม เราใส่ชุดสีขาวกลับบ้าน หม่าม้าเ
